หินปูน, เหงือกร่น

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

หินปูน, เหงือกร่น


ผู้ถาม : นงลักษณ์ / กรุงเทพฯ
ผู้ตอบ : พ.ญ. สุรัตน์ มงคลชัยอรัญญา


อยากทราบว่า การขูดหินปูนเสี่ยงต่อการติดโรคเอดส์หรือไม่

หินปูนที่เกาะฟันมีสาเหตุเกิดจากอะไร

หินปูนเป็นสารประกอบแคลเซียมที่ตกตะกอนเป็นผลึก จากการที่แคลเซียมในน้ำลานรวมตัวกับสารบางอย่างจากคราบจุลินทรีย์ (บางทีเรียกว่า “พลัก” [plaque] หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า “ขี้ฟัน” นั่นเอง)

ควรขูดหินปูนออกหรือไม่ ถ้าควรขูดทิ้ง ต้องใช้ระยะเวลาในการขูดหินปูนทิ้งห่างกันเท่าไร

หินปูนมีผิวที่ขรุขระจึงำให้เกิดการเกาะของคราบจุลินทรีย์ได้ง่าย ผลที่ตามมา ก็คือ เชื้อโรคในคราบจุลินทรีย์ทำให้เกิดเหงือกอักเสบ นอกจากนี้ถ้ามีอาหารพวกน้ำตาลยู่ด้วยในคราบจุลินทรีย์ก็จะทำให้เกิดฟันผุในบริเวณนั้นได้ง่าย หินปูนยังทำให้เกิดความไม่สวยงามและมักทำให้เกิดกลิ่นปาก ดังนั้นจึงควรขูดหินปูนออก ระยะห่างของการขูดหินปูนแต่ละครั้งไม่เท่ากันในแต่ละคน เพราะบางคนเกิดหินปูนได้เร็วกว่าคนอื่น เคยมีการศึกษาพบว่า มีสารออกซาเลตสูงในหินปูนของคนภาคอีสาน ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในหน่อไม้ ผู้ที่ศึกษาถึงเรื่องนี้คิดว่า การกินหน่อไม้มีผลทำให้หินปูนมากขึ้นในคนภาคอีสาน แต่อย่างไรก็ตามยังต้องทำการศึกษาต่อไป การตรวจดูหินปูนด้วยตนเองนั้นทำได้ง่าย เพราะบริเวณที่พบได้บ่อยคือด้านลิ้นของฟันหน้าล่าง ให้ส่องกระจกดู อ้าปากกว้างๆ ก้มหน้าลงมองไปที่ด้านลึกของฟันหน้าล่างเป็นจุดที่สังเกตได้

ผลดีและผลเสียของการขูดหินปูนมีอะไรบ้าง

ผลดี คือ ฟันและช่องปากจะสะอาดขึ้น ส่วนบางคนที่ใช้ฟันเคี้ยวอาหารด้านเดียว ฟันที่ไม่ได้ใช้จะมีหินปูนสะสมมาก แต่เมื่อขูดหินปูนออกแล้วการใช้งานจะดีขึ้น และฟันที่ถูกคลุมด้วยหินปูนก็จะได้รับการวินิจฉัยรักษา ตลอดจนการดูแลจากเจ้าของได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีผลในการกำจัดกลิ่นปาก เพิ่มความสวยงาม ปรับปรุงบุคลิกภาพเพราะดูสะอาด มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น

ผลเสีย คือ ดูจะไม่เด่นชัดนัก นอกจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล หรือในรายที่ขูดหินปูนบ่อยเกินความจำเป็น ก็อาจทำให้เกิดฟันสึกได้บ้างแต่ไม่มากนัก อย่างไรก็ดี การขูดหินปูนให้สะอาด เพราะมิฉะนั้นก็จะเป็นที่สะสมให้เกิดหินปูนใหม่ได้เร็วขึ้น ในการขูดหินปูนจึงมักจะใช้เวลาบ้าง และอาจจะเจ็บบ้าง

ควรดูแลรักษาฟันอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดหินปูนอีก และมีวิธีป้องกันการเกิดหินปูนได้หรือไม่

