การผ่าตัดตา

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ผู้สูงอายุบางคนที่ผ่าตัดตาแล้วมีอาการแย่กว่าเก่า อยากทราบว่ามีวิธีการรักษาอื่นไหม
ผู้ถาม
สง่า/น่าน
ผู้ตอบ นพ.สุรพงษ์ ดวงรัตน์

ถาม ผมอายุ ๖๕ ปีแล้ว เมื่อ ๒ ปีก่อน คุณหมอได้แนะนำผมตัดแว่นตาชนิดมองไกล และมองใกล้ในเลนส์เดียวกัน ผมก็ไแตัดแล้วสบายตามาก ผมยังข้องใจอยู่เพราะยังมีหลายคนที่อายุมากๆ เช่น พ่อของผมอายุ ๙๓ ปี และคนแก่หลายคนที่ตามีปัญหาแต่ก็ไม่ต้องผ่าตัด หรือบางคนที่ผ่าตัดตาแล้วมีอาการเอียงบ้าง มองแย่กว่าเก่าบ้าง
แล้วเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ผมได้ไปตรวจวัดสายตาที่โรงพยาบาล หลังจากตรวจแล้วหมอถามผมจะลอกไหม เพราะสายตาสั้นลง มองไกลแล้วจะมัว แต่ผมก็ได้บอกว่าผมยังอ่านหนังสือได้ด้วยตาเปล่า แต่ผมมีความสงสัยที่จะขอเรียนถามคุณหมอดังนี้ครับ
๑.ด้านการรักษา การไม่ลอก (ผ่าตัด)ตา จะทำให้ตาบอดไหม ตามปกติอยู่บ้านผมไม่ใส่แว่น แต่เวลาขี่มอเตอร์ไซค์หรือจักรยานก็ใส่ ผมไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา ออกกำลังกายทุกวัน วันอาทิตย์ขี่จักรยาน ๒๐ กิโลเมตร ไม่ทราบว่ามีผลเสียอะไรหรือไม่ครับ
๒.น้ำมันตับปลาหรือน้ำมันปลา อย่างไหนบำรุงตาดีกว่ากัน ผมปั่นแครอท เซรารี่ ผักปลัง จะช่วยทำให้สายตาดีขึ้นหรือไม่ครับ

ขอความกรุณาคุณหมอช่วยตอบผมด้วยนะครับ

ตอบ ตามที่คุณเล่ามาว่า หมอถามคุณจะลอกไหม? ผมก็เดาเอาว่าคุณคงมีโรคต้อกระจกเกิดขึ้นในตาแล้ว คงม่ใช่ต่อชนิดอื่น เช่น ต้อเนื้อหรือต้อหิน ทั้งนี้เพราะอายุก็เข้าเกณฑ์ (๖๕ ปี) ที่จะเป็นต้อกระจกได้แบบคนอื่นทั่วๆไป ที่อายุขนาดนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเลนส์แก้วตาไปในทางเสื่อม คือจะแข็งตัว ขุ่นมัว ขาวฝ้า แล้วขาวทึบในที่สุด ต้อกระจกแบบวัยชราที่ค่อยเป็นค่อยไปตามวันเวลา อย่างช้าๆใครจะเป็นก่อนใคร จะเริ่มต้นอายุเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับลักษะเฉพาะตัว รวมทั้งสุขภาพร่างกาย สิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่และพันธุกรรม เช่นเดียวกับเส้นผมบนศีรษะ บางคนอายุ ๔๐ ปีกว่า เริ่มฉายแสงการเป็คนศีรษะล้านหรือผมหงอกปรากฎให้เห็นแล้ว พออายุย่างเช้า ๖๐ ปี หน้าตาที่เคยหล่อเหลา คมเข้ม กลายเป็น "ผู้เฒ่า" อย่างน่าเกรงขามและเคารพกราบไหว้ คนอายุมากกว่า ยังเผลอเรียก "พี่"
คุณพ่อคุณอายุ ๙๓ ปี ที่ว่าตายังมองเห็นดีนั้น คงบอกไม่ได้ว่าดีแค่ไหน และสภาพเลนส์ตาเป็นอย่างไร ถ้าพาไปให้จักษุแพทย์ตรวจ คงจะต้องตรวจพบมีต้อกระจกวัยชราแน่นอน สว่นจะเริ่มเป็นระยะไหน ขึ้นอยู่กับความขุ่นของเลนส์ตา การมองเห็นของคุณพ่อ จึงยังพอใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

                                        
ขอตอบคำถามที่ถามไปดังนี้
๑.ถ้าไม่ลอก (สมมุติเป็นต้อกระจก) จะทำให้ตามัวลงเรื่อยๆตามวันเวลาที่ผ่านไป จนกว่าจะถึงระยะหนึ่งซึ่งบอกไม่ได้ว่ายาวนานเพียงใดต้อจะสุก คือเลนส์ตาจะขาวขุ่น บิดบังการมองเห็น แว่นตาก็จะช่วยไม่ได้ การใช้ตาเพื่อปฏิบัติภารกิจจะไม่สะดวก ปล่อยทิ้งไว้ไม่ไปพบแพทย์เลย จะมัวมากแล้วบอดไปในที่สุด หรือบางคนอาจจะมีโรค "ต้อหิน" แทรกซ้อนเข้ามาด้วย จะมีอาการทั้งมัว ทั้งปวด สุดจะทรมาน
การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี ยิ่งขี่จักรยานวันละ ๒๐ กิโลเมตร นับว่าแข็งแรงมากทีเดียว อย่างนี้ต้อกระจกจะสุกช้ากว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเกือบเท่าตัว ไม่มีผลเสียหายอะไร มีแต่ผลดี และน่าสนับสนุนให้ทำต่อไป
๒.อาหารที่กล่าวมาทั้งหมด มีประโยชน์ต่อร่างกาย และบำรุงสายตาไปด้วยในตัว ไม่มีโทษมีภัย การออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันสม่ำเสมอ ร่วมกับการกินอาหารบำรุงร่างกาย อีกทั้งเป็นคนไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา ก็นับว่ายอดเยี่ยม ร่างกายจะแข็งแรง หัวใจ ปอด ทำงานอย่างปกติ สายตาจะเห็นดีไปอีกนานทีเดียว ไม่ต้องห่วงเลย เป็นสิ่งที่ควรแนะนำใหถือปฏิบัติต่อเนื่องไปย่างสม่ำเสมอ แล้วจะมีสายตาดีเหมือนคุณพ่อคุณไปจนอายุ ๙๐ ปีกว่า หรือเกือบๆ ๑๐๐ ปีโน่นเลยครับ