• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

การตรวจรักษาอาการ “เลือดออก” (8) ปัสสาวะเป็นเลือด

การตรวจรักษาอาการ “เลือดออก” (8) ปัสสาวะเป็นเลือด


 

 

10. ปัสสาวะเป็นเลือด เป็นอาการเลือดออกในทางเดินปัสสาวะ ตั้งแต่เนื้อไต กรวยไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก และท่อปัสสาวะ (ดูรูป) เลือดที่ออกมากับปัสสาวะมีได้หลายลักษณะ ที่พบบ่อย คือ

10.1 เลือดสีแดงสด หรือสีแดงคล้ำ : ถ้าออกมาในลักษณะ

(1) หยดเลือดในขณะที่เริ่มถ่ายปัสสาวะ หรือมีเลือดไหลซึมออกมาทางรูเปิดของท่อปัสสาวะ (รูปัสสาวะ) แสดงว่าท่อปัสสาวะเป็นแผล หรือมีการฉีกขาด ส่วนใหญ่เกิดจากอุบัติเหตุที่ทำให้ท่อปัสสาวะฉีกขาด เช่น หกล้มก้นกระแทกคร่อมไม้หรือก้อนหินแล้วบริเวณฝีเย็บกระแทกกับท่อนไม้หรือก้อนหิน ทำให้ท่อปัสสาวะฉีกขาด มักมีอาการเจ็บปวดอย่างมากโดยเฉพาะเวลาถ่ายปัสสาวะ ควรจะรีบไปโรงพยาบาลทันที ส่วนน้อยอาจเกิดจากการติดเชื้อในบริเวณท่อปัสสาวะ ในกรณีนี้ มักมีหนองหรือน้ำเหลืองไหลออกมาเปรอะกางเกงในด้วย ควรไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจดูว่าเป็นเลือดปนหนองจากเชื้ออะไร จะได้ใช้ยาปฏิชีวนะที่สามารถฆ่าเชื้อนั้นได้

(2) เลือดออกในขณะเริ่มปัสสาวะ แต่ในช่องกลางและช่วงสุดท้ายของการถ่ายปัสสาวะจะไม่มีเลือดออก (น้ำปัสสาวะในช่วงหลังจะไม่มีเลือด และไม่มีสีแดง) มักเกิดจากสาเหตุเช่นเดียวกับข้อ (1) ควรไปตรวจที่โรงพยาบาลเพื่อหาสาเหตุให้แน่นอน จะได้รักษาให้ถูกต้องและตรงกับสาเหตุ

(3) เลือดออกในช่วงสุดท้ายของการถ่ายปัสสาวะ : ในช่วงเริ่มถ่ายปัสสาวะ ปัสสาวะจะมีสีปกติ แต่พอถ่ายจวนจะสุดหรือสุดแล้ว มีเลือดไหลออกมาหรือปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีแดง มักเกิดจากภาวะเลือดออกในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งมักเกิดจากนิ่วหรือเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบมาก

ถ้าเกิดจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบมาก มักจะมีอาการปวดท้องน้อย หรือในบริเวณหัวหน่าว โดยเฉพาะในเวลาปัสสาวะ หรือในขณะที่ปัสสาวะสุด อาจจะมีไข้ (ตัวร้อน) ร่วมด้วย และเมื่อตรวจปัสสาวะจะพบเม็ดเลือดขาวมากกว่าเม็ดเลือดแดงโดยเฉพาะถ้าเก็บปัสสาวะในส่วนกลาง (ทิ้งส่วนต้นและส่วนท้าย โดยใช้ภาชนะรองเก็บปัสสาวะส่วนกลางไม่รองส่วนต้นและส่วนท้าย ไม่ใช่ปัสสาวะส่วนต้นและก็ขมิบกลั้นปัสสาวะไว้ แล้วค่อยถ่ายปัสสาวะใส่ภาชนะเก็บ แล้วก็ขมิบกลั้นปัสสาวะไว้ ไปถ่ายลงส้วมอีกครั้งตอนสุดท้าย)

ถ้าเกิดจากนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ มักมีอาการปัสสาวะสะดุดเป็ฯครั้งคราวมาก่อน อาจมีอาการปัสสาวะไม่ออก และปวดปัสสาวะมาก ปัสสาวะอาจจะมีกรวดทรายหรือเม็ดนิ่วเล็กๆ หลุดออกมาก มักจะมีการติดเชื้อ ทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบด้วย ถ้าตรวจปัสสาวะนอกจากจะพบเม็ดเลือดแดงแล้ว อาจพบเม็ดเลือดขาว และผลึกหรือตะกอนของส่วนประกอบของนิ่วได้ การเอกซเรย์ จะทำให้วินิจฉัยได้ง่ายขึ้น

ถ้าเกิดจากเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ มักไม่มีอาการปวดท้องหรืออาการปัสสาวะขัดหรือปัสสาวะลำบาก นอกจากกรณีที่เลือดออกมากๆ จนเกิดเป็ฯลิ่มเลือดในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไม่ออกได้ เนื่องจากภาวะเลือดออกในปัสสาวะส่วนใหญ่เป็นภาวะร้ายแรงจึงควรไปตรวจที่โรงพยาบาล

