ทาลัสซีเมีย

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ถาม : ดวงทอง/สระบุรี

ผู้ป่วยโลหิตจางทาลัสซีเมีย และควรดูแลรักษาทำอย่างไรบ้างคะ

ตอบ : พญ.กลีบสไบ สรรพกิจ

การรักษาโรคโลหิตจางทาลัสซีเมีย ส่วนใหญ่เป็นการรักษาแบบประคับประคองโดยการให้เลือด ซึ่งมี ๒ แบบ คือ 

แบบที่ ๑ เป็นการให้เลือดแบบประคับประคองเมื่อผู้ป่วยซีดมาก เพื่อเพิ่มระดับเฮโมโกลบินขึ้นให้สูงพอที่ผู้ป่วยจะหายจากอาการอ่อนเพลียหรือเหนื่อยจากการขาดออกซิเจน โดยให้ตามความจำเป็น
แบบที่ ๒ เป็นการให้เลือดจนผู้ป่วยมีระดับเฮโมโกลบินใกล้เคียงเด็กปกติ ซึ่งส่วนมากจะให้แก่ผู้ป่วยชนิดรุนแรงที่เริ่มมีอาการตั้งแต่อายุน้อยๆ การให้เลือดอย่างสม่ำเสมอจะยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของลักษณะกระดูกใบหน้า ป้องกันไม่ให้ตับและม้ามโต ไม่เหนื่อย และมีการเจริญเติบโตใกล้เคียงเด็กปกติทั้งความสูงและน้ำหนักตัว

แต่ข้อเสียของการให้เลือดวิธีนี้คือ ผู้ป่วยต้องมารับเลือดอย่างสม่ำเสมอและจะมีปัญหาที่สำคัญแทรกซ้อนตามมา คือภาวะธาตุเหล็กเกิน เพราะการให้เลือดทุก ๑ มิลลิลิตรของเม็ดเลือดแดง และมีธาตุเหล็กประมาณ ๑ มิลลิกรัม ธาตุเหล็กที่ได้รับนี้จะตกค้างอยู่ในร่างกายและไปสะสมในอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ตับ และตับอ่อน

ในผู้ป่วยที่ได้รับเลือดตั้งแต่ ๑๐-๑๒ ครั้งขึ้นไป จะเริ่มมีภาวะธาตุเหล็กเกิน จึงจำเป็นต้องให้ยาขับธาตุเหล็ก ซึ่งในอดีตต้องให้โดยวิธีฉีดเข้าใต้ผิวหนังช้าๆ ใช้เวลาครั้งละ ๑๐-๑๒ ชั่วโมง สัปดาห์ละ ๕-๖ วัน จึงจะขับธาตุเหล็กออกได้เต็มที่ และต้องฉีดยาดังกล่าวตลอดชีวิต

ปัจจุบันมีความก้าวหน้าในการใช้ยาขับเหล็กเป็นยาชนิดกิน ซึ่งมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีประสิทธิภาพและผลแทรกซ้อนที่แตกต่างกันไป ดังนั้น ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ยาดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีวิธีการรักษาที่ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายขาดจากโรคได้ คือ การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด แต่เป็นการรักษาที่มีความเสี่ยงสูง จึงใช้รักษาเฉพาะในรายที่เป็นทาลัสซีเมียชนิดที่มีอาการรุนแรงเท่านั้น

สำหรับผู้ป่วยทาลัสซีเมีย ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ผาดโผน เนื่องจากมีกระดูกเปราะและหักได้ง่าย และควรดูแลสุขภาพฟันสม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรกินอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม อาหารที่มีวิตามินโฟเลตสูง เช่น ผักสดต่างๆ รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ เลือดหมู และเลือกเครื่องดื่มประเภทน้ำชา น้ำเต้าหู้ ซึ่งจะช่วยลดการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารได้บ้าง