โรคเอสแอลอี

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

216-008
นิตยสารหมอชาวบ้าน 216
เมษายน 1997
รศ.พญ.เล็ก ปริวิสุทธิ์

โรคเอสแอลอี

โรคเอสแอลอี เป็นแล้วจะมีวิธีใดบ้างที่จะรักษาโรคนี้ให้หายขาด และเกี่ยวกันหรือไม่ที่เป็นโรคนี้แล้วทำให้ร่างกายอ่อนแอ และทำให้เป็นแผลเริมที่บริเวณช่องคลอดหรือรอบอวัยวะเพศ
 

ดิฉันเป็นโรคเอสแอลอี ปัจจุบันมีอายุ 39 ปี เริ่มเป็นโรคเอสแอลอี ตั้งแต่ปี 2524 รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ คุณหมอให้ยาเพร็ดนิโซโลน ยาลดกรด และยาแก้ปวดข้อ

ชีวิตของดิฉันทรมานมาหลายปี ช่วงหลังดิฉันได้รับความรู้จากคุณหมอว่าให้ออกกำลังกาย ดิฉันก็เริ่มออกวิ่ง ร่างกายก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งต้นปี 2534 ก็เลิกกินยาเพร็ดนิโซโลนได้ตามคำสั่งคุณหมอ แต่มีอาการแบบ Addison ทรมานมากเหมือนตกนรกทั้งเป็น

ตอนนี้ดิฉันก็ยังออกวิ่งสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 3-4 กิโลเมตร ร่างกายก็สบายดี แต่ไม่หายขาด เพราะบางครั้งหงุดหงิด มีผื่นขึ้นที่หน้าและผิว แต่ไม่รุนแรงพอทนได้ และดิฉันไปตรวจเลือดตามคุณหมอนัดทุก 6 เดือน

ตอนนี้ดิฉันมีข้อข้องใจอยากถามคุณหมอค่ะ

1. เวลาที่ดิฉันมีร่างกายอ่อนแอมักจะเป็นแผลเริมที่บริเวณช่องคลอดหรือรอบอวัยวะเพศ ดิฉันไม่ไปหาหมอเพราะแพ้ยาบ่อย จึงทนเอาประมาณ 10 วันก็หาย ดิฉันเป็นบ่อยซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเพราะอะไรคะ
2. โรคเอสแอลอี จะหายขาดหรือไม่ และจะลุกลามมาอีกตอนแก่ไหมคะ
3. โรคนี้มีผู้ป่วยที่เป็นแล้วรักษาหายขาดไหมคะ

                                                                                                ผู้ถาม วิภาวรรณ/ราชบุรี

                                                       ************************
ผู้ตอบ ร.ศ.พ.ญ.เล็ก ปริวิสุทธิ์

1. ข้อนี้ คุณก็ตอบเองอยู่แล้วว่า แผลเริมเกิดขึ้นบ่อยในร่างกายที่มีสภาพอ่อนแอ ดังนั้นวิธีป้องกันก็คือพยายามดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ

2. โรคเอสแอลอี มีโอกาสหายได้ แต่คงบอกไม่ได้ว่าหายขาด เพราะบางครั้งหลังจากโรคสงบไปหลายปีก็ยังกำเริบได้อีก แต่โดยทั่วไป เมื่อเป็นโรคนี้นานเกิน 10 ปีขึ้นไป หากโรคจะกำเริบก็จะไม่รุนแรงเท่ากับช่วง 5 ปีแรก ดังเช่นที่คุณมีประสบการณ์อยู่ในขณะนี้ ขอให้คุณทำใจให้สบาย และหมั่นออกกำลังกายให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตสมบูรณ์อยู่เสมอ เพราะนี่เป็นวิธีป้องกันโรคกำเริบได้ดีที่สุด

3. เคยติดตามผู้ป่วยหลายคนที่โรคสงบ ไม่มีอาการใดๆ นานเกิน 10 ปี แต่ก็คงไม่อาจบอกได้ว่าจะหายขาดตลอดชีพหรือไม่ ขอให้คิดเสียว่าขนาดโรคไข้หวัดใหญ่ ยังไม่มีใครสามารถจะรักษาให้หายขาดได้ ทำไมคุณจึงต้องมากังวลว่าโรคนี้หายขาดหรือไม่ ขอให้เวลาโรคกำเริบแล้วไม่ทรมานหรือเป็นอันตรายก็น่าจะพอใจแล้ว

                                                      **************************