กระษัย

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

104-015
นิตยสารหมอชาวบ้าน 104
ธันวาคม 1987
นวดไทย
บุญเทียม ตันติ์เตชรัตน์

ในตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์เล่ม 2 ได้กล่าวถึงโรคกระษัยเอาไว้ถึง 26 จำพวกด้วยกันคือ กระษัยกร่อน 5 จำพวกกระษัยดิน กระษัยน้ำ กระษัยไฟ ซึ่งทั้ง 8 จำพวกนี้เกิดแต่กองสมุฏฐานธาตุ

กระษัยอีก 18 จำพวกที่เกิดจากอุปปาติกะโรค คือ กระษัยลิ้น กระษัยราก กระษัยเหล็ก กระษัยปู กระษัยจุก กระษัยปลาไหล กระษัยปลาหมอ กระษัยปลาดุก กระษัยปลวก กระษัยเต่า กระษัยลิ้นกระบือ กระษัยล้น กระษัยเสียด กระษัยดาน กระษัยไฟ กระษัยน้ำ กระษัยเชือก กระษัยลม ซึ่งกระษัยทั้ง 26 นี้มีอาการต่างๆกัน ซึ่งล้วนแต่เรียกกันกว้างๆรวมกันคือ โรคกระษัย

บางคนคิดว่ากระษัยเกิดจากไตเป็นต้นเหตุโดยตรง
บางคนเข้าใจว่าโรคกระษัยนั้นเกิดขึ้นเพราะไต แต่ความจริงแล้วไม่ได้เกิดจากไตโดยตรง

                                                       
กระษัยหมายความว่าอย่างไร

ตามพจนานุกรมได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “กระษัย” คือ การสูญเสีย หรือการเสียไป

ตามคำแพทย์แผนโบราณได้ให้ความหมาย คือ การเสื่อมของร่างกาย

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ร่างกายของคนเรานั้นประกอบขึ้นด้วยธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ หากธาตุหนึ่งธาตุใดเกิดเสื่อมลง ก็อาจเกิดอาการเจ็บป่วย อาการของกระษัยก็เช่นกัน อาจเกิดจากการเสื่อมของธาตุใดธาตุหนึ่งของร่างกาย

ดังนั้นหากเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาแล้ว จึงจำเป็นจะต้องตรวจรักษาอาการเสื่อมของธาตุให้ดีขึ้นด้วยการใช้ยา หรือการนวดเส้นซึ่งการนวดเส้นนั้น โดยมากมักจะเข้าใจกันว่าการนวดแก้กระษัย สามารถจะนวดได้หมดทุกอาการของกระษัย ซึ่งเป็นการเข้าใจของบุคคลต่างๆ ก็เข้าใจกันไปคนละทาง
บางคนคิดว่ากระษัยเกิดจากเส้นภายในอวัยวะเพศของท่านชาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอนวดต่างๆ ที่มิได้ศึกษาถึงอาการของโรคที่เกิดจากอาการของผู้ป่วยอย่างถ่องแท้จริงจัง หรือการศึกษาจากตำรานวด หรือคัมภีร์นวดต่างๆ ที่ได้มีผู้รู้และชำนาญ ได้เขียนบันทึกเอาไว้ก็ไม่ได้ศึกษากันอย่างจริงจัง โดยมากมักจะเหมาเอาเอง

และอีกประการหนึ่งมักจะได้รับคำแนะนำจากผู้มาให้ทำการนวดแก้กระษัย โดยให้นวดตามคำแนะนำของผู้ป่วย ซึ่งการกระทำดังที่กล่าวมานั้น เป็นอันตรายต่อตัวผู้ป่วยเอง

อาการป่วยอันเนื่องจากกระษัยซึ่งส่วนมากจะพบเห็นได้จากคุณผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ โดยมากมักจะมีอาการปวดหลัง ปัสสาวะขุ่น ข้น แดง ปวดน่อง ความเป็นชายชาตรีไม่ค่อยดี หรือไม่แข็งแรง อาการต่างๆดังกล่าวนี้ก็มักจะเหมาเอาว่า เกิดโรคกระษัย ต้องไปหาหมอช่วยจับเส้นแก้กระษัยให้

ความจริงอาการต่างๆที่เกิดขึ้นมิใช่เป็นอาการของกระษัยโดยตรง อาจจะมาจากสาเหตุอื่นๆ อีกมากมาย ต้องหาสาเหตุกัน มิใช่ว่าเกิดอาการดังที่กล่าวเพียงอาการใดอาการหนึ่งแล้วจะไปหาหมอจับเส้นแก้กระษัยโดยตรงเลยไม่ได้

