มะเร็งผิวหนัง

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

212-005
นิตยสารหมอชาวบ้าน 005
ธันวาคม 1996
พญ.ปรียา กุลละวณิชย์

มะเร็งผิวหนัง

มะเร็งเป็นโรคที่น่าหวาดกลัวในความรู้สึกของคนทั่วไป เมื่อเอ่ยถึงโรคนี้ย่อมหมายถึงโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษาหาย เมื่อเป็นแล้วจะลุกลามรวดเร็วและถึงแก่ชีวิตในเวลาอันสั้นทุกราย จากความก้าวหน้าทางวิชาการพบว่ามีทางผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ โดยการวินิจฉัยตั้งแต่เริ่มเป็นน้อยๆ ก็คือการตรวจร่างกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในที่ๆพบว่าเป็นมะเร็งบ่อยๆ เช่น เต้านม ปากมดลูก เป็นต้น หรือเมื่อมีอาการผิดปกติทางระบบใดๆ ก็รีบไปตรวจร่างกายเสีย หากมีโรคจะได้รักษาได้ทันท่วงที

มะเร็งผิวหนังมีทั้งชนิดที่ร้ายแรงและไม่ร้ายแรง

  •  ส่วนใหญ่ไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิตเมื่อเทียบกับมะเร็งของอวัยวะภายใน มะเร็งผิวหนังมีข้อได้เปรียบในแง่ที่ว่าเมื่อเริ่มเป็นผู้ป่วย มองเห็นได้ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น ถ้าไม่เป็นคนไร้ความสังเกตเสียทีเดียว หรือเป็นคนประเภทไม่สนใจว่าจะมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะฉะนั้นมะเร็งผิวหนังจึงมักรักษาได้ทันท่วงที อีกทั้งการลุกลามก็เป็นไปอย่างช้าๆ เมื่อแพทย์ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งการรักษาคือการตัดทิ้ง บางชนิดไม่ต้องตัดแต่ใช้วิธีจี้ไฟฟ้า การตัดหรือการจี้ไฟฟ้าเป็นการผ่าตัดเล็กไม่ต้องการเครื่องมือที่ซับซ้อนและไม่มีอาการเจ็บตัวแต่อย่างใด แพทย์ใช้วิธีฉีดยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบ แผลผ่าตัดหรือจี้จะหายเป็นปกติภายใน 7 วัน โรคก็จะหายขาดได้ ยกเว้นในรายที่เป็นบริเวณกว้างเมื่อตัดทิ้งแล้ว อาจต้องเอาหนังบริเวณอื่นมาปะบริเวณที่แหว่งไป ซึ่งจะเสียเวลามากกว่า 7 วัน รายที่เป็นบริเวณกว้างหรืออยู่ในที่ๆไม่สามารถผ่าตัดได้ อาจต้องใช้วิธีฉายแสงหรือให้ยาฆ่ามะเร็งเช่นเดียวกับมะเร็งของอวัยวะอื่นๆเหมือนกัน

มะเร็งผิวหนังแบ่งออกเป็นชนิดอ่อนและชนิดร้ายแรง

  • ชนิดอ่อนคือชนิดไม่ร้ายแรงและไม่ลุกลาม เกิดขึ้นเป็นตุ่มเล็กๆ ขนาดประมาณเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-20 มิลลิเมตร มักพบเป็นบริเวณใบหน้า ลักษณะเป็นแผลตื้นๆ เรื้อรัง ขอบนูน โตช้ามาก อาจมีอาการเจ็บเล็กน้อย ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆอาจลามกว้างขึ้นหรือเป็นลึกจนกินถึงกระดูกได้ แต่ก็ยังเป็นเฉพาะที่ไม่แพร่กระจายไปบริเวณอื่นๆ บางคนอาจมีมากกว่าตุ่มเดียว ไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิตเพียงแต่ดูไม่งาม มักพบในคนสูงอายุ การรักษาคือตัดทิ้งไป ส่วนชนิดรุนแรงมีลักษณะเป็นก้อนเนื้องอก มีสีแดงสด ผิวขรุขระ เมื่อจับต้องมีเลือดออกง่าย มีอาการเจ็บ มีกลิ่นเหม็น ขนาดโตเร็ว ลักษณะเนื้องอกเหมือนดอกกะหล่ำ พบเป็นบริเวณที่เป็นแผลเรื้อรัง เช่นแผลถูกไฟลวก หรือน้ำร้อนลวก ไม้ทิ่มบริเวณริมฝีปากในคนกินหมาก หรือคาบบุหรี่เป็นประจำหรือบริเวณที่ถูกแดดจัดๆ โดยเฉพาะคนที่ผิวขาวจัด มีโอกาสเป็นได้มากกว่าคนผิวคล้ำ  บริเวณอวัยวะเพศโดยเฉพาะเพศชายที่มีอาการอักเสบบ่อยๆ  เช่น หนังหุ้มปลายอวัยวะเปิดไม่หมด การกินยาเข้าสารหนู โรคหอบหืด โรคผิวหนังเรื้อรัง โรคซิฟิลิส ทำให้เกิดมะเร็งของอวัยวะภายในและมะเร็งผิวหนังได้ในเวลาต่อมา

