งูพิษ-สัตว์มีพิษ

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

 งูพิษ-สัตว์มีพิษ

ถาม : อารีวรรณ/ราชบุรี

บ้านดิฉันอยู่ในสวน มีสัตว์มีพิษหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ตะขาบ แมงป่อง และงู ชุกชุมมากในฤดูน้ำหลากจะพบมากเป็นพิเศษ บางครั้งคนในละแวกบ้านถูกกัดตอนกลางคืน ยังไม่รู้เลยว่าถูกสัตว์ชนิดใดกัด สังเกตได้อย่างไรว่าถูกสัตว์มีพิษชนิดใดกัด

ตอบ : กองบรรณาธิการ
สัตว์มีพิษชนิดต่างๆ บางครั้ง ถ้าดูเผินๆ อาจจะมีพิษและไม่มีพิษ ขอเริ่มด้วยเรื่องของงูก่อน

  • งูเห่า หัวมน คอสั้น ลำตัวกลม ระคนสามเหลี่ยม ตัวยาวเรียวมีดอก จันอยู่ที่คอ เห็นได้ชัดเวลาชูหัวแผ่แม่เบี้ย ถ้าดอกจันเป็นรูปเกือกม้าจะพ่นพิษได้ มีพิษต่อระบบประสาท
  • งูจงอาง งูพิษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หัวมน คอสั้น ลำตัวกลมระคนสามเหลี่ยม มีสายสีเหลือง หรือขาวเป็นบั้งๆ ที่คอและลำตัว ที่หัวมีลายขาวพาดตามขวาง แผ่แม่เบี้ยได้ มีพิษต่อระบบประสาท
  • งูสามเหลี่ยม หัวเรียว คอยาว ลำตัวสามเหลี่ยมมีลายเหลืองสลับดำ พาดตามขวางตลอดลำตัวจรดหาง หางสั้นทู่ ไม่ชอบแสงสว่าง มีพิษต่อระบบประสาท
  • งูแมวเซา หัวโต รูปสามเหลี่ยม คล้ายหัวลูกศร คอยาว ลำตัวอ้วนกลมสีน้ำตาลอ่อนปนเทา มีลายกลมบ้าง รีบ้าง เป็นสีน้ำตาลเข้มขอบดำริมขาว มีพิษต่อระบบไหลเวียนเลือด
  • งูกะปะ หัวโตรูปสามเหลี่ยม จมูกเชิด มีรูระหว่างตาและจมูกทั้ง ๒ ข้าง ลำตัวอ้วนกลมสีน้ำตาลปนม่วง มีพิษต่อระบบไหลเวียนเลือด
  • งูเขียวหางไหม้ หัวโตรูปสามเหลี่ยมหรือกลมเล็กน้อย คอยาว ลำตัวกลมมี ๒ ชนิด สีเขียวแก่ปลายหางสีแดงคล้ำ และชนิดสีเขียวอมเหลือง ท้องสีเหลืองอ่อนปลายหางสีแดงสด มีพิษต่อระบบไหลเวียนเลือด

สำหรับลักษณะแผลของสัตว์มีพิษหรือไม่มีพิษที่ควรสังเกต มีดังนี้

  • งูมีพิษ แผลมีรูเขี้ยวเป็นรูกลมๆ ๒ รู หรือ ๒ จุด บางรายอาจมีเพียงรูเดียว หรือเป็นเพียงจุดจุดเดียว ที่รูเขี้ยวมีเลือดจุก รอบๆ รอยเขี้ยวจะบวมและมีสีเขียวคล้ำ ถ้าถูกกัดที่แขนหรือขาอาจบวมทั้งแขนหรือขา อาจพบรอยฟันเป็นเขี้ยวด้วย
     
  • งูไม่มีพิษ แผลมีรอยฟันเป็นขีดเรียงเป็นแถว อาจมีเลือดซึมติดอยู่

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควรทำดังนี้
ดูรอยแผล ถ้างูไม่มีพิษ แผลจะเป็นรอยถลอก ให้ทำแผลแบบแผลถลอกทั่วไป ถ้าแผลไม่ลุกลามหรือไม่มีอาการอื่น ไม่ต้องไปหาหมอ แผลจะหายเอง
ถ้างูมีพิษ ไม่ว่าจะมีรอยเขี้ยว ๑ จุด หรือ ๒ จุด ให้รักษาตามอาการดังนี้

๑. พูดปลอบใจ อย่าให้กลัวหรือตกใจ ให้นอนนิ่งๆ ถ้าจำเป็นให้เคลื่อนไหวน้อยที่สุด

๒. ห้ามดื่มเหล้า ยาดองเหล้า หรือยากล่อมประสาท

๓. ห้ามใช้มีดกรีดปากแผล ห้ามบีบเค้นบริเวณแผล เพราะจะทำให้แผลช้ำ สกปรก และทำให้พิษกระจายเร็วขึ้น

๔. ห้ามขันชะเนาะรัดแขนหรือขา เพราะจะเกิดอันตรายมากขึ้น

๕. รีบพาไปหาหมอ ถ้าเป็นไปได้ควรนำซากงูที่กัดไปด้วย

๖. ถ้าหยุดหายใจ ให้เป่าปากช่วยหายใจ

สัตว์มีพิษอีก ๒ ชนิด คือ ตะขาบและแมงป่อง ให้สังเกตบาดแผล ดังนี้

  • ตะขาบ แผลมี ๒ รู คล้ายงูพิษกัด มีอาการปวดและบวมที่บริเวณแผล และเหนือแผลขึ้นไป แต่ไม่มีอาการตามระบบซึ่งไม่เหมือนภาวะงูมีพิษกัด
  • แมงป่อง แผลเป็นจุดเดียว ในบางครั้งอาจมีอาการปวดและบวมที่บริเวณแผลมากแต่ไม่มีอาการตามระบบ

การปฐมพยาบาลควรทำ ดังนี้

  • ทาแผลด้วยแอมโมเนีย หรือครีมเพร็ดนิโซโลน
  • ถ้าปวด กินยาแก้ปวด หรืออาจใช้น้ำแข็งประคบ
  • ถ้าปวดมาก พาไปหาหมอ