วิธีรักษา บาดแผลจากโรคเบาหวาน

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

22-013
นิตยสารหมอชาวบ้าน 22
กุมภาพันธ์ 1981

วิธีรักษา บาดแผลจากโรคเบาหวาน

ข้าพเจ้าเคยได้ยินเกี่ยวกับแผลเน่าจากโรคเบาหวาน จนผู้ป่วยต้องถูกตัดนิ้ว ตัดมือหรือแขนขาทิ้งไป เพราะเชื้อโรคลุกลามจนต้องผ่าตัดใหญ่ และในที่สุด เรื่องนี้ก็เกิดกับแม่ของข้าพเจ้าเอง

คุณแม่ของข้าพเจ้าอายุเจ็ดสิบกว่าปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานอยู่หลายปีแล้ว โดยที่แม้คุณหมอที่โรงพยาบาลได้สั่งนักสั่งหนาว่าต้องมาตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เพื่อทราบอาการของโรคเบาหวานแต่คุณแม่ก็ละเลยและไม่ยอมรับว่า ตนเองเป็นเบาหวาน จนคุณแม่มีอาการตามัว (เกิดจากโรคเบาหวาน) ขึ้นมาจึงถูกบังคับให้ไปตรวจเลือด ก็พบว่ามีน้ำตาลในเลือดสูง

อยู่มาวันหนึ่ง คุณแม่ตัดเล็บที่นิ้วเท้า เล็บฉีกออกจากเนื้อนิดหน่อย คุณแม่ก็ไม่ได้สนใจ เพียงแต่หายามาทา วันต่อมารู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น แผลกับมีหนองขึ้นมา จนต้องรีบไปหาหมอที่โรงพยาบาล หมอใช้เครื่องมือเขี่ยเอาหนองออก ทาแอลกอฮอล์ ปิดสำลีและผ้าพันแผล ให้ยารักษาเบาหวานและยาปฏิชีวนะมากิน ทั้งให้ไปทำแผลใหม่ทุกวัน และเจาะเลือดตรวจทุกอาทิตย์ รักษาเช่นนี้มาสองอาทิตย์ ก็ยังคงมีหนองที่แผล เรื่อย ๆ ทุกครั้งแพทย์ได้ใช้เครื่องมือตัดเอาเนื้อเน่าออก จนคุณแม่ต้องร้องลั่นห้องเพราะเจ็บปวดมาก ยาปฏิชีวนะและยารักษาโรคเบาหวานได้กินตรงตามที่แพทย์สั่งตลอดระยะเวลาที่รักษา แต่อาการยิ่งแย่ลง จนครบ 1 เดือน นิ้วที่เท้าถูกตัดไปครึ่งนิ้ว และคุณแม่ไม่ยอมไปหาหมอที่โรงพยาบาลอีก เพราะกลัวจะถูกตัดไปอีกครึ่งนิ้ว จึงหันไปหาหมอจีนแถววัดสามจีน หมอจีนได้ให้ยาสมุนไพรสดตำละเอียดมาพอก และต้มน้ำใช้ล้างแผล และสั่งยาสมุนไพรแห้งมาต้มน้ำดื่ม หมอจีนไม่ยอมเปิดเผยใบสั่งยา ต้องมาหาหมอตรวจดูอาการแล้วซื้อยาไปทุกครั้ง คุณแม่ถามหมอจีนว่า จะหายหรือยัง หมอจีนก็ปลอบใจว่า จะหายแล้ว แต่ผมก็เห็นเนื้อยังเน่า มีหนองออกมากมาย แถมมีกลิ่นเหม็น รักษากับหมอจีนนี้ประมาณ 3 เดือน รวมรักษามาแล้ว 4 เดือน เสียเงินไปหลายพันบาท แถมเสียเวลาไปมากมาย เพราะหมออยู่ไกลจากบ้าน ต้องใช้เวลาเดินทางมาก อาการของคุณแม่ก็ไม่ดีขึ้นเลย

