'เห็บ-หมัด' กัด

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

เจ้าตูบและเจ้าเหมียวเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารักที่หลายคนชอบเลี้ยงกัน  บางคนถึงขั้นนอนเตียงเดียวกันเลยทีเดียว แต่เมื่อใดก็ตามที่คนเลี้ยงขาดการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องความสะอาด ไม่กำจัดเห็บ หมัด ให้มันอย่างสม่ำเสมอ คนในบ้านก็อาจถูกเห็บ หมัด  จากสัตว์เลี้ยงแสนรักกัดจนเกิดอาการคัน พอคันก็เกากลายเป็นแผลตกสะเก็ดเกิดเป็นรอยด่างดำตามผิวหนังทั่วร่างกาย หรือบางคนคันมากทนไม่ไหวก็ไปหาหมอขอยามากินและทาแก้คันกันเลยทีเดียว
  
เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน สาขา ตจวิทยา (ผิวหนัง) ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กล่าวว่า หมัดเป็นแมลงชนิดหนึ่ง ส่วนเห็บเป็นแมงมี 8 ขาเหมือนแมงมุม  โดยเห็บ หมัดจะดูดกินเลือดของสัตว์ที่มันอาศัยอยู่  นอกจากหมา แมวแล้ว  มันอาจจะอาศัยอยู่ในสัตว์ที่มีขนชนิดอื่นด้วย เพียงแต่คนเราเลี้ยงหมา และแมวกันมาก จึงมีโอกาสที่จะถูกเห็บ หมัด จากหมาและแมวกัดสูงกว่าเห็บ หมัด ที่อาศัยอยู่ในสัตว์ชนิดอื่น
  
เห็บ หมัด อาจเป็นพาหะนำโรคมาสู่คนได้  เช่น  โรคทูลารีเมีย หรือโรคไข้กระต่าย  โรคลายม์  แต่โรคเหล่านี้ในประเทศไทยพบน้อยมาก
  
ปัญหาของคนที่โดนเห็บ หมัด กัด ซึ่งโดยมากมักจะเป็นหมัดที่กัดจะเกิดอาการคัน พอคันแล้วก็เกาจนเกิดแผลติดเชื้อ  สันนิษฐานว่าต้นเหตุของอาการคันน่าจะเกิดจากน้ำลายของมัน ที่กัดจนเกิดผื่นแพ้ลุกลาม และเป็นไปได้ว่า คนไทยมีอาการผื่นแพ้ผิวหนังมากขึ้น พอโดนกัดทำให้เกิดเป็นผื่นลุกลาม
  
การป้องกันอันดับแรก คือ จะต้องกำจัดเห็บ หมัด หมาและแมว รวมถึงแหล่งที่อยู่ของเห็บ หมัดที่อาศัยอยู่ในบริเวณบ้านเรือน ส่วนคนที่โดนกัดถ้ามีอาการคันมากควรไปพบแพทย์ โดยส่วนใหญ่แพทย์จะรักษาตามอาการ คือ ถ้ามีอาการคันแพทย์อาจให้ยาแก้คัน ทั้งชนิดกินและทา แต่ถ้าเกาจนเป็นแผลอักเสบ ติดเชื้ออาจให้ยาปฏิชีวนะ
  
ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หมัดที่กัดคนจะทำให้เกิดอาการคันมาก มักเป็นที่บริเวณแขนขา คนที่โดนกัดมักจะเกา ทำให้เป็นตุ่มคันกระจายทั่วบริเวณแขนขา โดยอาการคันจากหมัดกัดจะรุนแรงกว่ายุงกัด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะคนเราถูกยุงกัดตั้งแต่เด็กและมีภูมิคุ้มกัน แต่พอโดนหมัดกัดจะมีปฏิกิริยามากกว่า
  
ส่วนเห็บโดยมากจะมีเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคทางด้านร่างกาย และเชื้อแบคทีเรียอาจเข้าสู่กระแสเลือดได้ โดยคนที่ถูกเห็บกัดอาจมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต แต่เมืองไทยพบน้อยมาก ส่วนใหญ่จะพบในต่างประเทศ ที่กลัว คือ การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนดังนั้นเวลาคันจะไม่แนะนำให้เกาโดยเฉพาะเด็ก ๆ เพราะอาจทำให้เกิดแผลสกปรกติดเชื้อได้ แม้แต่ยุงกัดก็ไม่แนะนำให้เกา เพราะถ้าแผลสกปรกมีการติดเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือด แบคทีเรียอาจไปสร้างสารพิษทำให้เกิดอันตรายต่อไตทำให้เกิดการอักเสบได้
  
ด้านสัตวแพทย์หญิงอภิรมย์ พวงหัตต์ สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หมัดมี 6 ขากระโดดได้ ส่วนเห็บมี 8 ขากระโดดไม่ได้ เป็นคนละกลุ่มกัน  หมัดจะก่อความรำคาญให้กับสัตว์เลี้ยง โดยกินเลือดเป็นอาหาร ส่วนเห็บจะดูดเลือดได้มากกว่า  ทั้งนี้หากไม่กำจัดอาจทำให้สัตว์เลี้ยงเป็นโรคโลหิตจางได้
  
หมัดจะรังควานสัตว์เลี้ยง ทำให้เกิดอาการคันจากการแพ้น้ำลาย ขนร่วง กลายเป็นขี้เรื้อน  นอกจากนี้อาจเป็นพาหะนำพยาธิตัวตืด ส่วนเห็บอาจเป็นพาหะในการนำพยาธิในเม็ดเลือด  ซึ่งพยาธิจากสัตว์เลี้ยงแสนรักอาจติดมาถึงคนได้ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่อาจจะเล่นอยู่ในบ้านแล้วหยิบจับไข่พยาธิเข้าปากโดยไม่รู้ตัว
  
ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาเห็บ หมัด ในหมา แมว  จะต้องหมั่นทำความสะอาด อาบน้ำให้มันบ่อย ๆ รวมทั้งการใช้ยากำจัดเห็บ หมัด นอกจากนี้ควรกำจัดเห็บ หมัดในสิ่งแวดล้อม บริเวณที่อยู่อาศัยด้วย สมมุติว่าเจอเห็บ หมัด 1 ตัว บริเวณบ้าน ถือเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียวเพราะแสดงว่ามีเห็บ หมัด อยู่เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เวลาหมา แมว มีเห็บ หมัด หรือมีปัญหาสุขภาพ เจ้าของก็ไม่มีความสุข  ขณะเดียวกันอาจจะได้รับผลกระทบจากเห็บ หมัด ด้วย
  
สรุปว่า  หมัดจากหมาและแมวกัดคนจนก่อให้เกิดปัญหาต่อผิวพรรณพบได้บ่อยมาก  ส่วนเห็บกัดคนจนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพนั้นยังพบน้อยมากในบ้านเรา อย่างไรก็ตาม สำหรับท่านที่เลี้ยงหมาและแมว ควรหมั่นทำความสะอาดสัตว์เลี้ยง และกำจัดเห็บ หมัด อยู่เป็นประจำ ก็จะทำให้สุขภาพกายและใจของทั้งสัตว์และคนไม่มีปัญหาตามมา. 

แหล่งที่มา: 
เดลินิวส์-x-ray-สุขภาพ 03 กรกฎาคม 2554