• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

มาดื่มนมจืดกันดีกว่า

โภชนาการ หมายถึง อาหารที่เข้าสู่ร่างกายมนุษย์ แล้วร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ในด้านการเจริญเติบโต การค้ำจุน และการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายดังนั้น การได้อาหารที่เพียงพอและถูกสัดส่วน จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับมนุษย์ เพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง
คอลัมน์ “กินถูก...ถูก...” ได้หายหน้าหายตาจากผู้อ่านไปนาน ต่อไปนี้จะกลับมาพบกับท่านเป็นประจำ โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ฉบับนี้เสนอเรื่อง มาดื่มนมจืดกันดีกว่า โดย สารภี ยวดยง

นม คือ ผลิตภัณฑ์เหลว สีขาว มีกลิ่น และรสชาติดี ผลิตจากต่อมน้ำนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพศเมีย เช่น คน วัว ควาย แมว แพะ แกะ และอื่น ๆ
โดยทั่วไปนมจะมีส่วนประกอบคล้ายกัน กล่าวคือ
นมจึงเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง นมจากสัตว์ชนิดใดก็เหมาะสำหรับเลี้ยงตัวอ่อนของสัตว์นั้น สำหรับคนนั้น น้ำนมแม่เป็นอาหารชนิดเดียวที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก เพราะมีสารอาหารครบถ้วน เหมาะสำหรับการนำไปสร้างสมอง และร่างกายในช่วง 6 เดือนแรก ทั้งยังสะอาด ปลอดภัย และมีภูมิต้านทานโรคติดเชื้อหลายชนิดที่นมชนิดอื่นไม่มี การให้นมลูกยังเป็นความอบอุ่น ความสุขใจอันมีค่ายิ่งอีกด้วย
  
 สัตว์แต่ละชนิดมีขนาดตัวและปริมาณน้ำนมแตกต่างกันไป เราจึงสามารถนำน้ำนมของสัตว์ที่มีปริมาณน้ำนมมากมาใช้เป็นอาหารเสริมได้ แต่อาจจะมีรสชาติแตกต่างกัน เนื่องจากปริมาณของไขมัน น้ำตาล และอื่น ๆ แตกต่างกันไป เช่น นมควายมีลักษณะข้นและคาวกว่านมจากสัตว์อื่น ๆ (เพราะมีปริมาณไขมันถึงร้อยละ 7.98) นมวัวมีปริมาณน้ำนมมาก รสชาติดี แม่วัวก็เลี้ยงง่าย น้ำนมวัวจึงถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์นมมาก คุณค่าทางอาหารในนมนี้ ยังเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ของจุลินทรีย์ต่าง ๆ ในการเจริญเติบโตอีกด้วย นมที่อยู่ในเต้าสัตว์ปกติจะไม่มีเชื้อโรค แต่อาจมีจุลินทรีย์ได้ หากสัตว์นั้นได้รับการติดเชื้อ เช่น เป็นโรคเต้านมอักเสบ นมจะมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนไปได้ โดยได้นมจากแม่ที่มีเต้านมสกปรก ผ่านการรีดที่ไม่ได้มาตรฐาน สัมผัสกับภาชนะสกปรก อากาศ และไม่ทำให้เย็นทันทีหลังรีดนม

ถึงแม้นมที่ผ่านการรีดที่ได้ มาตรฐานก็ยังมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนลงไปเล็กน้อย ที่พร้อมจะขยายจำนวนย่อยนมให้เป็นสารโมเลกุลเล็ก และเป็นนมบูดได้ในที่สุด สังเกตได้ว่าหากนำนมสะอาดตั้งไว้ 8-10 ชั่วโมง ก็เสียได้ในอากาศปกติ ฉะนั้นนมที่ผ่านการรีดที่ได้มาตรฐานจำเป็นต้องส่งเข้าโรงงาน เพื่อได้รับกระบวนการฆ่าเชื้อที่ถูกต้อง เพื่อยืดอายุการเก็บได้นานขึ้น

กระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนในนมที่ใช้โดยทั่วไปมี 2 วิธี คือ

1. พาสเจอไรเซชั่น (Pasteurization) เป็นการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคทุกชนิดโดยใช้ความร้อนปานกลาง ระยะเวลาเหมาะ แล้วนำไปทำให้เย็นทันทีที่อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิและเวลาพอเหมาะที่ใช้ในการฆ่าเชื้อแบบนี้ ได้แก่ การให้ความร้อนที่ 63 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที หรือที่ 72 องสาเซลเซียส นาน 10-15 วินาที หรือที่ 85-95 องศาเซลเซียส นาน 2-3 วินาที แล้วทำให้เย็นทันทีที่อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส จากนั้นนมที่ผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์แล้ว จะถูกบรรจุลงในภาชนะที่สะอาด และผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อแล้ว เช่น พลาสติกเหนียวหลายชั้น กระดาษเคลือบ ภาชนะเหล่านี้มีสีทึบ เพื่อป้องกันการสูญเสียวิตามินไปกับแสงสว่างในระหว่างการเก็บรักษานม
 

  


อายุการเก็บนมที่ผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์นั้น จึงขึ้นอยู่กับจำนวนเชื้อที่ไม่ทำให้เกิดโรคที่ยังคงอยู่ในนมหลังการให้ความร้อน ความสะอาดของภาชนะบรรจุนม กระบวนการบรรจุนม การเย็บถุงนม และการรักษาอุณหภูมิให้ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส ตลอดระยะเวลาขนส่งและเก็บจำหน่าย
ผู้ผลิตนมจะทดสอบว่านมที่ผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์นั้น เก็บได้นานแค่ไหน และรายงานในรูป อายุการเก็บที่ระบุไว้ไว้ข้างภาชนะบรรจุนม การดื่มนมจึงจำเป็นต้องตรวจว่าถึงวันหมดอายุแล้วหรือยัง
นมสดชนิดนี้ถือว่าสูญเสียคุณค่าทางอาหารในนมน้อย เพราะใช้ความร้อนที่ไม่สูงมาก โดยปกติจะเก็บได้นานเพียง 3 วัน และต้องเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นเท่านั้น

  

2. สเตอริไลเซชั่น
(sterilization) เป็นการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด โดยใช้ความร้อนสูง ภายใต้ความกดดันอากาศจำนวนหนึ่ง เป็นที่รู้จักกันในรูปนมยูเอชที (UHT ที่ย่อมาจากภาษาอังกฤษ Ultra High Temperature) อุณหภูมิและเวลาพอเหมาะ ที่ใช้ในการให้ความร้อนแบบยูเอชทีนั้นสามารถทำได้ตั้งแต่อุณหภูมิ 88-100 องศาเซลเซียส ถึง 167 องศาเซลเซียส ในระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาที
โดยทั่วไปจะใช้ความร้อนที่ 120 องศาเซลเซียส นาน 2-4 วินาที นมยูเอชทีนี้จึงสามารถเก็บได้นานประมาณ 6 เดือนโดยไม่ต้องแช่เย็น

เนื่องจากนมได้ผ่านความร้อนสูงมาก นมอาจมีกลิ่นหอมของน้ำตาลไหม้ปนอยู่บ้าง นมจะมีคุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่านมสดที่เพิ่งรีดได้จากแม่วัว หรือนมที่ผ่านการให้ความร้อนแบบพาสเจอไรซ์
หากสังเกตให้ลึกลงไป นมสดที่รีดมาใหม่ ๆ จะมีมันลอยบนผิวหน้า หากใส่แก้วทิ้งไว้ และมีสีเหลือบวาวของวิตามิน แต่นมที่จำหน่ายทั่วไปจะไม่มีมันลอยบนผิวหน้า ถ้ารินนมใส่แก้วแล้วตั้งทิ้งไว้ เพราะทางโรงงานได้ใช้กระบวนการโฮโมจีไนเซชั่น (Homogenisation) ตีไขมันในนมให้เป็นอณูเล็กมาก กระจายในน้ำอย่างทั่วถึง เท่ากับกระจายคุณค่าทางอาหาร และทำให้น่าดื่มมากขึ้น ส่วนสีเคลือบวาวในนมนั้น จะหายไปบ้างกับกระบวนการให้ความร้อนดังกล่าว

