ภาพจำลองย่อส่วนของร่างกายมนุษย์

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

182-005
นิตยสารหมอชาวบ้าน 182
มิถุนายน 1994
วิทิต วัณนาวิบูล

ภาพจำลองย่อส่วนของร่างกายมนุษย์

                    

ฉบับที่แล้วผู้เขียนได้กล่าวถึง “ลิ้นบอกโรค” และได้กล่าวถึงทฤษฎีการแพทย์จีนที่กล่าวถึงเส้นลมปราณ ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงอวัยวะภายในต่างๆเข้าด้วยกัน และยังเชื่อมอวัยวะภายในและภายนอกเข้าด้วยกัน


ในยุคที่แพทย์ตะวันตกเริ่มสนใจและทำการศึกษาการแพทย์จีน ชาวตะวันตกพยายามค้นหาคำตอบและพิสูจน์อยู่ตลอดเวลาว่า ทฤษฎีการแพทย์จีนถูกต้องและเป็นไปได้เพียงใด
ก่อนที่ผู้เขียนจะกล่าวถึงเรื่องการดูลักษณะร่างกายเพื่อบอกโรคในฉบับนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องให้ท่านผู้อ่านเข้าใจถึงเรื่องภาพจำลองย่อส่วนของร่างกายมนุษย์ ซึ่งเป็นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์) สมัยใหม่ และนักวิทยาศาสตร์จีนสามารถเชื่อมต่อกับทฤษฎีแพทย์จีนได้อย่างลงตัว มีข้อมูลทางด้านคลินิกตั้งแต่ยุคโบราณของการแพทย์จีนเป็นฐานสนับสนุน
นับตั้งแต่ D.Gabor นักฟิสิกส์ชาวฮังการีได้เสนอทฤษฎีเกี่ยวกับ Holography ขึ้นในปี ค.ศ.1948 และเขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปีค.ศ.1971 ทำให้มนุษย์สามารถสร้างภาพ Hologram (ภาพ 3 มิติ) ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ขึ้น
ในปีค.ศ.1986 นักวิทยาศาสตร์จีนชื่อจางอิ่งชิงได้เสนอทฤษฎี Holographic biology ขึ้น หลังจากที่เขาได้ทำการศึกษา (ตั้งแต่ ค.ศ.1972) และพบว่ากระดูกฝ่ามือนิ้วชี้ (ภาพที่ 1)

เป็นหน่วย Holographic ย่อยๆที่จำลองร่างกายทั้งหมดไว้อย่างหยาบ
หลังจากนั้นได้มีผู้นำเอาทฤษฎี Holographic biology นี้ไปศึกษาทฤษฎีการแพทย์จีน และได้พบว่าในเนื้อหาของแพทย์จีน มีเนื้อหาเกี่ยวกับหน่วย Holographic ย่อยๆ ที่จำลองร่างกายทั้งร่างกายไว้มากมาย และส่วนที่จำลองได้ละเอียดที่สุดคือ หู (ภาพที่ 2)

 



 

 

 

สรุปเนื้อหาของทฤษฎี Holographic biology
1. หน่วย Holographic ย่อยๆ เป็นหน่วยเล็กๆของร่างกายที่จำลองร่างกายทั้งร่างกาย (ทั้งหยาบและละเอียด) ไว้บนส่วนหนึ่งส่วนใดทั่วร่างกาย
2. เมื่อร่างกายส่วนหนึ่งส่วนใด เช่น หัวผิดปกติ ความผิดปกตินี้ก็จะสะท้อนไปยังส่วนที่บ่งบอกตำแหน่งของหัว Holographic ย่อยๆนั้น คือจะรู้สึกเจ็บเวลากดตรงตำแหน่งนั้น (ตำแหน่งที่ปกติจะไม่เจ็บ)
3. ผ่านการกระทำหรือรักษาบนจุดสะท้อนเจ็บบนหน่วย Holographic ย่อยๆนั้น ก็จะทำให้ส่วนของร่างกายที่ผิดปกติเกิดการเปลี่ยนแปลง (ดีขึ้นหรือหาย)
สำหรับการมองปัญหาแบบ Holographic biology นั้นเฉียนเซวียะเซิง บิดาแห่งระเบิดนิวเคลียร์ของจีนได้เขียนไว้ในหนังสือ “วิทยาศาสตร์ร่างกายมนุษย์” ว่า
ร่างกายมนุษย์นั้นเป็นระบบใหญ่ที่สมบูรณ์ ส่วนย่อยแต่ละส่วนที่ประกอบกันเป็นระบบใหญ่นี้ แม้กระทั่งเซลล์หนึ่งๆจะแสดงและจำลองลักษณะพิเศษของร่างกายทั้งหมดของมนุษย์ ตามกฎ Holographic biology เช่นเดียวกับเศษภาพ Hologram ในแต่ละส่วนของเศษภาพ Hologram นี้สามารถแสดงภาพรวมของภาพ Hologram ใหญ่นั้น ด้วยเหตุนี้บนใบหน้าของมนุษย์ก็ควรที่จะแสดงให้เห็นถึงภาพรวมย่อยๆ ของร่างกายทั้งหมดทั้งหมดไว้ ดังนั้นเราจะต้องเจาะลึกลงไปถึงระดับจุลภาค โดยเริ่มศึกษาข้อต่อแต่ละข้อต่อของส่วนย่อยเล็กๆ เหล่านั้น แล้วนำไปพิจารณาการเคลื่อนไหวของระบบทั้งระบบ เราจึงจะสามารถเข้าใจจากเฉพาะส่วนไปสู่ระบบทั้งระบบอย่างทะลุปรุโปร่ง และหลีกเลี่ยงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ไม่จำเป็น แล้วไปยึดกุมปรากฏการณ์ที่สำคัญ”
                                       
ลิ้นของคนก็เช่นกัน ได้จำลองอวัยวะภายในของร่างกายไว้ ลักษณะของลิ้นหรือฝ้าที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนการทำงานของอวัยวะภายในว่าปกติหรือไม่ ภาพด้านซ้ายมือแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งต่างๆของลิ้นและฝ้ากับอวัยวะภายในของร่างกาย
ในการวินิจฉัยโรคจะใช้การสังเกตลิ้นและฝ้าบนลิ้นอย่างเดียวไม่ได้ ต้องนำไปใช้ร่วมกับการสังเกตอย่างอื่นด้วย ลิ้นปกติจะมีสีแดงเรื่อ ชุ่มชื้น ไม่ใหญ่ไม่เล็ก เคลื่อนไหวได้คล่อง มีชั้นฝ้าขาวบางๆ ถ้ามีโรคจะมีการเปลี่ยนแปลง

โปรดดูภาพแสดงลักษณะลิ้นที่เปลี่ยนแปลงจากปกติ และโรคที่มักพบ ลักษณะลิ้นดังกล่าวจากสถิติของการแพทย์จีนที่รวบรวมไว้ มีความแม่นยำเกินร้อยละ 70