ดีซ่าน : ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะเหลือง

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

23-006
นิตยสารหมอชาวบ้าน 23
มีนาคม 1981
รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ

ดีซ่าน : ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะเหลือง

 

คุณหมอครับ หมู่นี้มีคนเขาทักว่าตาผมเหลืองหลายคนแล้ว ไม่ทราบว่าจะเป็นโรคดีซ่านหรือเปล่าครับ ?”
“ลองเล่าให้หมอฟังซิว่า มีอาการผิดปกติอะไรบ้าง ?”


“ก็รู้สึกสบายดีเหมือนปกติธรรมดาแหละครับ”
“อ่อนเพลีย, เบื่ออาหารไหม ?”


“ ไม่ครับ”
“ปัสสาวะสีอะไร ?”


“สีเหลือง ครับ”

“เหลืองเหมือนอะไร เหมือนสีน้ำชา หรือสีขมิ้น ?”


“เหมือนสีน้ำชาครับ”
“ปัสสาวะเหลืองทุกครั้งเลยหรือเปล่า”


“บางครั้งก็เหลือง บางครั้งก็ใส”
เอาละ มายืนตรงริมหน้าต่าง แดดสว่างๆตรงนี้ เอ้า! เหลือกตามองลงไปปลายเท้าซิ หมอขอเลิกเปลือกตาบน จนได้เห็นตาขาวชัด ๆ หน่อย .....ตาขาวของคุณก็ดูไม่เหลืองเลยนี่ คุณคงไม่มีอาการดีซ่านหรอกนะ”


“คุณหมอครับ ดีซ่านนี่จะมีอาการอะไรบ้างครับ ?”
ก็ต้องมีอาการตาเหลือง (ดูรูปที่ 1) คือ ถ้าตรวจดูตาขาวในที่ ๆ มีแดดสว่าง ๆ จะเห็นเป็นสีเหลือง แล้วก็มีอาการตัวเหลืองเหมือนย้อมด้วยขมิ้น (รูปที่ 3) จะเหลืองมากเหลืองน้อยก็แล้วแต่จะเป็นมากหรือน้อย นอกจากนี้ปัสสาวะจะต้องมีสีเหลืองเหมือนขมิ้น และจะเหลืองทุกครั้งที่ปัสสาวะ อย่างที่คุณตาไม่เหลืองแบบสีน้ำชาเป็นบางครั้งอย่างนี้ ก็ไม่เรียกว่า เป็นดีซ่านหรอกครับ”


“ถ้าเป็นดีซ่าน จะเป็นอันตรายไหมครับ ?”
ความจริง ดีซ่าน นี่ หมอเราถือว่าเป็นอาการของโรค ไม่ใช่ชื่อโรค หมายถึง อาการตาเหลืองตัวเหลือง ปัสสาวะเหลืองเหมือนขมิ้นนั่นเอง มันมีสาเหตุหลาย ๆ อย่างด้วยกัน เช่น อาจเกิดจากโรคทางเลือด ได้แก่ โรคธาลัสซีเมีย โรคเม็ดเลือดแดงแตกง่าย ก็ได้ โรคทางตับ เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง ก็ได้ หรือโรคติดเชื้อ เช่น มาล้เรีย ทัยฟอยด์ ก็ได้ คนที่มีอาการดีซ่านจะมีอันตรายหรือไม่ ก็สุดแต่สาเหตุและความรุนแรงของโรค