การจะป้องกันไม่ให้เกิดหินปูนขึ้นอีกเลยในปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ แต่การมีหินปูนมิใช่การเป็นโรค ก็คล้ายๆ กับการเกิดมีขี้ฟันที่เกาะที่ตัวฟันหลังกินอาหาร ถ้าไม่กินก็คงจะไม่เกิด แต่จริงๆ แล้วแม้ไม่กินอาหารก็มีคราบของโปรตีนในน้ำลายไปเกาะที่ผิวฟันอยู่ดี เพียงแต่เรามองไม่เห็น และไม่เป็นอันตรายต่อฟัน ดังนั้นที่จะทำได้คือ การทำความสะอาดฟันให้สะอาดทั่วทั้งปากทุกๆ วัน ก็จะทำให้เกิดหินปูนช้าลงหรือน้อยลง นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีการพัฒนาการเพิ่มสารบางอย่างในยาสีฟันเพื่อลดการเกาะตัวของสารประกอบแคลเซียม ดังนั้นในระยะยาวก็อาจมีผลที่เห็นได้ชัดเจน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า อาจลดการเกิดหินปูนในประชากรได้ร้อยละ 5-10

การขูดหินปูนเสี่ยงต่อการเป็นโรคเอดส์หรือไม่

การขูดหินปูนมักจะมีเลือดออกด้วย ถ้าจะให้แน่ใจควรสอบถามผู้ทำการรักษาในเรื่องการฆ่าเชื้อก่อนก็จะดี แต่โดยทั่วไปแล้วมีการระมัดระวังในเรื่องนี้อย่างมากอยู่แล้วในการให้บริการทันตกรรม

เหงือกร่นมีสาเหตุเกิดจากอะไร (เกิดจากหินปูนใช่หรือไม่)

เหงือกร่นมักเกิดจากการแปรงฟันไม่ถูกวิธีหรือออกแรงมากเกินไป ใช้ขนแปรงแข็ง ทำให้ขอบเหงือกบริเวณคอฟันถอยร่นลงไปทางรากฟัน การมีหินปูนก็มีส่วนร่วมให้เกิดการถอยร่นของเหงือกได้ เห็นได้ชัดบริเวณฟันหน้าล่างด้านลิ้นเพราะมักทำความสะอาดได้ไม่ถนัด จึงมักจะไม่ให้เกิดเพราะการแปรงฟัน

ถ้าระบบฟันในปากเสียไป จะมีผลต่ออวัยวะส่วนคอหรือไม่ อย่างไร

คำถามคลุมเครือมาก คำว่า “ระบบฟันในปากเสีย” หมายถึง ฟันผุมากๆ หลายๆ ซี่ หรือหมายถึง การกัดสบของฟันบนและฟันล่างเสียไปอาจจะด้วยสาเหตุใดก็ตามให้ผลไม่เหมือนกัน

ในกรณีที่มีฟันผุมากหลายๆ ซี่ จะทำให้เกิดการติดเชื้อในลำคอ ระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหารได้ง่าย เพราะฟันผุเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค นอกจากนี้การที่มีฟันผุมากๆ ทำให้การบดเคี้ยวอาหารไม่ดี ได้รับอาหารไม่ครบถ้วน ทำให้ภูมิต้านทานร่างกายอ่อนแอไปด้วย

ในส่วนของการกัดสบที่เสียไป เช่น กรณีเกิดอุบัติเหตุบริเวณใบหน้า และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องทำให้ฟันไม่สบกัน บดเคี้ยวอาหารไม่ได้ หรือการสบฟันที่ไม่ดี มีผลให้ปวดข้อต่อขากรรไกร มีเสียงดังที่ข้อต่อขากรรไกรขณะเคี้ยวหรืออ้าปากกว้างๆ มักมีปัญหาขากรรไกรค้างถ้าอ้าปากนานๆ และเจ็บกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรได้ ซึ่งมักไม่มีผลต่อคอ ยกเว้นบางรายที่กล้ามเนื้อคออาจเกิดอาการตึงเพราะเคี้ยวแล้วเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งมากไป