โรคลมชัก

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ดิฉันเป็นโรคลมชัก คือได้เกิดอุบัติเหตุหัวฟาดพื้นตั้งแต่อายุ ๒ ขวบ และเริ่มมีอาการโรค ลมชักตอนอายุ ๘ ขวบ จึงอยากทราบว่า โรคนี้จะมีผลต่อพัฒนาการทางสมองหรือไม่อย่างไร
ผู้ถาม อรอุมา/บางกอกน้อย
ผู้ตอบ น.พ.นิพนธ์ พวงวรินทร์
 

ถาม สวัสดีค่ะคุณหมอ ปัญหาของดิฉันคือ ดิฉันเป็นโรคลมชักค่ะ เป็นมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ (เมื่อตอนอายุ ๒ ขวบ ดิฉันได้เกิดอุบัติเหตุหัว ฟาดพื้น และมีอาการโรคลมชักเมื่อตอนอายุ ๘ ขวบ) ตอนนี้มีอาการคือจะปวดศีรษะ ตาฝาด รับฟังอะไรไม่ได้ แล้วไม่รู้สึกตัว อาการปวดศีรษะและไม่รู้สึกตัวจะเป็นบ่อยมากช่วงใกล้หรือมีประจำเดือนค่ะ ยา ที่กินอยู่ประจำช่วงนี้มี ๓ ขนาน คือ
๑. Dilantin ๑๐๐ มิลลิกรัม
๒. Rivotril ๒ มิลลิกรัม
๓. Tegretol ๔๐๐ มิลลิกรัม

ขอเรียนถามคุณหมอดังนี้ค่ะ
๑. โรคนี้มีผลต่อพัฒนาการทางสมองหรือไม่อย่างไร
๒. การที่อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายจะเป็นผลจากโรคนี้หรือไม่ค่ะ
๓. ยาที่กินอยู่ จะต้องกินตลอดชีวิตหรือเปล่าคะ
๔. โรคนี้ป้องกันได้อย่างไรคะ และจะสามารถรักษาให้หายหรือไม่ ดิฉันขอความกรุณาขอให้คุณหมอช่วยตอบให้ด้วยนะคะ 

ตอบ ๑. โรคลมชักมีผลต่อการพัฒนาการทางสมองถ้าหากไม่สามารถควบคุมการชักได้ หรือมีอาการชักซ้ำบ่อยๆเป็นเวลานาน
๒. อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายอาจมีสาเหตุจากสิ่งต่างๆได้มากมาย เช่น ความเครียด แต่โรคลมชักที่มีอาการชักบ่อยๆ และควบคุมไม่ได้ก็มีผลทำให้เกิดได้
๓. ยาป้องกันชัก โดยปกติจะต้องกินติดต่อกันอย่างน้อย ๓ ปี โดยไม่มีอาการชักเกิดขึ้นในระหว่างนั้นเลย แพทย์ก็จะพิจารณาลดยาลงและอาจหยุดยาได้ในที่สุด แต่ถ้ายังมีอาการชักอยู่ก็จำเป็นต้องกินยาป้องกันชักต่อไป และปรับขนาดหรือชนิดยาตามความเหมาะสม
๔. วิธีป้องกันโรคลมชักมีหลายอย่าง เช่น กินยาป้องกันชักอย่างสม่ำเสมอ, ไม่อดนอน, ไม่หักโหมทำงานมากเกินไป, ไม่อดอาหาร ลดน้ำหนัก, ไม่ดื่มเหล้า, ไม่ติดสารเสพติดหรือยาเสพติดต่างๆ, ออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวัน โรคนี้อาจรักษาหายขาดได้ในบางรายที่ควบคุมการชักดีและกินยาสม่ำเสมอ