เครื่องเคลือบดินเผา

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

166-012
นิตยสารหมอชาวบ้าน 166
กุมภาพันธ์ 1993
รู้ก่อนกิน
สมฤดี สาธรสัมฤทธิ์ผล

เครื่องเคลือบดินเผา


วันนี้มีเวลาว่างก็เลยไปนั่งรื้อของเก่าที่คุณปู่คุณย่าเก็บสะสมไว้มาปัดฝุ่นทำความสะอาด เผื่อว่าจะมีข้าวของเครื่องใช้ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ ขณะที่ทั้งรื้อทั้งค้นอยู่นั้นพลันสายตาก็บังเอิญเหลือบไปพานพบกับของรักของหวงชิ้นสำคัญๆของคุณย่าเข้า นั่นก็คือ ภาชนะดินเผาเก่าๆ ซึ่งแม้บางชิ้นจะมีร่องรอยแตกบิ่นไปบ้าง แต่ก็ยังดูขลังดี

จำได้ว่าบางโอกาสคุณย่าก็เคยนำภาชนะเหล่านี้ออกมาใช้บ้าง แต่พวกเราคนรุ่นหลังนานๆครั้งจึงจะมีโอกาสได้เห็นหรือใช้สอยถ้วยโถโอชามประเภทนี้กันสักครา นั่นก็คงเป็นเพราะมีภาชนะแบบอื่นๆ มากมายมาให้เลือกใช้แทนตามกาลสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป แต่เราก็ไม่ควรลืมมรดกทางวัฒนธรรมของไทยเหล่านี้ไปเสีย

ประโยชน์ใช้สอยของเครื่องปั้นดินเผา

ประโยชน์ของเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป ก็คือ สามารถนำมาใช้เป็นภาชนะใช้สอยในครัวเรือน ทั้งใส่อาหาร เป็นภาชนะหุงต้ม เก็บอาหารแห้ง ใส่น้ำดื่ม โดยเฉพาะประโยชน์อย่างหลังนี้ดูจะเป็นที่นิยมกันมาก เนื่องเพราะคุณสมบัติพิเศษของเครื่องปั้นดินเผาซึ่งมีรูพรุนมากมาย ทำให้น้ำที่ใส่ในภาชนะดินเผาสามารถดูดซับความเย็นจากดินเผาเหล่านี้ไว้ได้ เมื่อดื่มแล้วรู้สึกชื่นใจ หลายคนจึงติดอกติดใจในรสชาติของตุ่มดิน จนบางครั้งอาจลืมรสชาติของน้ำที่แช่ในตู้เย็นไปเลยก็ได้

คนโบราณยังมีเคล็ดลับเกี่ยวกับภาชนะเครื่องปั้นดินเผาด้วยว่าหากเป็นภาชนะที่ยังใหม่อยู่ ต้องนำมาแช่น้ำทิ้งไว้ก่อนที่จะใช้ เพื่อให้ดินซึมซับน้ำได้เต็มที่ และเป็นการทำความสะอาด รวมทั้งเพื่อกำจัดกลิ่นไหม้ของดินที่ถูกเผาให้หมดไปด้วย มิเช่นนั้นหากนำเครื่องปั้นดินเผามาใส่ของเหลว ของเหลวนั้นก็จะถูกดูดซึมเข้าไปในดินจนกว่าดินนั้นจะไม่ซับของเหลวแล้ว ซึ่งจะทำให้สูญเสียอาหารที่มีคุณค่าไปอย่างน่าเสียดาย

นอกจากนี้คุณย่าท่านก็ยังนิยมหุงอาหารบางชนิดด้วยหม้อดินอีกด้วย ทั้งที่บ้านเราก็มีอุปกรณ์หุงต้มไฟฟ้า ท่านบอกว่าชอบใช้หม้อดินหุงเพราะจะทำให้อาหารหอมอร่อยดี ทางด้านคุณพ่อท่านสนใจแต่เรื่องต้นไม้ใบหญ้า ท่านก็เห็นประโยชน์ส่วนนี้ของเครื่องดินเผา จึงนิยมนำมาใช้เป็นกระถางปลูกต้นไม้เพื่อประดับบ้านด้วย

ความเก่าในรูปแบบใหม่

เมื่อมีความเจริญทางอุตสาหกรรมและเรื่องธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง หลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนไปรวมทั้งการเปลี่ยนรูปแบบของข้าวของเครื่องใช้และภาชนะด้วย ภาชนะรูปแบบใหม่ๆ ที่มีสีสันชวนใช้ก็ได้เกิดขึ้นมากมาย ทำให้ความนิยมภาชนะดินเผาที่มีมานานเริ่มหดหายไป ผู้ประกอบธุรกิจด้านดินเผาจึงคิดค้นดัดแปลงให้ดินเผามีประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น มีรูปทรงสีสันที่ดึงดูดตามากกว่ารูปแบบเก่า เพื่อประโยชน์ในการแข่งขันทางการค้าโดยการเขียนลวดลายสีสันลงบนผิวภาชนะและเคลือบภาชนะนั้นเสีย การเคลือบภาชนะดินเผานั้นมีประโยชน์ตรงที่สามารถป้องกันการซึมของน้ำ และยังป้องกันการขีดข่วนของลวดลายบนผิวภาชนะ รวมทั้งป้องกันปฏิกิริยาทางเคมีบางอย่างที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ได้มีภัยแอบแฝงที่มากับภาชนะเครื่องเคลือบดินเผาในระหว่างขั้นตอนการผลิต การเคลือบ และเขียนลวดลายลงบนผิวภาชนะ นั่นคือ มีการใช้สีที่มีตะกั่วเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย ซึ่งอาจก่อผลอย่างไม่คาดคิดกับผู้บริโภคได้

