หน้าวงพระจันทร์ หรือ หน้าสเตียรอยด์

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

22-007
นิตยสารหมอชาวบ้าน 22
กุมภาพันธ์ 1981
รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ

หน้าวงพระจันทร์ หรือ หน้าสเตียรอยด์

 

                                      

รูปหน้ากลมดิกเหมือนวงพระจันทร์ มีเม็ดสิวขึ้นเต็ม และสังเกตให้ดี ๆ จะเห็นมีขนอ่อน ๆ ขึ้นด้วย
หน้าแบบนี้แหละครับที่หมอ เราเรียกว่า “หน้าวงพระจันทร์” (Moon face) ซึ่งเรียกได้สมชื่อจริง ๆ ยาตัวนี้ดีแล้วใช่ไหมครับ เพราะนอกจะกลมเหมือนพระจันทร์แล้ว ผิวยังเป็นหลุมเป็นบ่อเหมือนพระจันทร์อีกด้วย พบได้ในคนที่มีความผิดปกติของต่อมหมวกไต เช่น เป็นเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต ทำให้ต่อมนี้สร้างฮอร์โมน กลูโคคอร์ติคอยด์ มากเกินไปแต่สาเหตุที่พบได้บ่อยกว่ามาก ๆ ก็คือ การใช้ยาพวกสเตียรอยด์

คุณผู้อ่านที่ติดตาม “หมอชาวบ้าน” มาตั้งแต่แรก คงรู้จักยาตัวนี้ดีแล้วใช่ไหมครับ เพราะเราได้เน้นถึงอันตรายของการใช้ยานี้อยู่มิได้ขาด
ยาสเตียรอยด์ (บางคนก็เรียกว่า สเตอรอยด์ หรือ กลูโคคอร์ติดคอยด์) เป็นยาฮอร์โมนที่ทำขึ้นเลียน
แบบฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ที่สร้างโดยต่อมหมวกไต มีชื่อที่ขายกันในท้องตลาดมากมาย เช่น เพร็ดนิโซโลน, เด๊กซ่าเมธาโซน, คอร์โตน, คอร์ติโซน,ฮัยโดรคอร์ติโซน เป็นต้น
สมัยก่อนยาแก้ปวดข้อ ปวดหลัง (ที่โฆษณาว่าใช้แทนหมอนวดได้) หรือแก้หอบหืด (ทีมักจะใช้ได้ผลชะงัด) จะมียานี้ผสมอยู่ด้วยไอ้พวกที่มีคำลงท้ายว่า “เพร็ด หรือ “โซโลน” นั่นแหละครับล้วนเข้ายาตัวนี้ทั้งสิ้น

ความจริงแล้ว ยาสเตียรอยด์นี้มีสรรพคุณและประโยชน์มากมาย ใช้แก้อักเสบ แก้แพ้ได้ดีชะงัด
หมอเราจะใช้รักษาโรคติดต่อเชื้อรุนแรง, โรคหืดที่ดื้อต่อยาอื่น, โรคแพ้ตัวเอง (เช่น โรคเอสแอลอี), โรคไตบางชนิด, โรคเลือดบางชนิด, โรคผิวหนังบางชนิดซึ่งจะใช้อย่างระมัดระวัง และใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้นแต่เนื่องจากความเชื่อว่ายานี้มีสรรพคุณครอบจักรวาล ร้านขายยา หมอชาวบ้าน และแม้แต่แพทย์เอง จึงชอบใช้ยานี้เกินความจำเป็นไป
ยาชุดหลาย ๆ อย่าง นับตั้งแต่ ยาชุดแก้หวัด แก้หืด ยาชุดแก้ปวดหลัง ปวดข้อ ไปจนถึงยาอ้วน มักจะมียาสเตียรอยด์ผสมอยู่ด้วยเสมอทั้งคนไข้และคนขายอาจชอบใจที่กินแล้วได้ผล หายหวัด หายหอบ หายปวด หรืออ้วนขึ้นตามที่ต้องการแต่ผลที่ตามมา นอกจากทำให้โรคบางอย่างเคยยาขึ้นแล้ว

การกินยานี้ในขนาดมาก ๆ หรือนาน ๆ จะมีโทษต่อร่างกายเหลือคณานับเลยทีเดียว
อาจกัดกระเพาะจนทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหาร เลือดออกในกระเพาะ อาเจียนเป็นเลือด หรือกระเพาะทะลุ ต้องผ่าตัดกันก็มี (เวลาหมอให้ยานี้ มักให้กินยาลดกรดกันกระเพาะควบด้วยเสมอ), ทำให้บวมฉุ, หน้าเป็นวงพระจันทร์, สิวขึ้นที่หน้า, หลัง และลำตัว, มีขนอ่อน หรือหนวดขึ้น, เป็นโรคจิต, โรคประสาท, กล้ามเนื้อลีบไม่มีแรง, เป็นโรคความดันเลือดสูง, โรคเบาหวาน, กระดูกผุกร่อน
คนที่กินยานี้นาน ๆ ยังทำให้ร่างกายอ่อนแอ ต้านทานโรคไม่ไหว (ต่อสู้กับเชื้อโรคไม่ได้) ทำให้เป็นฝีหรือแผลพุพองได้ง่ายบางคนที่หมอจำเป็นต้องให้กินยานี้รักษาโรคนาน ๆ จะพบว่า เป็นวัณโรคปอด (ปอดเป็นจุด) ต้องกินยารักษาวัณโรคควบคู่ไปด้วย

อันตรายที่สำคัญ คือ ยานี้จะกดต่อมหมวกไต ทำให้ต่อมนี้ฝ่อ ทำงานไม่ได้ เป็นเหตุให้ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามข้อและกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ผิวดำคล้ำ ความดันเลือดต่ำ
และอาจเป็นอันตรายถึงตายได้

คุณผู้อ่านครับ ใครอยากตายผ่อนส่ง ก็เชิญซื้อยานี้กินกันต่อไปเถิดครับ

 


 

 

 

 

รูปที่ 1

ชายคนนี้หน้าตายังดูเป็นปกติ เมื่อเริ่มกินยาสเตรียรอยด์ใหม่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

รูปที่ 2

ชายคนเดียวกับรูปที่ 1หน้าเป็นวงพระจันทร์และมีสิวขึ้นหลังกินยาสเตรียรอยด์นาน 6 เดือน

 

 

 

 

 

 

รูปที่ 3
หน้าวงพระจันทร์และมีสิวขึ้น ในคนที่ต่อมหมวกไตสร้างฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์มากเกินไป

 

 

 


 

 

 

รูปที่ 4
รูปร่างและสีสันของยาประเภทเพร็ดนิโซโลนยี่ห้อต่างๆ