โรคเชื้อราขึ้นในปาก

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

98-007
นิตยสารหมอชาวบ้าน 98
มิถุนายน 1987
รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ

                                              

คนไข้รายนี้กินยาปฏิชีวนะอยู่นานเป็นเดือน
ต่อมาก็สังเกตเห็นว่ามีฝ้าขาวที่ลิ้นและกระพุ้งแก้ม คล้ายคราบนม แต่เขี่ยไม่ออก
เพราะมันเป็นฝ้าของเชื้อราสีขาวที่มีชื่อว่า แคนดิดา แอลบิแคน (Candida albican)
เชื้อรานี้มีอยู่ในร่างกายของคนเรา (เช่น ในช่องปาก ช่องคลอด) เป็นปกติธรรมดา แต่ไม่สามารถเจริญงอกงาม เพราะมีเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดอยู่ด้วยกัน ซึ่งจะคุมไม่ให้เชื้อราแบ่งตัว
ถ้าหากเรากินยาปฏิชีวนะติดต่อกันนานๆ เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้ก็ถูกทำลายหมด เชื้อราที่ซ่อนตัวอยู่ในช่องปากหรือช่องคลอด ก็เป็นอิสระสามารถแตกลูกแตกหลานงอกงามจนทำให้ร่างกายกลายเป็นโรค
ถ้าเกิดในช่องปาก ก็ทำให้มีฝ้าขาวในช่องปาก อาจเป็นคราบติดบนลิ้น เพดานปากหรือกระพุ้งแก้ม อาจทำให้เบื่ออาหาร กินข้าวไม่ค่อยรู้รสชาติ
ถ้าเกิดในช่องคลอด ก็ทำให้มีอาการตกขาว คันยิบๆ

การรักษา ถ้าเป็นเชื้อราในปาก ให้ทาป้ายด้วยน้ำยาสีม่วงที่มีชื่อว่า “เจนเชียนไวโอเลต” วันละ 3-4 ครั้ง ซึ่งสามารถขจัดเชื้อราให้หมดไปได้
ถ้าเป็นในช่องคลอด แพทย์จะให้ยาสอดช่องคลอดที่เข้าตัวยาฆ่าเชื้อรา เช่น นิสแตติน (Nystatin) สอดทุกวันจนกว่าจะหาย

ท่านที่ชอบซื้อยาชุดที่เข้ายาปฏิชีวนะกินเป็นประจำหรือคุณผู้หญิงที่จำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะรักษาสิวเป็นประจำ หากอยู่ๆมีอาการตกขาวคันยิบๆ หรือเป็นฝ้าขาวในปาก ก็จงตระหนักว่าเชื้อราในร่างกายของท่านกำลังแตกหน่อออกลูกออกหลาน ก็ให้รักษาตามวิธีที่ได้แนะนำไว้ข้างต้นนี้

ภาพประกอบได้รับความเอื้อเฟื้อจาก พ.ญ.จินตนา ศิรินาวิน