ได้ฉายาว่า "สมุนไพรหมื่นปี" มีสรรพคุณครอบจักรวาล

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

292-010
นิตยสารหมอชาวบ้าน 292
สิงหาคม 2003
ภก.สุดเหมือนฝัน ธนธัญญา

ได้ฉายาว่า "สมุนไพรหมื่นปี" มีสรรพคุณครอบจักรวาล


ถิ่นกำเนิดอยู่เมืองจีน แต่ด้วยชื่อเสียงที่มีความหมายลึกซึ้งถึงความมหัศจรรย์ในด้านอายุวัฒนะ จนได้ฉายาว่า "สมุนไพรหมื่นปีไ ทำให้เผยแพร่ไปทั่วโลก ทั้งเอเชีย ยุโรป อเมริกา คุณค่าของสารสำคัญมากกว่า ๑๕๐ ชนิด ทำให้สมุนไพรหมื่นปีนี้มีสรรพคุณครอบจักรวาลจริงๆ ชาวจีนใช้เป็นยารักษาโรคมานานเกือบ ๒,๐๐๐ ปี และที่สำคัญคือสามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคและช่วยป้องกันรักษาโรคภูมิแพ้ได้ จึงเหมาะกับยุคที่โรคร้ายกำลังรุมเล่นงานมนุษย์จนปั่นป่วน เช่น โรคเอดส์ โรคอีโบลา หรือโรคซาร์สที่ทำให้คนเอเชียหวาดผวา เป็นต้น ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่า "ภูมิต้านทานโรค" เป็นสิ่งที่เราจะต้องสร้างและรักษาไว้เป็นอย่างดี สมุนไพรหมื่นปีที่มนุษย์ต้องกลับมาให้ความสนใจนั้นคือ "เห็ดหลินจือ" (Lingchi)

เห็ดหลินจือ (Lingchi หรือ Ling-Zhi) อุดมสมบูรณ์ด้วยคุณค่าของธรรมชาติเพื่อช่วยมนุษย์
เห็ดหลินจือ มีชื่อทางพฤกษศาสตร์คือ Ganoderma lucidum จัดเป็นเห็ดพวก polypore อยู่ในวงศ์ Polyporaceae เห็ดชนิดนี้มีชื่อเรียกมากมายแตกต่างกันไปตามลักษณะรูปร่างที่เห็น สถานที่เกิด และสภาพภูมิประเทศ ด้วยโครงสร้างของดอกเห็ดซึ่งแห้งและแข็ง ทำให้สามารถทรงสภาพเดิมอยู่ได้นานนับชั่วชีวิตคน บางท้องที่เรียก เห็ดหัวงู เห็ดนางกวัก เห็ดกระด้าง เห็ดไม้ และเห็ดหิมะ

เห็ดหลินจือมีลักษณะพิเศษ คือ ใต้หมวกเห็ดไม่มีครีบ แต่มีรูเล็กๆ จำนวนมากมาย ภายในรูเป็นที่เกิดของสปอร์ ด้านบนของหมวกมีสีน้ำตาลแดงหรือสีเชสนัทไปจนถึงสีน้ำตาลม่วงและดำ ผิวหมวกมัน เป็นเงา มีก้านสั้นๆ ดอกอ่อนจะมีขอบนอกขาวและค่อยๆ เหลือง เข้ามาทางด้านในจนเป็นสีน้ำตาลและน้ำตาลแดงในที่สุด เมื่อดอกโตจะแผ่ออกมีรูปร่างคล้ายรูปวาดไตของคนเราหรือคล้ายพัด อาจจะเกิดเป็นดอกเดี่ยว หรือเกิดพร้อมกันหลายดอกก็ได้ ขนาดดอกจะใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับสถานที่เกิด และแหล่งอาหาร สามารถเติบโตข้ามปีได้ และมีบางครั้งที่พบว่าอายุหลายปีทีเดียว เมื่อดอกเห็ดพัฒนาสมบูรณ์แล้วจะสร้างสปอร์ปล่อยออกมาจำนวนมากมายร่วง หล่นออกมา สปอร์ส่วนหนึ่งจะลอยขึ้นมาปกคลุมที่ผิวบนของหมวกเห็ด เป็นผงสีน้ำตาลซึ่งจะใช้ในการจำแนกชนิดของเห็ดสกุล Ganoderma ได้ ดอกเห็ดที่แก่จะมีขอบหมวกงุ้มลง สีหมวกเข้มขึ้น และอาจมีดอกใหม่งอกซ้อนกันได้ เห็ดหลินจือชอบขึ้นกับต้นไม้หลายชนิดที่หมดอายุแล้ว

ทั่วโลกได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับสรรพคุณทางยาและพบสารออกฤทธิ์แล้ว
การทำการวิจัยเกี่ยวกับเห็ดหลินจือไม่เพียงแต่ในประเทศจีนเท่านั้น ยังมีประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศที่ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับสรรพคุณทางยาและสารออกฤทธิ์ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก สวีเดน กรีซ สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย เป็นต้น จากผลการศึกษาทางเคมีพบว่าเห็ดหลินจือประกอบด้วยสารต่างๆ ดังนี้ คือ sterols, fungal lysozyme, acid, protease, solubleproteins, amino-acids, polypeptides, saccharides, lactones, alkaloids, polysaccharides, triterpenoides และสารอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสิ้นมากกว่า ๑๕๐ ชนิด