  

ผลิตภัณฑ์นมบางชนิดจะใช้นมผงมาละลายน้ำ ซึ่งต้องระบุไว้ที่ฉลากด้วยว่าเป็น “นมคืนรูป” (ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ค่อยสังเกต) จึงผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ อย่างไรก็ตามนมคืนรูปไม่เหมาะสำหรับเลี้ยงทารก เพราะกระบวนการผลิตนมสดเป็นนมผง ต้องใช้ความร้อนสูงมาก ทำให้สารอาหารและวิตามินบางชนิดถูกทำลายไปนมสดโดยทั่วไปจะมีไขมัน ประมาณร้อยละ 3.-3.5 และมีการปรุงแต่งสี กลิ่น ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น กล้วยหอม ช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่และรสหวาน   

ในต่างประเทศ ราคานมจะต่างกันไปตามปริมาณไขมันที่ปนอยู่ นมสดจะมีอยู่ในรูปนมสดไขมันเต็ม (fulfill for milk) มีราคาสูง และมีไขมันมากกว่าร้อยละ 4 นมสดธรรมดา (normal milk) นมสดกึ่งพร่องไขมัน (semi-skim milk) มีราคาย่อมลงมาและไขมันน้อยกว่าร้อยละ 3 และนมสดพร่องไขมัน (skim milk) ที่มีไขมันน้อยกว่าร้อยละ 2 และราคาต่ำที่สุด

น้ำนมสามารถแปรรูปได้หลายแบบ เช่น เนย เนยแข็ง นมผง ครีม นมข้น และนมเปรี้ยว เป็นต้น
นมถึงแม้จะมีประโยชน์ แต่คนเราบางคนก็ไม่สามารถที่จะดื่มนมได้ ดื่มแล้วท้องเสียทุกครั้งไป บางท่านอาจสงสัยว่าเป็นเพราะเหตุใด และจะรักษาหายหรือไม่ (เพราะคนไทยเราไม่ได้ดื่มนมมาตลอดตั้งแต่เล็ก) เมื่อตอนเล็ก ๆ ดื่มนม ร่างกายมีตัวย่อยน้ำตาลแล็กโทสในนม จึงไม่ท้องเสีย ต่อมาเด็กหย่านม ตัวย่อยจึงไม่ทำงาน เริ่มดื่มนมอีกหนก็เมื่อโตแล้ว ตัวย่อยจึงไม่ทำงาน อาหาร นมจึงไม่ถูกย่อย และถ่ายท้อง ท้องเสียในที่สุด วิธีแก้ก็ง่ายนิดเดียว คือ เริ่มดื่มนมวันละครึ่งแก้ว หรือ 4-5 อึกโต ๆ นมจำนวนน้อยนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างตัวย่อยอีก แล้วค่อยเพิ่มจำนวนไปเรื่อย ๆ จะทำให้ดื่มได้โดยไม่เกิดโรคท้องเสียอีก

 

วิธีการเลือกซื้อนมและผลิตภัณฑ์นม
นมเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน่าเสียง่าย บางชนิดไม่สามารถเก็บได้ในอุณหภูมิธรรมดา จำเป็นต้องเก็บในตู้เย็น เช่น พาสเจอไรซ์ นมเปรี้ยว นมสด หรือบางชนิดอาจเก็บในภาชนะพิเศษ เช่น นมยูเอชที ต้องเก็บในกล่องเตตร้าแพ็ก (TETRA PACK) ส่วนนมผง นมข้นหวาน นมข้นจืด ต้องบรรจุในกระป๋อง เหล่านี้เป็นต้น ดังนั้น ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นมจึงควรพิถีพิถันเป็นพิเศษ
การดูวันหมดอายุ ปกติแล้ว ผลิตภัณฑ์นมทุกชนิด จะมีวันหมดอายุกำกับอยู่ นมที่ผ่านกรรมวิธีในการผลิตที่แตกต่างกันจะมีอายุการเก็บรักษาต่างกัน เช่น

