• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ยากินรักษาสิว

ยากินรักษาสิว

มีคนถามเกี่ยวกับเรื่องยารักษาสิวกันมาหลายรอบหลายราย ตอบกันหลายครั้งหลายหน วันนี้ผมเลยถือโอกาสร่ายยาวเกี่ยวกับเรื่องยารักษาสิวให้อ่านกันเล่นเพลินๆ แก้ข้อข้องใจนะครับ

ยาปฏิชีวนะชนิดกินเพื่อรักษาสิวนั้นจะต้องกินต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจมีผลแทรกซ้อน และผลเสียต่อร่างกายได้ ส่วนใหญ่หมอจะให้คนไข้เฉพาะในรายที่มีสิวอักเสบมาก หรือมีตุ่มหนองขนาดใหญ่ และไม่สามารถ ทำให้สิวดีขึ้นภายในเวลาเพียงวันหรือสองวัน ต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๓ สัปดาห์ จึงจะเห็นว่าสิวอักเสบเริ่มดีขึ้น และจะได้ผลเต็มที่เมื่อให้ยานาน   ๖-๘ สัปดาห์ครับ และอาจจะต้องกินยาต่อเนื่องไปอีกเพื่อควบคุมไม่ให้เกิดสิว

⇒ ยาปฏิชีวนะชนิดกินที่นิยมใช้กัน ได้แก่
+ ตตราไซคลีน เป็นยายอดนิยม เริ่มให้ขนาด ๑ เม็ด (๒๕๐ มิลลิกรัม) วันละ ๔ ครั้ง หรือครั้งละ ๒ เม็ด วันละ ๒ ครั้ง ควร กินยาเมื่อท้องว่างอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนอาหาร ถ้าจะกินหลัง อาหารควรกินอย่างน้อย ๒ ชั่วโมงหลังอาหาร ยาตัวนี้จะจับตัวกับแคลเซียมและเหล็กในกระเพาะอาหาร ทำ ให้ไม่สามารถดูดซึมได้ จึงไม่ควรกินพร้อมกับนม ไอศกรีม หรือยาลดกรด เพราะจะทำให้ยาออกฤทธิ์ไม่เต็มที่
ยาตัวนี้ยังมีผลต่อกระดูกและฟันของทารกในครรภ์ จึงห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ครับ

ข้อเสียของยาตัวนี้คือ เมื่อกินต่อเนื่องเป็นเวลา นาน จะทำให้เกิดอาการคันในช่องคลอดและทวารหนัก เนื่องจากมีการเพิ่มจำนวนของเชื้อยีสต์บริเวณ นั้น และอาจเกิดอาการคลื่นไส้ในคนไข้บางคนได้

+อีริโทรไมซิน หากเกิดผลแทรกซ้อนเมื่อได้รับยา เตตราไซคลีน ก็อาจเปลี่ยนมาใช้อีริโทรไมซินแทน แต่ยาตัวนี้อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้เช่นกัน

+ แบคทริม คนไข้บางคนอาการยังไม่ดีขึ้นหลังจาก ได้รับเตตราไซคลีน แพทย์อาจเปลี่ยนมาใช้ยา แบคทริม แต่ยานี้อาจทำให้เกิดอาการแพ้ยา และ การแพ้ยาแบคทริมอาจมีอาการรุนแรงมาก

+ มิโนไซคลีน เป็นยาในกลุ่มเตตราไซคลีน แต่ได้ผลดีกว่า จึงนำมาใช้รักษาสิว ในคนไข้ที่รักษาด้วย เตตราไซคลีน และอีริโทรไมซินไม่ได้ผล ยานี้อาจทำให้เกิดรอยดำที่ฟัน ที่รอยสิว รวมถึงในช่องปากด้วย จึงต้องคอยระวังหมั่น ตรวจดู แต่หลังจากหยุดยารอยดำนี้ก็จะค่อยๆ จางไปเองครับ

