โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง


วรรณา/สระบุรี : ผู้ถาม
ดิฉันอายุ ๒๔ ปี เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังตั้งแต่อายุ ๘ ขวบ มีอาการคันที่แขน พอเกาแล้วผิวหนังจะขึ้นผื่นแดงตามรอยที่เกา สักพักก็ยุบหายไปเอง ตอนเด็กก็อยู่กัน ๒ คนกับพี่ชาย พ่อแม่ต้องไปทำไร่อยู่อีกที่หนึ่ง ก็เลยไม่ได้ไปหาหมอรักษาอย่างจริงจัง ถ้าคันก็จะทายาหม่อง ผื่นก็จะยุบหายไปเอง เดี๋ยวนี้เวลาผิวไปโดนของแข็งขูดขีดหรือกระทบแรงๆ จะขึ้นเป็นแนวเป็นปื้น  (ทุกวันนี้ผื่นจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิม)

ดิฉันสังเกตตัวเองว่าเวลาโดนฝุ่นละออง หรือโดนน้ำแล้วผิวหนังชื้นก็จะคันเหมือนกัน และเวลาก่อนฝนจะตก ๒-๓ วัน บางทียังไม่มีเค้าฝนด้วยซ้ำ ดิฉันก็รู้สึกคันตามตัวยุบยิบๆ ถ้าคันหลายวันก็จะไปหาหมอ หมอก็ให้ยาแก้คันแก้แพ้ (คลอร์เฟนิรามีน) มากิน กินแล้วก็ง่วง ดีที่ไม่ได้ออกไปทำงานนอกบ้าน แต่ถ้าวันไหนต้องออกไปทำธุระข้างนอกก็จะไม่ค่อยสะดวก เคยเล่าอาการให้หมอฟัง หมอก็บอกว่าโรคนี้ไม่มีทางรักษาให้หายขาด แต่ให้พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้แพ้

พ่อของดิฉันอายุ ๗๑ ปี ก็เป็นค่ะ แต่ว่านานๆ จะเป็นครั้งหนึ่ง ไม่เป็นผื่นทุกวันเหมือนดิฉัน แต่พ่อจะเป็นตอนใกล้ๆ ฝนจะตก พ่อเคยเล่าให้ฟังว่า อาชายของดิฉันเป็นฝีดาษ เสียชีวิตตอนอายุ ๒๐ ปี พ่อบอกว่าตอนนั้นเป็นโรคระบาด และยังไม่มียารักษา ตอนนี้น้าชายของดิฉันก็เป็นลมพิษ นานๆ จะเป็นครั้ง แต่ถ้าเป็นแล้วคันมาก น้าก็จะไปฉีดยาค่ะ ขอเรียนถามคุณหมอว่า

๑. โรคนี้เกิดจากสาเหตุใด (เป็นโรคกรรมพันธุ์ไหม)
๒. ถ้ากินยาแก้แพ้มากๆ จะมีผลข้างเคียงอะไรไหม
๓. โรคนี้เป็นเพราะน้ำเหลืองไม่ดีจริงไหม
๔. การตรวจเลือดแต่ละครั้ง จะทราบไหมว่าเราเป็นโรคอะไรบ้าง
๕. โรคอย่างนี้ต้องตรวจเลือดแบบเฉพาะทางหรือเปล่า (เพื่อความละเอียดและชัดเจนกว่า)
 

นพ.ประวิตร  พิศาลบุตร : ผู้ตอบ
ลักษณะผื่นคันที่ผิวหนังที่พอเกาแล้วจะขึ้นผื่นแดงตามรอยที่เกา สักพักจะยุบหายไปเอง และมีประวัติว่าเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังตั้งแต่ ๘ ขวบ พอจะสันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) และโรคลมพิษ โรคแรกมักมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว คือ พ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่า ตายาย มีประวัติของโรคภูมิแพ้ เช่น จามบ่อยๆ มีน้ำมูกใสไหลบ่อยๆ คัดจมูก คันตา ลมพิษ หอบหืด และผื่นคันตามลำตัว โรคนี้มักมีผื่นที่หน้าในวัยเด็กอ่อน ต่อมาในวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ พบผื่นที่หน้า คอ ข้อพับของแขน, ขา ปัจจัยที่ทำให้โรคนี้กำเริบคือ อากาศเปลี่ยนแปลงเป็นอากาศแห้ง หนาวจัด ร้อนจัด ผิวแห้ง การใช้สบู่ยา สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ ผ้าขนสัตว์ ผ้าใยสังเคราะห์ ความเครียด ความวิตกกังวล และอารมณ์หงุดหงิด ส่วนโรคลมพิษนั้น ทางการแพทย์แบ่งเป็น ๒ อย่าง

๑. ถ้าเป็นแล้วหายใน ๖ สัปดาห์ เรียกว่า ลมพิษเฉียบพลัน แพทย์มักรักษาตามอาการ

๒. แต่ถ้าเป็นๆ หายๆ เรื้อรังกว่า ๖ สัปดาห์ แพทย์จะต้องสืบค้นว่าอาการเรื้อรังนั้นมาจากสาเหตุอะไร เช่น

- แพ้ยาบางตัว แพ้อาหารบางชนิด
- การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เช่น ออกกำลังกาย
- ผิวหนังกระทบความร้อน กระทบความเย็น รอยกดรัด รอยขีดข่วน ถูกแสงแดด
- ติดเชื้อในร่างกาย เช่น ฟันผุ  ไซนัสอักเสบ เกลื้อน รา กระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีพยาธิ เช่น ตัวจี๊ด
- มีโรคทางกาย เช่น ตับอักเสบ ไตอักเสบ ไทรอยด์เป็นพิษ
- ความเครียด จึงต้องหาประวัติ เช่น การกินอาหาร กินยา
- การตรวจร่างกายทุกระบบ การตรวจเลือดนับเม็ดเลือด ตรวจการทำงานของตับ ไทรอยด์ โรคภูมิแพ้ตนเอง ตรวจปัสสาวะ อุจจาระ ภาพถ่ายรังสีปอด ตรวจฟัน ตรวจผิวหนัง

โดยทั่วไปยาแก้แพ้กลุ่มแอนตี้ฮีสตามีน อาจทำให้ง่วงซึม จึงมีอันตรายต่อการขับรถและทำงาน แต่ก็มียาแก้แพ้รุ่นใหม่บางตัวที่กินแล้วไม่ง่วง ส่วนการใช้ยากินสตีรอยด์แก้แพ้นั้น อาจมีผลแทรกซ้อนมาก เช่น เป็นแผลในกระเพาะอาหาร กระดูกผุ อ้วน หน้าบวม ขนขึ้น ผิวแตกลาย เป็นต้น จึงต้องใช้ในช่วงสั้น ตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น ควรพบแพทย์สาขาโรคผิวหนัง ตามโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัด เพื่อได้รับการตรวจ คำแนะนำ และยาที่ถูกต้องนะครับ