- นมที่ผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ จะเก็บได้นานเพียง 3 วัน ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส
- นมที่ผ่านกระบวนการยู เอช ที จะเก็บได้นาน ประมาณ 6 เดือน ในอุณหภูมิห้อง

  

อย่าดื่มนมที่มีอายุการเก็บนานกว่าวันหมดอายุ เพราะจะมีปริมาณจุลินทรีย์มากเกินไป ทำให้ลำไส้ระคายและท้องเสีย หรือการดื่มนมที่ผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ที่ไม่ได้ ทำให้เย็นน้อยกว่า 10 องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน ถึงแม้จะอยู่ในช่วงดื่มได้ก็ตาม ก็เป็นเหตุให้ท้องเสียได้เหมือนกัน
นมต้ม เป็นนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการเท่ากับนมสดเหมือนกัน แต่ความร้อนทำให้เกิดรสชาติหอมชวนดื่ม และฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ได้อีก แต่ความร้อนเองก็เป็นตัวทำลายวิตามินในนมไปบ้าง ข้อสำคัญคือน้ำนมที่นำมาต้มนั้น มักจะมีการเติมน้ำตาลในปริมาณสูง นมต้มที่มีน้ำตาลสูงนี้จึงไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเบาหวาน

 

 

นมเปรี้ยวคืออะไร
บางท่านอาจนึกไปถึงที่ชาวยุโรปตะวันออกเขากินกัน บางท่านก็ว่ารู้จักแล้วกินประจำ (ตามแฟชั่น) บางคนติดรสชาติ บางคนแค่ชิมแตะลิ้นหนเดียวแล้วก็เลิก เพราะไม่แน่ใจว่าบูดหรือไม่
นมเปรี้ยว คือ นมที่มีรสเปรี้ยว เกิดจากการหมักนมด้วยเชื้อจุลินทรีย์ที่คัดเลือกแล้วบางชนิดที่มีอยู่ในธรรมชาติ ในระบบทางเดินอาหาร หน้าที่ของจุลินทรีย์ตัวน้อย ๆ คือ เปลี่ยนน้ำตาลในนม เป็นกรดแล็กติกที่มีรสเปรี้ยวปะแล่ม ๆ ชวนดื่ม
นมเปรี้ยวมีทั้งชนิดผง ชงละลายกับน้ำ ชนิดน้ำ ที่วางขายในตู้แช่ทั่วไป ชนิดที่เป็นผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกิร์ตในรูปครึ่งเหลว-แข็ง
การกินนมเปรี้ยวมาก ๆ เป็นการกินจุลินทรีย์ปกติเข้าไปมาก ๆ ก็ไม่มีโทษอะไร แต่ราคาของนมเปรี้ยวค่อนข้างสูง ทำให้สิ้นเปลืองสตางค์ไป กรณีที่กินนมเปรี้ยวที่เก็บไว้นานเกินจนเลยอายุ การเก็บก็ไม่ดี ทำให้มีจุลินทรีย์ชนิดอื่นเจริญขึ้นมา ทำให้ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หากกินนมเปรี้ยวที่ทำถูกต้อง สะอาด และยังไม่หมดอายุก็ไม่เป็นโทษอย่างไร  

   

  


