ตาแฉะ

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

65-004
นิตยสารหมอชาวบ้าน 65
กันยายน 1984
พยาบาลในบ้าน
ดร.จริยาวัตร คมพยัคฆ์

 

 นอกจากความไม่สมดุลระหว่าง จำนวนบุคลากรทางการแพทย์กับจำนวนประชาชนแล้ว ภาวะสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบันยังทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถใช้บริการของสถานพยาบาลได้ทุกครั้ง “การดูแลตนเอง หรือดูแลซึ่งกันและกัน” เมื่อมีความผิดปกติบางอย่าง จึงมีความสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือบรรเทาภาวะวิกฤตก่อนที่จะไปสถานพยาบาลได้ และปัญหาบางอย่างต้องการเพียงพยาบาลในบ้าน 

                    


ในเด็กอ่อนหรือทารกเกิดใหม่ปัญหา “ตาแฉะ” เป็นปัญหาสำคัญมาก ถ้าไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงก่อนไม่ควรให้การดูแลเอง เพราะอาจทำให้ทารกตาบอด พิการ หรือมีโรคแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อลุกลามไปใหญ่โต “ตาแฉะ” ในเด็กอ่อนมีสาเหตุหลายประการ ถ้าทารกเกิดในสถานพยาบาล แพทย์ หรือพยาบาลจะเป็นผู้บอกได้ว่าเกิดจากอะไร โดยเฉพาะถ้าเกิดจากการติดเชื้อขณะผ่านหนทางคลอดจากมารดาที่เป็น “โกโนเรียหรือโรคหนองใน” ทารกจะตาบวม มีขี้ตาสีขาวปนเหลือง ซึ่งทารกจะได้รับการรักษาก่อนกลับบ้าน ทารกบางรายมีการแพ้ยาหลอดตา “ซิลเวอร์ไนเตรท 1%”ที่สถานพยาบาลหยอดให้แก่ทารกแรกเกิดทุกราย ทารกจะตาแดงมีขี้ตาเช่นกัน ซึ่งจะหายไปเองในระยะ 3-5 วัน แต่ถ้าทารกเกิดนอกสถานพยาบาลไม่ได้หยอดตาแรกเกิดด้วยน้ำยาซิลเวอร์ไนเตรท มีตาเจ็บ ตาแดง หรือมีขี้ตา ควรนำทารกไปตรวจที่สถานพยาบาลทุกราย

กรณีทารกได้รับการตรวจถูกต้องแล้ว แพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขบอกว่าไม่เป็นอะไร เกิดจากการมีท่อน้ำตาอุดตัน น้ำตาไม่สามารถไหลออกไปได้ ตอนเช้า ๆทารกจะมีขี้ตาเล็กน้อยสีขาวตาไม่แดง ไม่บวม ไม่เจ็บ จะหายไปเองเมื่อทารกอายุประมาณครึ่งปี ให้ทำความสะอาดทุกวัน ตอนนี้แหละผู้เป็นมารดาหรือผู้เลี้ยงดูจำเป็นต้องดูแลเอง ด้วยการเช็ดตาให้สะอาด ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการทำความสะอาดตาคือก่อนการอาบน้ำเช้า- เย็น (ท่อน้ำตาอุดตันจะมีขี้ตาไม่มากนัก บางรายมีเฉพาะเวลาตื่นนอนเช้าเท่านั้น ก็ทำความสะอาดก่อนอาบน้ำตอนเช้าก็พอ)
เครื่องใช้ มีสำลีสะอาด ถ้วยหรือแก้วสะอาด 1 ใบ น้ำร้อนต้มเดือด ในรายที่แพทย์ไปได้ให้ยาหยอด ไม่ต้องใช้ยาหยอดตาทุกชนิด สำหรับน้ำนม(จากเต้าของแม่) ห้ามหยอดด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากไม่เกิดประโยชน์ในการรักษาแล้ว น้ำนมยังเป็นอาหารอร่อยที่แบคทีเรียชอบมาก ซึ่งจะทำให้มีการติดเชื้อที่ลูกตาตามมา หรือบางครั้งเมื่อมดได้กลิ่นน้ำนมอาจพากันมากัดกินก็ได้

วิธีทำความสะอาดตาที่บ้าน
1.ฉีกสำลีสะอาดเป็นรูปแบน ๆ ขนาดพอเหมาะที่จะเช็ดตาเด็ก ประมาณ 4-6 ชิ้น วางลงในถ้วยหรือแก้วที่ล้างสะอาด

2.ใช้น้ำร้อนต้มเดือดเทลงบนสำลีทั้งหมดให้ท่วม ปล่อยทิ้งไว้ให้อุ่นเล็กน้อย (หรือจะใช้วิธีต้มสำลีในน้ำเดือดก็ได้)

3.มารดาหรือผู้ที่จะทำความสะอาดต้องตัดเล็บให้สั้น ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทั้ง 2 ข้าง ให้ทารกนอกนหงายในตักหรือบนที่นอน

4.หยิบสำลีในถ้วย 1 ชิ้น บีบน้ำให้หมาดเป็นรูปแบน ๆ ด้วยนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง

5.วางสำลีลงบนหัวตาค่อย ๆใช้สำลีเช็ดขี้ตาจากหัวตาไปหางตาแล้วทิ้งสำลี (ไม่เช็ดกลับไปกลับมาเพราะขี้ตาจะกลับลงไปในลูกตา) ถ้าทารกหลับตาจะดีมาก แต่ถ้าไม่หลับตาระวังสำลีจะถูกภายในลูกตา ทำให้ตาได้รับบาดเจ็บ เช็ดสัก 2 ครั้ง (อีกข้างหนึ่งปฏิบัติเช่นเดี่ยวกันถ้าเป็นทั้งสองข้าง แต่ถ้าเป็นข้างเดียวให้เช็ดข้างที่เป็นเท่านั้น)

6.อาบน้ำทารกตามปกติ ทำความสะอาดถ้วยหรือแก้วให้สะอาดเพื่อเตรียมไว้ใช้ในคราวต่อไป

ข้อควรทราบ
ไม่ใช้ผ้าหรือกระดาษเช็ดหน้าเช็ดตาเด็ก เพราะนอกจากไม่สะอาดแล้ว อาจทำให้ลูกตาได้รับบาดเจ็บจากการเช็ดอีกด้วย ไม่หยอดยาตาหรือสารใด ๆ ที่แพทย์ไม่ได้สั่ง ถ้าเด็กมีตาแดงหรือเจ็บ หรือบวม พร้อมกับมีขี้ตา ควรพาไปตรวจที่สถานพยาบาล ไม่ควรดูแลเอง