(4) เลือดออกตลอดระยะการถ่ายปัสสาวะ หรือปัสสาวะเป็นสีแดงเท่ากันตลอดตั้งแต่เริ่มถ่ายปัสสาวะจนกระทั่งถ่ายสุด มักเกิดจากภาวะเลือดออกในไตหรือกรวยไต แต่บางครั้งอาจเกิดจากภาวะเลือดออกมากๆ ในกระเพาะปัสสาวะด้วยก็ได้ ภาวะเลือดออกในไตหรือกรวยไต มักเกิดจากการอักเสบอย่างรุนแรงของเนื้อไตหรือกรวยไต และ/หรือเกิดจากนิ่วและเนื้องอกในไตหรือกรวยไตก็ได้

ถ้าปัสสาวะเป็นสีเลือดเท่ากันตลอดตั้งแต่เริ่มถ่ายปัสสาวะจนกระทั่งถ่ายสุด ควรไปตรวจที่โรงพยาบาล เพราะจะต้องเอกซเรย์ดูไตและกรวยไต และให้การรักษาตามสาเหตุต่อไป

10.2 ปัสสาวะสีน้ำล้างเนื้อ คือ ปัสสาวะที่มีเลือดผสมอยู่อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน จะมีสีแดงเรื่อๆ สีมักจะเหมือนกันตั้งแต่เริ่มถ่ายจนถ่ายสุด และถ้าตั้งทิ้งไว้หลายๆ ชั่วโมงอาจเห็นตะกอนสีแดงๆ (เม็ดเลือดแดง) นอนก้น (อยู่ที่ก้นขวด) ได้ มักเกิดจากเนื้อไตอักเสบ ทำให้มีอาการบวมหน้า บวมเท้า ความดันเลือดสูง หรืออื่นๆ ร่วมด้วย ควรนำปัสสาวะไปตรวจให้รู้ว่าเป็นโรคไตอักเสบชนิดใด จะได้ให้การรักษาที่ถูกต้องได้ ปัสสาวะสีน้ำล้างเนื้อที่สีเข้ม ตอนเริ่มปัสสาวะจะมีสาเหตุเช่นเดียวกับข้อ 10.1.(1) และ 10.1.(2) และ ถ้าสีเข้มตอนปัสสาวะสุดจะมีสาเหตุเช่นเดียวกับข้อ 10.1.(3) แต่ไม่พบบ่อยนัก

10.3 ปัสสาวะเป็นสีน้ำตาลดำ คือ ปัสสาวะที่ถ่ายออกมาแล้วมีสีเหมือนน้ำโคล่า มักเกิดจากสารสีของเม็ดเลือดแดง (hemoglobin) หรือ สารสีของกล้ามเนื้อลาย (myoglobin) ก็ได้ โดยทั่วไปไม่ได้เกิดจากภาวะเลือดออกในทางเดินปัสสาวะ แต่เกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง หรือของกล้ามเนื้อลายในร่างกาย ทำให้สารสีดังกล่าวถูกแปรสภาพและขับถ่ายออกมาในปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะเป็นสีน้ำตาลดำดังกล่าว ควรนำปัสสาวะไปตรวจที่โรงพยาบาลเช่นเดียวกัน

หมายเหตุ :
ปัสสาวะที่มีสีแดงไม่จำเป็นต้องเกิดจากภาวะเลือดออกในทางเดินปัสสาวะเสมอไป สีในอาหารจำนวนมากโดยเฉพาะสีผสมอาหาร รวมทั้งสีย้อมผ้าที่ถูกพ่อค้าแม่ค้าหน้าเลือดนำไปผสมอาหาร จะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ คนที่กินอาหารหรือขนมผสมสีแดงเข้าไปมากๆ จะปัสสาวะออกมาเป็นสีแดงเช่นเดียวกัน แต่สีแดงเหล่านี้ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามันไม่ใช่สีเลือด อาจจะเป็นสีแดงแสด แดงส้ม แดงแจ๊ด หรือแดงอื่นๆ ยาบางชนิดก็ผสมสีไว้เหมือนกัน ถ้ากินเข้าไปแล้วก็จะทำให้ปัสสาวะเป็นสีแดงได้ ดังนั้น ถ้ากินยาหรืออาหารและขนมที่มีสีแดงแล้วปัสสาวะเป็นสีแดงก็อย่าวิตกกังวลอะไร หยุดยาและอาหารหรือขนมนั้นและอาการปัสสาวะสีแดงมักจะหายไปภายในเวลา 1-3 วัน โดยไม่ต้องกินยาอะไรไปฟอกสีปัสสาวะเป็นอันขาด

ข้อมูลสื่อ

173-006
นิตยสารหมอชาวบ้าน 173
กันยายน 2536
ศ.นพ.สันต์ หัตถีรัตน์

บทความที่เกี่ยวข้อง