 เมื่อใดควรใช้นมชนิดใด
เมื่อเด็กยังเล็ก ๆ 1-3 ขวบ หรือจนกระทั่งโตเป็นวัยรุ่น ควรได้ดื่มนมสด เพื่อเป็นอาหารเสริมให้เด็กมีการพัฒนาร่างกายได้ดี หากเด็กได้รับสารอาหาร 5 หมู่ครบถ้วน ได้ดื่มนมสด และออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายแข็งแรง และมีส่วนสูงเพิ่มขึ้น
นมสดยังเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยที่ต้องการสร้างเสริมพลังงานในน้ำนมสดยังมีแร่ธาตุชื่อแคลเซียมที่เป็นประโยชน์มาก ช่วยทำให้ฟันแข็งแรง และมีรายงานจากวารสารทางการแพทย์ของประเทศอังกฤษแจ้งว่า แคลเซียมช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้ใหญ่ โดยที่คนอ้วนมากมีไขมันมาก ไขมันจะช่วยผลิตกรดในน้ำดี กรดทำให้ลำไส้ระคาย และสร้างเซลล์ผิดปกติจนเป็นมะเร็งได้ แต่แคลเซียมจะช่วยลดการผลิตกรด จึงช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งได้

นมเปรี้ยวควรใช้ดื่มในกรณีที่มีปัญหา เช่น ป่วย หรือท้องเสีย จะมีประโยชน์มากที่สุด คือคนที่เจ็บป่วยแล้วกินยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ ยาจะทำลายเชื้อจุลินทรีย์ปกติในระบบทางเดินอาหารไป การกินนมเปรี้ยวเป็นการกินเชื้อจุลินทรีย์ปกติในระบบทางเดินอาหารลงไปทดแทนเชื้อที่ถูกทำลายไป อีกกรณีหนึ่งคือ คนที่กินอาหารแล้วเกิดอาการอาหารเป็นพิษ อาหารนี้ส่วนใหญ่จะมีเชื้อจุลินทรีย์ตัวอื่นที่ไม่ใช่เชื้อปกติในทางเดินอาหาร มีผลทำให้เชื้อจุลินทรีย์ปกติถูกทำลาย ถ้ามีอาการท้องเสียเรื้องรัง ก็อาจจะกินนมเปรี้ยวเข้าไป เพื่อให้ได้จุลินทรีย์ปกติเข้าไปทดแทนเชื้อโรคแปลกปลอมต่าง ๆ เป็นการรักษาท้องเสีย

การใช้นมเปรี้ยวรักษาผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสียคือ ให้กินนมเปรี้ยวทีละนิด ครั้งละ 1-2 ช้อนต่อวัน ต่อมาก็เพิ่มขึ้นเป็นวันละ 1-3 ครั้ง เชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้จะกลับสู่ภาวะปกติ และทำหน้าที่ป้องกันระบบทางเดินอาหารไม่ให้เชื้อโรคตัวอื่น ๆ รุกล้ำเข้าไปได้ง่าย ๆ
บางท่านอาจจะสงสัย เพราะมีหลายผลิตภัณฑ์ให้เลือกตามท้องตลาด นมนั้นเป็นที่รู้จักกันทั่วไป แต่นมเปรี้ยวจริง ๆ นั้น ยังไม่มีจำหน่ายมากนัก ดังได้กล่าวแล้วว่า เป็นนมหมักด้วยเชื้อจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร นมเปรี้ยวที่หมักจากนมสดตามประเทศทางยุโรปตะวันออก จึงเป็นอาหารนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการเท่ากันหมด

   

 

  

แต่ผลิตภัณฑ์นมรสเปรี้ยวที่มีจำน่ายตามท้องตลาดบ้านเรานั้น ทำมาจากหางนม คือ นมที่สกัดไขมันออก แล้วนำมาผสมน้ำและน้ำตาล หมักด้วยจุลินทรีย์สายพันธุ์ที่คัดเลือกแล้ว เป็นนมรสเปรี้ยว จึงมีคุณค่าทางโภชนาการน้อยมาก แต่นมเปรี้ยวในรูปโยเกิร์ต ในลักษณะกึ่งเหลว-แข็งนั้น ทำจากนมสด จึงมีคุณค่าทางโภชนาการเท่ากับนมสด
นมเปรี้ยวมีโปรตีนที่ย่อยได้ง่ายกว่านมสด คนปกติจะมีจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารดีแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องดื่มนมเปรี้ยวอีก บางท่านอาจดื่มนมเปรี้ยวเป็นประจำเสียแล้วก็ไม่มีโทษ เพียงแต่เปลืองสตางค์เท่านั้น