⇒ ยารักษาสิวที่ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ
+ ฮอร์โมน มีผู้นำยาเม็ดคุมกำเนิดซึ่งเป็นฮอร์โมนมาใช้ในการรักษาสิวนานกว่า ๒๐-๓๐ ปีมาแล้ว ฮอร์โมนเพศชาย คือแอนโดรเจน ซึ่งพบทั้งในผู้ชายและผู้หญิงจะกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ผิวหนัง ทำให้เกิดเป็นสิวได้ง่ายขึ้น หลายปีที่ผ่านมายาเม็ดคุม กำเนิดมีฮอร์โมนเพศหญิง คือ เอสโตรเจนสูง ทำให้ผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิดมีอาการสิวอักเสบดีขึ้น การใช้ยาคุมกำเนิดรักษาสิว ต้องกินอย่างน้อย ๓ เดือนจึงจะเริ่มเห็นผล ส่วนยาคุมกำเนิดที่ มีฮอร์โมนคล้ายเพศชายเป็นส่วนประกอบจะยิ่งทำให้สิวเลวลง

ข้อเสียของยาคุมกำเนิดคือ อาจทำให้หลอดเลือดอักเสบหรือ อุดตันได้ และยังอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เจ็บเต้านม และเป็นฝ้าได้ โดยเฉพาะประการหลังนี้ คงต้องคิดหนักนะครับ เพราะสิวหายแต่เป็นฝ้าแทนก็คงไม่ค่อยดีเท่าไร

เนื่องจากวัยรุ่นนิยมซื้อยานี้มากินกันมาก ทำให้มีคนหัวใสปลอมยาคุมกำเนิดขึ้นมา จนมีข่าวจับกุมยาคุมกำเนิดยี่ห้อดังปลอม กันเป็นทิวแถว เพราะราคาแต่ละแผงก็ไม่ใช่ถูกๆ ทำให้คนที่ต้องการ ใช้ในการคุมกำเนิดจริงๆ ตั้งครรภ์ขึ้นมา และมาพบแพทย์ก็หลายราย คงต้องดูกันให้ดีด้วยนะครับ

โดยส่วนตัวแล้วผมไม่นิยมให้ยาคุมกำเนิดในการรักษาสิว เพราะการใช้ฮอร์โมนไปเปลี่ยนแปลงภาวะสมดุลของร่างกาย อาจมีผลแทรกซ้อนที่เราคาดไม่ถึงก็ได้

+วิตามินเอ ในคนไข้ที่สิวดื้อต่อการรักษาตามปกติ โดยเฉพาะถ้าไม่ใช่สิวที่มีการอักเสบ เป็นสิวแห้งและมีสะเก็ดหนา การกินวิตามินเออาจช่วยให้ดีขึ้น แต่ต้องกินในขนาดที่สูงพอควรครับ

+ กรดวิตามินเอ ชนิดกิน (isotretinion) เป็นยารักษาสิวที่ได้ผลดี ทำหน้าที่ลดการทำงานของต่อมไขมัน ซึ่งเป็นสาเหตุเริ่มต้นของการเกิดสิว สามารถลดการเกิดสิวอุดตัน (come-done) และลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียที่ ทำให้เกิดสิว หลังหยุดยาไปแล้วฤทธิ์ ของยาจะคงอยู่ต่อไปอีก ๔-๖ เดือน

ยาตัวนี้อาจทำให้ริมฝีปากแห้งและ แตกได้ ขึ้นอยู่กับขนาดของยา หรืออาจ มีเยื่อบุนัยน์ตาแห้ง แก้ได้โดยใช้ครีมให้ ความชุ่มชื้นและน้ำตาเทียม นอกจากนี้ ยังอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการ จึงห้าม ใช้ในหญิงตั้งครรภ์ หรือขณะให้นมบุตร และถ้าจะตั้งครรภ์ต้องหยุดยาให้ครบ ๑ เดือนก่อน ขณะใช้ยานี้ห้ามบริจาคเลือดด้วย

ในช่วง ๒-๓ สัปดาห์แรก คนไข้ บางรายที่เป็นสิวรุนแรง อาจมีอาการสิว กำเริบได้ จะเห็นผลชัดเจนว่าสิวดีขึ้นเมื่อได้รับยาต่อเนื่องยาตัวนี้ใช้ได้ผลดี แต่มีผลเสียไม่น้อยจึงควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผิวหนังอย่างใกล้ชิดนะครับ

ทางที่ดีผมว่า การกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาความสะอาดร่างกายให้ดีไม่เครียด และทำจิตใจให้เบิกบาน คือสูตรสำเร็จของ"ผิวสวย หน้าใส" ครับ
 

ข้อมูลสื่อ

281-007
นิตยสารหมอชาวบ้าน 281
กันยายน 2545
เปิดตำรายา
นพ.ประวิตร พิศาลบุตร

บทความที่เกี่ยวข้อง