ข้าพเจ้าผู้เป็นลูก รู้สึกเป็นห่วงคุณแม่มาก ตอนนั้นกำลังศึกษาเภสัชกรรมแผนโบราณ ที่วัดอัมพวัน อยู่พอดี ได้เรียนเกี่ยวกับพวกยาสมุนไพร แต่ก็ไม่มีความมั่นใจว่าตัวเองจะรักษาคุณแม่ได้ เพราะแม้แต่หมอใหญ่ของโรงพยาบาลยังเป็นห่วงบาดแผลของคุณแม่ ข้าพเจ้าจึงได้เรียนถามอาจารย์ที่สอนเกี่ยวกับวิธีรักษา อาจารย์ท่านได้บอกว่าให้ใช้ รากผักโขมหนาม 1/2 กิโลกรัม, ลูกใต้ใบ 1/2 กิโลกรัม ต้มน้ำ 3 ส่วนให้เหลือ 1 ส่วน ดื่มต่างน้ำ แต่เนื่องจากข้าพเจ้าไม่อาจหารากผักโขมหนามได้ และได้ทราบจากรายงานทางการแพทย์ว่า ผักโขมมีอ๊อกซาเลต (Oxalate) สูง สามารถทำให้เกิดนิ่วในไตได้

ข้าพเจ้าจึงแก้ไขสูตรโดยใช้ตัวยา ดังนี้
ก. ยากิน

  • ใช้ฟ้าทะลายโจร (น้ำลายพังพอน) ชนิดแห้ง 3 ขีด
  • ลูกใต้ใบชนิดสด หนัก ½ กิโลกรัม เอาตัวยาทั้งสองนี้ ต้มน้ำ 3 ส่วนให้เหลือ 1 ส่วน ดื่มแทนน้ำ

ข. ยาทา

  • ใช้ลูกเบญกานี (เป็นยางไม้ชนิดหนึ่งซื้อได้จากร้านขายยาไทย ยาจีนทั่วไป ราคาถูก เม็ดละ 1-2 บาท เท่านั้น) เอามาฝนกับน้ำสะอาดให้เข้มข้น
  • หลังจากล้างแผลด้วยน้ำด่างทับทิมแล้ว ก็ใช้น้ำยาที่เข้มข้นของลูกเบญกานีทาเคลือบแผลโดยไม่ต้องเขี่ยเอาหนองออก เมื่อน้ำยาแห้ง น้ำยาเบญกานีจะรวมตัวกับหนองจับกันเป็นแผ่นแข็งหุ้มห่อบาดแผลเหมือนเคลือบแผลด้วยยางไม้ ระหว่างทำแผลจึงไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างไร

ข้าพเจ้าได้ทำแผลให้คุณแม่เช่นนี้ทุกวัน ๆ ละครั้ง และกินยาทุกวันด้วย ข้าพเจ้าจะใช้คีมหนีบทุกวันด้วย ข้าพเจ้าจะใช้คีมหนีบสำลี ชุบน้ำด่างทับทิมเช็ดเอายาเก่าออกก่อนทุกครั้ง แล้วจึงทาเคลือบยาใหม่ลงไป เป็นระยะเวลายี่สิบกว่าวัน จนยาที่ทาเคลือบหนามากคล้ายก้อนหิน ข้าพเจ้าลองเอาไม้ไปเคาะดู คุณแม่ก็ไม่รู้สึกเจ็บปวด และแล้ววันหนึ่ง ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังทายาใหม่ให้คุณแม่ยางเคลือบแผลที่เกาะกันคล้ายหิน ก็หลุดออกมา มองเห็นหนังดีที่อ่อนนุ่มงอกแทนที่เนื้อเน่าที่เคยเห็น แต่ยังมีเส้นเลือดแห้งเส้นหนึ่งเกาะอยู่ระหว่างนิ้วขากับเกราะยางเคลือบที่หลุดออกมาเท่านั้น ข้าพเจ้าจึงใช้กรรไกรเผาไฟ ตัดเส้นเลือดนั้นขาด แล้วใช้ยางลูกเบญกานีทาเคลือบ

นั่นแหละ บาดแผลเนื่องจากเบาหวานของคุณแม่จึงได้หายสนิท โดยยาไทยที่วิเศษนักขนานนี้ ราคา
ก็ถูก กรรมวิธีการรักษาก็ง่าย ข้าพเจ้าเขียนเรื่องนี้ขึ้น เพื่อให้หมอแผนปัจจุบันที่คิดจะตัดนิ้วตัดแขนขาของคนไข้ที่เป้ฯเบาหวานทิ้งอยู่เรื่อยไป ให้หันมาลองใช้ยานี้ดูบ้าง อาจพบความมหัศจรรย์ดังที่ข้าพเจ้าได้พบมาแล้วก็ได้