ตะกั่วเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร

สารตะกั่วที่ปนอยู่ในผิวเคลือบภาชนะนั้นสามารถที่จะละลายออกมาด้วยสารซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด หรืออีกกรณีหนึ่ง ก็คือ หากมีการกะเทาะของสีหรือผิวภาชนะเคลือบดินเผาหลุดปะปนมากับอาหาร เมื่อเรากินอาหารนั้นเข้าไป น้ำย่อยในกระเพาะอาหารซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดละลายสารตะกั่วออกมา และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายพร้อมสารอาหาร

จากการศึกษาหาปริมาณตะกั่วที่ถูกละลายออกมาจากภาชนะเคลือบดินเผาด้วยสารละลายกรดน้ำส้มร้อยละ 4 พบว่า ภาชนะที่มีลวดลายเป็นสีเหลือง แสด และแดง จะมีปริมาณตะกั่วที่ถูกละลายออกมาสูงกว่าสีอื่นๆ จากการศึกษานี้มีข้อบ่งชี้ว่า ตะกั่วสามารถจะละลายด้วยกรดน้ำส้ม ฉะนั้นผู้บริโภคควรระมัดระวังไม่นำภาชนะเคลือบดินเผามาใส่อาหารอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น อาหารยำรสเด็ด แกงส้มรสแซ่บ หรือน้ำส้มพริกดองที่ใช้ปรุงรสในอาหารพวกก๋วยเตี๋ยวต่างๆ

พิษของตะกั่วที่มีต่อร่างกาย

เมื่อได้รับสารตะกั่วและสะสมจนมีปริมาณมากพอก็จะแสดงอาการออกมาทางร่างกาย อาการที่มักจะพบบ่อยๆ คือ พิษจากตะกั่วจะไปทำลายระบบเลือด ทำให้เกิดอาการซีด เลือดจาง อาจทำลายปลายประสาท ทำให้ปลายมือปลายเท้าอ่อนแรง เป็นอัมพาต เดินขาปัด อาการที่ร้ายแรง ก็คือ พิษตะกั่วทำลายสมอง (ซึ่งมักเกิดกับเด็กเล็กมากกว่าผู้ใหญ่) ทำให้เกิดอาการเดินเซ อาเจียน ซึม เพ้อ ถ้ารุนแรงก็จะทำให้ชัก หมดสติ และอาจถึงตายได้ ถ้าไม่ตายก็ทำให้สมองพิการ ปัญญาอ่อน

ในรายที่ได้รับพิษตะกั่วเรื้อรังอาจมีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ หงุดหงิด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ ขาเป็นตะคริว มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่ช่วยให้รู้ว่าเป็นโรคตะกั่วเป็นพิษหรือไม่คืออาจจะมีเส้นสีน้ำเงินปรากฏที่ขอบเหงือกจากการได้รับสารตะกั่ว แต่ก็อาจไม่แน่นอนนัก เพราะบางคนที่สูบบุหรี่จัดก็อาจพบเส้นนี้ได้เช่นกัน

จะป้องกันได้อย่างไร

วิธีป้องกันสามารถทำได้ดังนี้ คือ

1. พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะเคลือบที่มีสีสันลวดลายฉูดฉาด หรือสีเข้มๆ เช่น เหลือง แดง และแสด สีและลวดลายที่เขียนบนภาชนะเมื่อใช้มือลูบดูจะต้องไม่สากมือ ควรใช้ภาชนะที่เคลือบเกลี้ยงๆ

2. ไม่ควรใช้ภาชนะเคลือบบรรจุอาหารหมักดอง น้ำส้มสายชู อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด เพราะอาจจะละลายตะกั่วออกมาได้ หากจำเป็นต้องใส่อาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด ควรหลีกเลี่ยงโดยการใช้ภาชนะที่ทำด้วยแก้วจะดีกว่า

3. ไม่ควรใช้ภาชนะเคลือบบรรจุอาหารทิ้งค้างไว้เป็นระยะเวลาหลายวัน เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาเคมีทำให้ตะกั่วถูกละลายออกมาปนกับอาหารได้

พอเล่าเรื่องสารตะกั่วในเครื่องเคลือบดินเผาให้คุณย่าฟังจบ ท่านก็บอกว่าโชคดีที่ท่านชอบใช้ของแบบดั้งเดิมอยู่แล้ว จึงไม่ต้องมาเสี่ยงภัยกับสารเหล่านี้โดยไม่จำเป็น

ทีนี้เราๆ ท่านๆ ซึ่งเป็นผู้บริโภคเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว หากยังอยากที่จะคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการเสี่ยงกับพิษภัยของสารตะกั่ว ก็ควรใช้ภาชนะเครื่องปั้นดินเผาชนิดไม่เคลือบเป็นดีที่สุดค่ะ