• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

เด็กสามขวบถึงสี่ขวบ

การเลี้ยงดู

318 เล่นกับเพื่อนไม่ได้
เด็กที่ถูกเลี้ยงดูอยู่แต่ในบ้าน เมื่ออายุ 3 ขวบ ยังเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกันไม่เป็น ถ้าปล่อยให้อยู่ด้วยกันเด็กจะแย่งของเล่นกันเอง ครั้งแรกที่มีเพื่อนมาเล่นที่บ้าน เด็กจะไม่ยอมให้เพื่อนยืมของเล่น ไม่ว่าเพื่อนยื่นมือหยิบอะไร แกจะเอาคืนทันที เมื่อเพื่อนไม่สนุกเพื่อนก็กลับบ้าน คราวนี้เด็กกลับร้องไห้ไม่ยอมให้เพื่อนกลับ

เด็กอายุ 3 ขวบ ซึ่งไม่เคยออกไปเล่นที่อื่น จะเล่นไม่ได้แม้แต่กับเพื่อนซึ่งเข้าโรงเรียนอนุบาลแล้ว ระยะแรกคุณแม่ต้องอยู่ด้วย คอยชี้แนะวิธีการเล่นให้แก พอได้เล่นหลาย ๆ ครั้งเข้า แกจะเล่นกันเองได้เมื่ออายุเกือบ 4 ขวบ นอกจากชวนเพื่อนของลูกมาเล่นที่บ้านแล้วคุณแม่ควรให้ลูกของตนมีโอกาสไปเล่นบ้านอื่นด้วย

ถ้าเด็กทั้งสองฝ่ายเป็นเด็กที่เคยอยู่แต่ในบ้านทั้งคู่ เวลาเล่นด้วยกันมักจะลงเอยด้วยการทะเลาะกัน ตีกันบ้าง หยิกข่วนกันบ้าง หากคุณแม่ของเด็กพ่ายแพ้ หาว่าเด็กอีกฝ่ายเกเร ไม่ยอมให้เล่นด้วยอีกเลย ลูกก็จะโตขึ้นมาโดยไม่รู้จักเล่นกับเพื่อน เมื่อเด็กอยู่โดดเดี่ยวเหงาหงอยทุกวัน พลังงานที่เหลือในตัวเด็กจะพุ่งมาเล่นงานแม่

หากคุณแม่รู้เสียแต่แรกว่า เด็กเล็กๆยังเล่นกับเพื่อนไม่เป็น จึงทะเลาะกัน แม่กับแม่ก็คุยกันเสียก่อน เวลาเด็กทะเลาะกันจะได้ไม่เกิดปัญหา ถ้าเด็ก 3 ขวบทะเลาะกัน แล้วพ่อแม่ของเด็กเลยพาลโกรธกันด้วยละก็ แปลว่าพ่อแม่ขาดคุณสมบัติของสมาชิกสังคม

การให้เด็ก 3 ขวบเล่นกับกลุ่มเด็กหญิงนักเรียนประถมก็มีปัญหาเหมือนกัน เพราะพวกพี่ๆจะเห็นน้องเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่ง ไม่ได้เล่นด้วยอย่างฐานะเท่าเทียมกัน ทำให้เด็กขาดความเป็นตัวของตัวเอง
ในกรณีที่ลูกเล่นกับเด็กเพื่อนบ้านวัยเดียวกันไม่ได้ วิธีแก้ปัญหาทางหนึ่ง คือพ่อแม่เป็นเพื่อนกันเสียก่อนโดยการไปเที่ยวด้วยกันทั้งสองครอบครัวในวันหยุด