จากผลการทดลองเกี่ยวกับสรรพคุณทางยาในต่างประเทศ พบ ว่าเห็ดหลินจือมีสรรพคุณเนื่องจากสารต่างๆ ในเห็ดหลินจือ ดังนี้

สรรพคุณ สารออกฤทธิ์
๑. เสริมระบบภูมิต้านทานโรค ๑. Polysaccharides, protein
๒. การแก้แพ้๒. Ganoderic acid, cyclo-octasulfur
๓. การแก้ปวด ๓. Adenosine
๔. การป้องกันตับ ๔. Ganoderic acids R, S, ganosterone
๕. การลดการอักเสบ๕. Glucan
๖. การควบคุมมะเร็ง ๖. Polysaccharides, glucans
๗. บำรุงหัวใจ ๗. Polysaccharides, alkaloids
๘. การลดไขมันในเลือด ๘. Ganoderic acids
๙. การลดน้ำตาลในเลือด ๙. Ganoderans
๑๐. การปรับความดันเลือด๑๐. Ganoderol, ganoderic acid
๑๑. การลดการจับตัวของเกล็ดเลือด ๑๑. Adenosine
๑๒. การสร้างโปรตีน ๑๒. Polysaccharides
๑๓. การป้องกันรังสี ๑๓. Polysaccharides

เพราะเหตุนี้เอง ชาวจีนจึงใช้เห็ดหลินจือเป็นยาครอบจักรวาล รักษาโรคได้เกือบทุกชนิดมานานนับพันๆ ปี

ฤทธิ์และประโยชน์ทางยาที่สำคัญของเห็ดหลินจือ

๑. ฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน มีรายงานว่าสาร glycopolysac-charides และ glycoprotein บางชนิดในเห็ดหลินจือสามารถออกฤทธิ์ช่วยให้ร่างกายมีระบบภูมิต้านทานโรคที่ดี

๒. ฤทธิ์ต่อโรคภูมิแพ้ มีคนจำนวนมากนิยมกินเห็ดหลินจือ เพื่อบำบัดโรคภูมิแพ้ จากผลการวิจัยพบว่าสาร ganoderic acids ซึ่งเป็นสารประเภท triterpene มีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งฮิสตามีนจากมาสต์เซลล์ได้ ซึ่งสารฮิสตามีนเป็นสาเหตุของการแพ้ นอกจากนี้ ยังมีผู้สกัดสารโปรตีน LZ-8 ซึ่งพบว่าสามารถป้องกันการแพ้ที่รุนแรงได้ นักวิทยาศาสตร์ยังรายงานเพิ่มเติมว่า สารสกัดด้วยน้ำของเห็ดหลินจือสามารถป้องกันอาการหอบหืดในหนูตะเภาและป้องกันการแพ้ผื่นคันได้อีกด้วย

ปัจจุบันมีการจดทะเบียนสิทธิบัตรสาร glycoprotein ที่ แยกได้จากเห็ดหลินจือ โดยระบุประโยชน์ว่าเป็นการใช้รักษาโรคภูมิแพ้ นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ลดความดันเลือด ลดโคเลสเตอรอล ลดน้ำตาลในเลือด ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด บำรุงตับ และป้องกันตับจากสารพิษ และช่วยการทำงานของหัวใจอีกด้วย การกินเห็ดหลินจือมีความปลอดภัยสูง ได้มีผู้ศึกษาด้านพิษวิทยาของเห็ดหลินจือโดยการศึกษาในหนูถีบจักร พบว่า สารสกัดด้วยน้ำ และสารสกัดที่เป็น polysaccharides มีความปลอดภัยยังไม่พบความเป็นพิษใดๆ

วิธีเตรียมเห็ดหลินจือเพื่อกินด้วยตนเอง
การต้ม ใช้เห็ดหลินจือ ๒๐ กรัม (ประมาณ ๒๐ ชิ้น) ต้มกับน้ำ ๒ ลิตรให้เดือด หรี่ไฟแล้วเคี่ยวต่ออีกประมาณ ๑๐ นาที เติมน้ำตาลเล็กน้อยเพื่อแต่งรสหวาน ใช้ดื่มต่างน้ำ เวลาดื่มควรดื่มน้ำต้มเห็ดที่อุ่นๆ ปริมาณน้ำเห็ดที่ควรดื่มต่อวัน คือ ๐.๕-๑ ลิตร เภสัชกรไทยวิจัยและผลิต "เห็ดหลินจือ" เป็นเครื่องดื่มบรรจุกระป๋องและชาชงมา ๕ ปีแล้ว หากท่านไม่มีเวลาในการเตรียมเห็ดหลินจือไว้กินเอง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการผลิตและควบคุมคุณภาพที่ดี คือ

๑. ต้องมีการตรวจและวิเคราะห์สารสำคัญในเห็ดหลินจือที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต

๒. ต้องมีกรรมวิธีการผลิตที่ยังคงสารสำคัญนั้นไว้ได้ โดยต้องตรวจและวิเคราะห์เมื่อผลิตเสร็จแล้ว

๓. ต้องมีกรรมวิธีในการฆ่าเชื้อโรคที่ปนเปื้อนแล้วทำการตรวจทางจุลชีวะอีกครั้ง

๔. ต้องมีภาชนะบรรจุที่ได้มาตรฐาน

อย่าลืมหมั่นดูแล และใส่ใจสุขภาพตนเองและคนข้างเคียงด้วยนะครับ