ข้อแนะนำ
อาหารที่ดีที่สุดคือ อาหารสะอาด ทั้ง 5 หมู่ คือ ข้าว เนื้อสัตว์ นม ไข่ ผักและผลไม้ ซึ่งมีหลายรสชาติ ตำราอาหาร สีสันชวนกิน และยังทำให้ทางเดินอาหารปกติ การดื่มนมเป็นกิจวัตรเป็นสิ่งที่ดี และจะเป็นประโยชน์สูงสุดในวัย 1-3 ขวบจนเป็นวัยรุ่น เพราะช่วงอายุนี้ ร่างกายเกิดการพัฒนามากที่สุดในทุก ๆ ด้าน น้ำนมแม่เป็นอาหารนมที่ดีที่สุด มีค่าที่สุดสำหรับทารก สะอาด มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีภูมิต้านทานโรค

การดื่มนมและนมเปรี้ยวนั้น หากเปิดภาชนะที่บรรจุแล้วดื่มไม่หมดภายในวันเดียว จำเป็นต้องเก็บไว้ในตู้เย็น และดื่มให้หมดภายในวันต่อไป การสำรวจวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์นมก่อนดื่ม เป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นกิจวัตร รวมถึงการสังเกตภาชนะบรรจุนม ต้องไม่บุบหรือสกปรก และนมนั้นจะต้องไม่ตกตะกอน เพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการที่ดี เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

  

                                                                                ทรรศนะ

 


รองศาสตราจารย์นายแพทย์ วีระพงษ์ ฉัตรานนท์
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

 

 

การดื่มนมนั้นเพื่อให้ได้สารอะไรเป็นหลัก และควรดื่มนมประเภทไหน ชนิดไหน
การดื่มนมนั้นเพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารพวกโปรตีน และสารอาหารที่สำคัญอีกอย่างคือ แคลเซียม
สำหรับการเจริญเติบโตของกระดูกของเด็ก เพราะในอาหารทั่วไปมีแคลเซียมน้อยกว่า ประเภทนมที่ควรดื่ม ควรจะเป็นนมสด ไม่ใช่นมคืนรูป เพราะว่านมคืนรูปเป็นการนำนมผงมาผสมให้คืนรูป และระหว่างที่ผ่านกระบวนการทำให้เป็นผง นมผ่านสิ่งต่าง ๆ มากมายทำให้สารอาหารบางตัวเสียไป คุณค่าทางอาหารจะสู้นมสดไม่ได้

หากในชุมชนที่หานมดื่มไม่ได้ ควรให้อาหารอะไรแก่เด็ก เพื่อให้ได้โปรตีน, แคลเซียม และราคาถูก
สำหรับบ้านเรานั้น โปรตีนที่ได้จากไข่เป็นอาหารที่มีราคาถูกมาก จะเป็นไข่อะไรก็ได้ ส่วนแคลเซียมนั้น ถ้าดูจากท้องตลาดทั่วไป เราสามารถหาได้จากอาหารพวกปลาตัวเล็ก ๆ ทอดกรอบทั้งตัว พวกนี้จะให้แคลเซียมมาก เพราะกระดูกของปลามีแคลเซียมเต็มไปหมด ส่วนพืชผักก็มีแคลเซียมเช่นกัน แต่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้น้อย

นมที่ควรให้เด็กกินควรเป็นนมชนิดจืด พอเราเปลี่ยนจากนมแม่ เด็กโตขึ้น ดื่มนมวัวได้ ก็ให้ดื่มนมจืดเลย เด็กจะเคยชินถ้าหัดตั้งแต่เล็กในต่างประเทศเขาดื่มนมจืดกันมากเพราะเคยชินกับรสนมสดแท้ ๆ สุขภาพเด็กก็ดีด้วย ไม่มีปัญหาเรื่องฟันผุและอื่น ๆ

 

 

 


รองศาสตราจารย์ดร.ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต
ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

 


 