319 ให้ไปโรงเรียนอนุบาลหรือสถานเลี้ยงเด็กดีหรือไม่
เด็ก 3 ขวบ ถ้าให้เข้าโรงเรียนอนุบาลจะต้องอยู่ชั้นเตรียมอนุบาลและเรียนอยู่ 3 ปี จึงจะได้ขึ้นชั้นประถม สมัยนี้ คุณแม่ที่อยู่ในเมืองส่วนใหญ่ทำงานนอกบ้าน เมื่อเด็กโตพอช่วยตัวเองได้ มักจะส่งเข้าโรงเรียนอนุบาลหรือสถานเลี้ยงเด็ก เพราะน่าเป็นห่วงน้อยกว่าที่จะให้อยู่บ้านตามลำพังกับพี่เลี้ยง
ส่วนในชนบทซึ่งคุณแม่ทำงานอยู่กับบ้านหรือใกล้บ้าน และหมู่บ้านมีลานกว้างสำหรับให้เด็ก ๆ เล่นด้วยกัน โดยไม่มีอันตรายจากรถรา เด็กเล่นด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ มีเพื่อนทั้งวัยเดียวกันและต่างวัยกัน สนุกสนานได้ทั้งวัน โรงเรียนอนุบาลหรือสถานเลี้ยงเด็กจึงไม่ใช่ของจำเป็น

สำหรับสังคมเมืองนั้น แม้ว่าคุณแม่จะอยู่บ้านก็มักมีปัญหาที่ว่าหาเพื่อนเล่นให้ลูกไม่ได้ เด็กบ้านใกล้เรือนเคียงก็วัยต่างกันมากจนเล่นด้วยกันไม่ได้ หรืออาจจะวัยเดียวกันแต่ไม่มีโอกาสเล่นด้วยกัน ฯลฯ ถ้าเป็นลูกคนเดียว คุณแม่ก็ต้องเล่นกับลูกแต่เด็กเล่นกับแม่ ถึงอย่างไรก็ไม่เหมือนกับได้เล่นกับเพื่อน
เด็กจำเป็นต้องมีเพื่อน โรงเรียนอนุบาลหรือสถานเลี้ยงเด็กเป็นแหล่งที่เด็กจะหาเพื่อนได้มากมาย และเล่นด้วยกันได้อย่างปลอดภัย นอกจากนั้นการได้ออกจากบ้านจะช่วยให้เด็กเป็นตัวของตัวเอง พึ่งตนเองได้เร็วขึ้นเพราะฉะนั้น สำหรับลูกคนเดียวซึ่งไม่มีเพื่อนเล่น ควรให้ไปโรงเรียนอนุบาล

บางคนคัดค้านการส่งเด็กเข้าโรงเรียนอนุบาลตั้งแต่ 3 ขวบ เพราะคิดว่าการให้เด็กอยู่โรงเรียนถึง 3 ปี จะทำให้เด็กเบื่อโรงเรียนเสียก่อนจะเข้าเกณฑ์ ทั้งนี้เพราะโรงเรียนอนุบาลส่วนใหญ่ยังเน้นการสอนหนังสือเหมือนโรงเรียน ไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก ถ้าหากโรงเรียนอนุบาลพัฒนากิจกรรมในโรงเรียนได้เหมาะสมกับวัยของเด็ก 3-4-5 ขวบ ตามลำดับ ผลดีของการได้มีชีวิตอยู่ในสังคมรวมหมู่ย่อมมีสำหรับเด็ก โดยเฉพาะสำหรับเด็กที่หากอยู่บ้านจะต้องอยู่อย่างหงอยเหงา

ถ้าหากจะถามว่า เด็กทุกคนควรเข้าโรงเรียนอนุบาลหรือ? ก็ตอบได้ว่า ไม่จำเป็น หากใกล้บ้านมีสถานที่เล่นซึ่งปลอดภัย มีเพื่อนเล่นสนุกสนาน มีคุณแม่หรือคุณย่าคุณยายดูแลอยู่ที่บ้าน ก็ให้เข้าโรงเรียนตามเกณฑ์ได้

สำหรับเด็กซึ่งมีน้องอายุห่างกันเพียงปีเดียว และสนิทสนมเล่นกันดีอยู่ทุกวัน ไม่ควรแยกคนพี่เข้าโรงเรียนเร็วเกินไป เพราะจะทำให้คนน้องเหงาเมื่อขาดเพื่อนเล่น ถ้าจะส่งเข้าโรงเรียนอนุบาล ควรรอส่งเข้าพร้อมกันเลย พี่อยู่อนุบาลหนึ่ง น้องอยู่เตรียม

ข้อมูลสื่อ

102-018
นิตยสารหมอชาวบ้าน 102
ตุลาคม 2530

บทความที่เกี่ยวข้อง