การป้องกันมะเร็งชนิดนี้จึงทำได้โดยหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด เมื่อเป็นแผลรีบรักษาให้หายอย่าปล่อยให้เป็นเรื้อรัง ลดความระคายเคือง เช่น กินหมาก สูบบุหรี่ ไม่เสี่ยงกินยาต้มหรือยา ที่ไม่แน่ชัดว่ามีสารหนูผสมอยู่ด้วยหรือไม่

มะเร็งผิวหนังที่ร้ายแรงที่สุดได้แก่ ชนิดที่เกิดจากเซลล์สี เกิดจากไฝดำหรือปานดำเนื่องจากเซลล์เปลี่ยนลักษณะไป อาจเกิดขึ้นเองโดยไม่มีสาเหตุหรือเกิดจากไฝที่อยู่บริเวณที่มีการเสียดสี เกิดเป็นแผล เลือดออก  มีการระคายเคือง เนื่องจากการรักษาแผลที่ไม่ถูกต้อง เช่น ใช้ปูนป้าย ใช้ธูปจี้ ใช้น้ำกรดหรือด่าง จี้ไฝทำให้เกิดเป็นแผลเรื้อรัง มีเลือดออก เหตุที่เป็นชนิดร้ายแรงที่สุด ก็เพราะมีการลุกลามเร็วและลามไปอวัยวะอื่น ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ ข้อสังเกตคือ ไฝหรือปานที่โตเร็ว มีลักษณะผิดปกติ เช่น ผิวขรุขระ สีไม่เรียบ มีน้ำเหลืองหรือเลือดออก ต้องพิจารณาไปพบแพทย์เพื่อตัดออก การตัดมะเร็งชนิดนี้ต่างจากเนื้องอกธรรมดา คือต้องตัดเอาเนื้อดีรอบๆออกเป็นบริเวณกว้างพอสมควรเพื่อป้องกันการลุกลาม แต่มะเร็งชนิดนี้พบไม่บ่อย

สรุปว่ามะเร็งผิวหนังส่วนใหญ่ไม่ร้ายแรง เมื่อเริ่มเป็นขนาดไม่ใหญ่ การตัดออกจะหายเป็นปกติ ข้อแนะนำหากมีแผลเรื้อรัง หรือตุ่มไฝหรือปานดำมีอาการผิดปกติควรตัดทิ้ง ไม่ควรอยู่กลางแดดร้อนจัดนานๆ  โดยไม่มีเครื่องป้องกัน ไม่ควรกินยาต้มยาหม้อ เพราะอาจมีสารหนูซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งผสมอยู่ ไม่ควรกินหมากหรือสูบบุหรี่ รักษาความสะอาดของช่องปากและฟัน ไม่ให้ฟันผุ หรือฟันแหลมเกิดการเสียดสีกับช่องปากเกิดเป็นแผลเรื้อรัง แล้วอาจกลายเป็นมะเร็งได้ รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศไม่ให้เกิดความหมักหมม

มะเร็งผิวหนังมีลักษณะเช่นเดียวกับมะเร็งของอวัยวะอื่นในแง่ที่ว่า ถ้ารู้เร็วตัดทิ้งเสียก็จะหายขาด ถ้าปล่อยให้ลุกลามไปมากอาจตัดไม่หมดหรือลามไปอวัยวะอื่นเสียแล้ว ทำให้การรักษาเป็นไปได้ยากหรืออาจสายเกินไป มะเร็งผิวหนัง สามารถมองเห็นได้จากภายนอก เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะถูกปล่อยจนลามมากมาย จึงเป็นไปได้น้อย เพราะผู้ป่วยมองเห็นและจัดการรักษาได้ทันท่วงทีเป็นส่วนใหญ่