เมื่อเป็นหวัดคัดจมูกไม่จำเป็นต้องใช้ยา

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

124-005
นิตยสารหมอชาวบ้าน 124
สิงหาคม 1989
ผศ.สุนทรี วิทยานารถไพศาล

เมื่อเป็นหวัดคัดจมูกไม่จำเป็นต้องใช้ยา

หม้อน้ำตั้งบนเตาไฟพร้อมทั้งโขลกหอมแดง แง่งขิงลงไป แล้วสูดดมจากไอน้ำที่ลอยขึ้นมา น่าจะเป็นรูปแบบที่ยังใช้ได้โดยไม่สิ้นเปลืองเงินทอง และค่าสิทธิบัตรแต่อย่างใด

ในสมัยก่อนเวลาเป็นหวัดมีอาการคัดจมูกและน้ำมูกไหล มีวิธีที่นิยมใช้แก้อาการกัน ก็คือ ตั้งหม้อน้ำบนเตาไฟ ทุบหัวหอมแดงหลายๆ หัวลงไป พอมีไอร้อนเกิดขึ้นก็เอาหน้า (คนที่ป่วย) เข้าไปอังสูดดมไอนั้น เพื่อบรรเทาอาการอึดอัดลงบ้าง แทนที่จะมุ่งใช้แต่ยาแก้หวัดที่มีการโฆษณาขายกันอยู่ในปัจจุบันนี้ ซึ่งไม่แน่ว่าจะได้รับยาเกินจำเป็น เกินขนาดไปหรือไม่ เพราะทุกๆ ยี่ห้อผลิตในสูตรผสมทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม วิธีการ “สูดดมไอ” แบบดั้งเดิม ได้ถูกนักวิจัยจากสภาวิจัยทางสาธารณสุข (Medical Research Council) ในเมืองซอลเบอรี่ ประเทศอังกฤษทำการศึกษาประสิทธิภาพด้วยการให้ผู้ป่วยที่อาสาสมัครป่วยด้วยการใส่เชื้อหวัดจนมีอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล จำนวน 171 คน อายุตั้งแต่ 18-50 ปี แล้วให้สูดดมจากภาชนะที่ออกแบบไว้ ซึ่งสามารถพ่นไอน้ำออกมาได้พร้อมกับอากาศจำนวน 20 ลิตรต่อนาที เมื่อน้ำที่ต้มร้อนถึง 30-43 องศาเซลเซียส

จากการวัดอาการป่วย เช่น ปริมาณน้ำมูกทุกระยะ ผลปรากฏว่าในเวลา 20 นาที เมื่อใช้ความร้อนที่ 43 องศาเซลเซียส จะลดอาการป่วยลงได้เกือบครึ่ง เมื่อเทียบกับการใช้ไอร้อนที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส การใช้เวลาสั้นเพียง 10 นาที จะไม่เห็นผลเลย

นายแพทย์ผู้ทดลองยังให้ความเห็นสนับสนุนประโยชน์ที่ใช้กับอาการแพ้อากาศ แพ้ละอองเกสรดอกไม้ต่างๆ อีกด้วย และในอีกไม่นานบริษัทผู้ผลิตหม้อต้ม เพื่อพ่นไอน้ำตามที่ใช้ในงานวิจัยชิ้นนี้จะผลิตภาชนะออกขายมีมูลค่าใบละ 40 ปอนด์ (ประมาณ 1,600 บาท) ด้วยหวังว่าผู้บริโภคที่ไม่ชอบกินยา หรือหญิงมีครรภ์ที่ต้องหลีกเลี่ยงยาให้มากที่สุดจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สนใจ

อย่างไรก็ตาม หม้อน้ำตั้งบนเตาไฟพร้อมทั้งโขลกหอมแดง แง่งขิงลงไป แล้วสูดดมจากไอน้ำที่ลอยขึ้นมา น่าจะเป็นรูปแบบที่ยังใช้ได้โดยไม่สิ้นเปลืองเงินทอง และค่าสิทธิบัตรแต่อย่างใด

(จาก The Pharmaceutical Journal. 1989;242(6535):20.)