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณผู้ชายที่อยากจะเป็นขุนพล แต่ความเป็นชายชาตรีไม่ค่อยดีหรือไม่แข็งแรงยังไม่ทันได้ถือทวนขึ้นหลังม้าก็ตกม้าตายเสียก่อน ก็มักจะได้รับคำแนะนำให้ไปหาหมอนวดจับเส้นกระษัย เพื่อที่จะได้เป็นยอดขุนพลนั้น

การไปรักษาโดยการจับเส้น หากไปรักษาที่สมาคมแพทย์แผนโบราณต่างๆ ที่มีอยู่หลายสมาคมในกรุงเทพฯ ก็มักจะไม่ได้รับการรักษาตามที่ตนเองต้องการ จึงมักจะไปตามโรงนวด โรงน้ำชา หรือสถานบริการนวดต่างๆที่เป็นที่นิยมของคุณผู้ชายทั้งหลาย เมื่อเข้าไปในสถานที่นั้นๆแล้ว เมื่อได้ผู้นวดตามความต้องการแล้วก็จะบอกอาการซึ่งผู้นวดก็จะทำการนวดและจับเส้นกระษัยให้ การจับเส้นกระษัยของผู้นวดก็มักจะจับเส้นที่อยู่ในอัณฑะใต้ลำลึงค์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 เส้น ซ้าย 1 ขวา 1 โดยผู้นวดจะจับเส้นทั้ง 2 บีบและคลึงเบาๆ ผู้ถูกนวดจะมีอาการเสียวแปลบไปถึงท้องน้อย ผู้ถูกนวดก็จะมีความพึงพอใจและเข้าใจว่าอาการจะดีขึ้น

ความจริงแล้วจะทำให้อาการทรุดลง เพราะว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลยกับเส้นทั้ง 2 ที่จะช่วยให้ความเป็นชายชาตรีดีขึ้น หากนวดหรือจับเส้นทั้งสองนั้นบ่อยๆ แล้วอาการของความเป็นชายชาตรีอาจจะหมดไป บางคนอาจจะเป็นหมันเลยก็ได้

หากเป็นหมอนวดตามสมาคมต่างๆแล้ว จะไม่กระทำดังกล่าว เพราะว่าหมอแต่ละคนมีครูมีอาจารย์อบรมสั่งสอนให้อยู่ในจรรยาบรรณ จึงขอให้บรรดาคุณผู้ชายทั้งหลายโปรดได้เข้าใจและอย่าได้เสี่ยงต่ออันตรายที่จะเกิดโดยไม่รู้ตัว หากสิ่งใดที่จะเสื่อมก็ควรจะปรึกษาท่านผู้รู้ หรือหมอที่มีความรู้ทางด้านนี้โดยตรงตามโรงพยาบาล หรือตามสมาคมแพทย์แผนโบราณต่างๆ

ที่ว่าอาการปวดหลังมักเกิดจากไตก็ไม่ถูกนัก เป็นเพียงมีส่วนบ้างเท่านั้น ซึ่งอาการปวดหลังมิใช่เกิดจากกระษัยโดยตรง อาจเกิดมาจากสาเหตุอื่นๆก็ได้ บางครั้งอาการปวดหลังเกิดจากการทำงานหนักเกินไป ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็จะทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ หากได้รับการพักผ่อนสักระยะหนึ่ง อาการปวดหลังก็จะค่อยๆทุเลาลงเองหรืออาจจะไปให้หมอนวดจับเส้น หรือนวดให้กล้ามเนื้อหายตึงเครียด ก็จะทำให้เส้นเอ็นหย่อน อาการปวดก็จะหายไป

หากนวดแล้วใช้ยาหรือพักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว อาการปวดหลังก็ยังอยู่และปวดอยู่เรื่อยๆ ต้องรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจร่างกายดูว่าเกิดจากการที่มีหินปูนเกาะกระดูกสันหลังหรือไม่ หรือเกิดจากกระดูกสันหลังเคลื่อน หรือมีอาการอย่างอื่น

อาการเหล่านี้ไม่ควรไปหาหมอนวดเส้นเป็นอันขาด เพราะหมอนวดเส้นไม่สามารถจะทำการนวดได้ โดยเฉพาะคนที่กระดูกสันหลังเคลื่อนจนมีหินปูนเกาะที่กระดูก หมอนวดจะไม่สามารถนวดให้หินปูนหลุดจากกระดูกที่เคลื่อนได้ อย่าได้หลงเชื่อความสามารถของหมอนวดเส้น ควรจะไปปรึกษาแพทย์ตามโรงพยาบาลและรับการรักษาโดยการผ่าตัดเท่านั้น จึงจะปลอดภัยและหายจากอาการปวดหลัง