• นมปรุงแต่งหมายถึงอะไร
นมปรุงแต่งนั้นคือ นมซึ่งจะเป็นชนิดเหลวหรือชนิดผงก็ได้ ที่สามารถจะใช้สารปรุงแต่งอะไรอย่างอื่นใส่เข้าไปได้ เช่น แต่งสี แต่งกลิ่น หรือแต่งรส สิ่งปรุงแต่งต้องไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามที่กฎหมายกำหนด

สิ่งปรุงแต่งส่วนใหญ่ในนมก็เรื่องของสี เพราะว่าการปรุงแต่งจะให้เป็นนมรสอะไรก็ต้องมีสีของรส
นั้นก่อน เช่น นมรสสตรอเบอร์รี่ก็ต้องมีสีของสตรอเบอร์รี่ สีชมพู มีกฎหมายระบุไว้ว่า สีปรุงแต่งทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสี กลิ่น หรือรส เอามารวมกันแล้วจะต้องไม่เกิน 6% ในน้ำนม 100 ซี.ซี. คิดเป็นน้ำหนัก หมายถึงว่า เอานม 100 กรัม จะต้องมีสารเจือปน ไม่เกิน 6% คือ 6 กรัม การเติมอย่างอื่นลงไปคุณค่าอาหารก็ต้องลดลงไปเป็นธรรมดา

• สารปรุงแต่งให้คุณค่าทางอาหารหรือไม่
พวกแต่งกลิ่น แต่งรส แต่งสี ไม่มีคุณค่าของอาหาร เพียงแต่ได้สี กลิ่น รส เท่านั้นเอง อย่างเช่นเราใช้
สารปรุงแต่งสี กลิ่น รสให้เป็นน้ำส้ม ก็เป็นน้ำส้มที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร ไม่เหมือนกับดื่มน้ำส้มคั้นจากธรรมชาติ อันนั้นจะมีคุณค่ามากกว่า นอกจากได้เรื่อง สี กลิ่น รสธรรมชาติแล้ว ยังได้เรื่องของวิตามิน เกลือแร่ ซึ่งมีอยู่ในธรรมชาติ แต่ไม่มีอยู่ในของเทียม ถ้าเป็นไปได้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ควรกินนมที่ไม่ได้ใส่สารปรุงแต่งจะได้ประโยชน์สูงกว่า

• ในนมมีการใส่สารกันบูดหรือกันเสียหรือไม่
เรื่องนมนี้ห้ามไว้เลยว่าจะต้องไม่มีสารกันเสียกันบูด จะป้องกันการเสียของนมโดย 3 วิธี เท่านั้นคือ
พาสเจอไรซ์ สเตอริไลซ์ และยูเอชที

• นมมีความจำเป็นมากแค่ไหน ถ้ากินอาหารครบทุกหมู่อยู่แล้ว
การกินอาหารสำหรับเด็ก เด็กในระยะ 1-2 ขวบแรก โดยปกติมักมีปัญหาในเรื่องกินอาหารในระยะนี้ถ้าให้เด็กดื่มนมด้วยจะได้สารอาหารค่อนข้างครบ หมายถึง ไปเสริมอาหารปกติ เพราะหากไม่ได้กินสารอาหารครบ อาจขาดสารอาหารบางอย่างไป เช่น สารอาหารพวกแคลเซียมมีมากในนม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต กระดูกแข็งแรง
สำหรับผู้ใหญ่ ถ้ากินอาหารครบส่วนจริง ๆ ผมว่าไม่จำเป็น แต่ก็มีข้อคิดอยู่อันหนึ่งว่า ถ้าผู้ใหญ่ชอบดื่มเครื่องดื่มอย่างอื่น ที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ แทนที่จะไปดื่มอย่างอื่น กลับมาดื่มนม จะได้ประโยชน์มากกว่า แต่ไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับผู้ใหญ่ ดื่มก็ได้ไม่ดื่มก็ได้
 

ข้อมูลสื่อ

109-005
นิตยสารหมอชาวบ้าน 109
พฤษภาคม 2531
กินถูก...ถูก
สารภี ยวดยง

บทความที่เกี่ยวข้อง