ประจำเดือนมาน้อย

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ติดโรคจากสามี หมอบอกว่าเป็นหนองในเทียม รักษาจนหายและไม่ได้กินยาคุมอีกเลย ประจำเดือนเคยมา 5 วันก็เหลือ 2 วัน เกี่ยวกับอะไร จะท้องได้หรือเปล่า

ถาม

ดิฉันอายุ 26 ปี อาชีพเป็นพนักงานขายอยู่ต่างจังหวัด ปัญหาของดิฉันคือ

ดิฉันแต่งงานมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ตอนที่แต่งงานยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร ตอนแรกก็คุมโดยสามีใส่ถุงมีชัย เพราะดิฉันไม่ค่อนอยู่บ้าน

แต่พอกลับบ้าน ดิฉันก็เริ่มกินยาคุมชื่อ “ไตรควีล่า” กินได้เดือนกว่าก็มีอาการข้างเคียง คือวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ดิฉันก็เลิกกิน

เว้นไปประมาณ 2 เดือนก็เริ่มกินยาชนิดใหม่ ลืมบอกไปว่ายาชนิดแรกนั้น ประจำเดือนมาปกติ ยาชนิดที่สองชื่อ “มาวีลอน 28” กินแล้วปกติดี ไม่มีอาการข้างเคียง

ดิฉันกินได้ 5 เดือนกว่า ดิฉันก็ติดโรคจากสามี คือ มีหนองไหลออกมา ดิฉันก็ไปหาหมอ ๆ บอกว่าเป็นหนองในเทียม ดิฉันก็เลิกกินยาคุมและให้สามีไปหาหมอ หมอก็ว่าเขาไม่เป็นอะไร ร่างกายปกติดี ซ้ำยังได้บริจาคโลหิตอีกด้วย

ดิฉันได้รักษาจนหายแล้วก็ไม่ได้กินยาคุมอีกเลย แต่ให้สามีใส่ถุงมีชัย ตั้งแต่นั้นประจำเดือนก็มาน้อย เคยมีครั้งละ 5 วัน ก็เหลือเพียง 2 วัน และอีกเดือนก็หายไปตั้ง 2 เดือน ดิฉันก็ไปซื้อยาบำรุง เช่น ยาสตรีเบนโลมากิน ประจำเดือนก็มาแต่ก็น้อย (แค่ 2 วัน) และเดือนนี้ก็เหมือนกัน คือ มีอาการเหมือนกับทุกครั้งที่จะมีประจำเดือน (เจ็บหน้าอก ปวดหลัง) ความที่คิดว่าประจำเดือนใกล้มา ดิฉันจึงร่วมกับสามีโดยไม่คุมแต่ประจำเดือนก็ไม่มา และอาการเจ็บหน้าอก ปวดหลัง ก็หายไป ขอเรียนถามว่า
1. อาการของดิฉันที่กล่าวมาเกี่ยวกับอะไรคะ ดิฉันกลัวเป็นมะเร็งค่ะ (อาการปวดหลัง)
2. ดิฉันจะท้องได้หรือเปล่าคะที่ประจำเดือนขาดหายไป
3. คันในช่องคลอด กลัวโรคจะไม่หายขาด ควรทำอย่างไรคะ
4. เกี่ยวกับยาคุมหรือเปล่าคะ และจะเป็นอันตรายหรือไม่
5. การที่ประจำเดือนหายไปเกี่ยวกับมดลูกหรือเปล่าคะ
6. ยาคุมชนิดไหน ชื่ออะไรที่ปลอดภัยที่สุด
วดี/สิงห์บุรี

ตอบ

1. อาการปวดหลังมีสาเหตุได้หลายอย่าง แต่ไม่เกี่ยวกับยาคุมกำเนิด ควรไปพบแพทย์ให้ตรวจหาสาเหตุ และตรวจหามะเร็งของอวัยวะระบบสืบพันธุ์พร้อมกันไปเลย

2. สตรีที่กินยาเม็ดคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี เกือบจะไม่มีโอกาสตั้งครรภ์เลย ในบางรายขณะที่กินยาคุม ระดูอาจมาน้อยลง หรือขาดหายไปได้ มักจะเป็นผลของยาเอง ไม่ต้องวิตกกังวลแต่อย่างใด ถ้าหากให้มีระดูมามากขึ้น ก็ควรไปปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อปรับเปลี่ยนยาให้เหมาะสม

อย่างไรก็ดี ถ้าหากระดูขาดหายไป โดยเฉพาะในรายที่กินยาไม่สม่ำเสมอ ควรตรวจดูว่าตั้งครรภ์หรือเปล่าเสียก่อน

3. อาการคันในช่องคลอดมักจะเกิดจากการอักเสบติดเชื้อที่พบบ่อยในสตรีที่กินยาเม็ดคุมกำเนิด คือ เชื้อรา ทั้งนี้ คงเป็นเพราะอิทธิพลของฮอร์โมน ทำให้สภาพในช่องคลอดเหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อรา แต่ก็ไม่ต้องวิตกกังวล ไม่ต้องหยุดยาคุม ควรไปพบแพทย์ตรวจรักษา อาการต่างๆก็จะหายได้

4. ดูข้อ 3

5. การที่ระดูน้อยลงหรือขาดหายไป ระหว่างกินยาคุมกำเนิด โดยไม่ได้ตั้งครรภ์ เกิดเนื่องจากผลของยาต่อเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโต น้อยกว่าในรอบระดูปกติ เมื่อหลุดลอกออกมาตามรอบเป็นระดู จึงมีเลือดออกน้อย หรือระดูอาจขาดหายไปได้

6. ยาคุมกำเนิดมีหลายชนิด บางชนิดอาจเหมาะสมกับสตรีบางคน แต่ไม่เหมาะกับคนอื่น ในทางปฏิบัติ นิยมให้เริ่มใช้ยาที่มีฮอร์โมนต่ำๆก่อน หากมีอาการข้างเคียงก็เปลี่ยนเป็นยาอื่น หรืออาจจะไปปรึกษาแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก่อนก็ได้
นพ.อร่าม โรจนสกุล