“ถ้าเช่นนั้น คนที่เป็นดีซ่าน ควรจะหาหมอทุกคนเลยใช่ไหม ?”
ถ้ามีหมออยู่ใกล้ ๆ ก็ควรจะแวะไปปรึกษาดูก็ดี แต่ถ้าไม่มีหมออยู่ใกล้บ้าน หรือมีความลำบากในการเดินทางไปหาหมอ ก็ให้สังเกตอาการดังนี้ :-
ถ้ามีอาการดีซ่านร่วมกับมีไข้ ตัวร้อน หนาวสั่น หน้าซีด มือซีด เปลือกตาซีด ปวดท้องมาก อาเจียนมาก กินไม่ได้ เท้าบวม หรือซูบผอมลงมาก อย่างหนึ่งอย่างใดก็ควรไปหาหมอ เพราะอาจเป็นโรคร้ายแรงได้แต่ถ้ามีอาการดีซ่าน แต่ยังกินข้าวได้ ตัวไม่ร้อน ไม่ซีด ไม่บวม ไม่ซูบผอมมาก ไม่มีอาการปวดท้องหรืออาเจียนมาก อาจมีเพียงอาการท้องอืดท้องเฟ้อหรือแน่น ๆ ชายโครงข้างขวาบ้างเล็กน้อย แบบนี้ก็ให้ดูแลรักษาเอง โยการพักผ่อนให้เต็มที่ ห้ามทำงานหนัก ดื่มน้ำและน้ำหวานให้มาก ๆ เข้าไว้ อย่ากินอาหารมัน ๆ ควรหยุดงานหรือหยุดเรียนสักเดือนหรือครึ่งเดือน”


“แล้วไม่ต้องกินยาฉีดยาอะไรหรือครับ”
ไม่ต้องกินยาอะไรทั้งสิ้น อาการดีซ่านอย่างหลังนี้มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสลงตับ หรือที่หมอเรียกว่า “โรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส ” นั่นแหละ คนที่มีอาการดีซ่าน 10 คน จะมีสาเหตุมาจากโรคนี้เสีย 7-8 คน ที่ชาวบ้านเราเรียกว่า “โรคดีซ่าน” ก็หมายถึง โรคนี้นั่นเอง”


“การที่มีเชื้อไวรัสลงตับ ไม่ต้องกินยาไปฆ่ามันหรือครับ?”
ขณะนี้ยังไม่มียาอะไรที่จะไปฆ่าแกงเจ้าเชื้อไวรัสได้ การดูแลรักษา จึงเพียงแต่ประคับประคองไปตามอาการเช่นเดียวกับโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดอื่น ๆ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หัด คางทูม เป็นต้น”


“หมายความว่า โรคนี้เป็นเองหายเองโยธรรมชาติของมันใช่ไหม ?”
ครับ โรคนี้ส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง ร่างกายคนเราสามารถต้านทานมันได้ เมื่อได้พักผ่อนและดูแลรักษาดังกล่าว สัก 1-2 อาทิตย์ ตาและปัสสาวะจะค่อย ๆ หายเหลือง กินข้าวได้มากขึ้นและหายอ่อนเพลีย
แต่ก็มีบางคนที่อาการอาจรุนแรง จนกลายเป็นโรคตับแข็ง หรืออันตรายถึงตายได้ ซึ่งก็นับว่ามีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้น พวกนี้ตาจะเหลืองมากขึ้น อ่อนเพลียมากขึ้น บางคนอาจมีอาการท้องบวมน้ำและเท้าบวมได้ ถ้ามีอาการเหล่านี้ ก็ควรจะรีบไปหาหมอครับ”

 

 

 

 

 รูปที่1
ตรวจดูตาเหลือง โดยให้ผู้ป่วยเหลือกตามองลงปลายเท้า ผู้ตรวจใช้นิ้วมือเลิกเปลือกตาบน เพื่อให้เห็นตาขาวชัดๆควรตรวจในที่ๆมีแสงสว่างพอ

 

 



 

 

 

 รูปที่ 2
อาการตาเหลือง ตาขาวกลายเป็นสีเหลือง

 

 

 

 

 

 

 รูปที่ 3
อาการตัวเหลืองเหมือนย้อมด้วยขมิ้น

 

 

 

 

 

 

 

 รูปที่ 4

ปัสสาวะสีเหลืองเข้มในผู้ป่วยดีซ่าน