ผู้สูงอายุเสี่ยงเป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
โลหิตจาง หมายถึง ภาวะที่ร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกายให้อยู่รอดและทำหน้าที่ได้เป็นปกติ เมื่อภาวะโลหิตจาง ทำให้เซลล์ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลง เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หน้าตาซีดเผือดกว่าปกติ
แพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะนี้ด้วยการตรวจวัดปริมาณของ “ฮีโมโกลบิน (hemoglobin)” ซึ่งเป็นสารประกอบหลักของเม็ดเลือดแดง (สารนี้ประกอบด้วยโปรตีนและธาตุเหล็ก ซึ่งทำหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกาย) พบว่ามีค่าต่ำกว่าปกติ คือต่ำกว่า 12 กรัมต่อเลือด 100 มล.ในผู้หญิงหรือต่ำกว่า 13.5 กรัม.ต่อเลือด 100 มล.ในผู้ชาย
ผู้สูงอายุเสี่ยงเป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
มีได้หลายสาเหตุ เช่น
- กินเนื้อสัตว์ นม และไข่ น้อยลง หรือมีอาการเบื่ออาหารเนื่องจากการเจ็บป่วยบ่อยๆ หรือไม่มีฟันเคี้ยวเนื้อสัตว์และผักที่เหนียว หรือขาดคนดูแลเรื่องอาหารการกิน ทำให้ร่างกายได้รับอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ จึงควรให้แพทย์ตรวจสุขภาพและให้ยาธาตุเหล็กเสริม
- มีการเสียเลือดเรื้อรัง เช่น เป็นริดสีดวงทวาร หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ แล้วมีอาการถ่ายเป็นเลือดสด บางคนไม่ยอมบอกให้ลูกหลานทราบ ปล่อยให้เป็นเรื้อรังจนซีดมาก หรือมะเร็งลุกลามไปมากแล้ว จึงค่อยไปหาหมอ ทำให้มีความยุ่งยากในการบำบัดรักษามากขึ้น
- มีอาการปวดเอ็นปวดข้อ กินยาแก้ปวด หรือยาแก้ข้ออักเสบเป็นประจำ เกิดผลข้างเคียงจากยาที่มีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะอาหารอักเสบหรือเป็นแผล มีเลือดซึมออกทีละน้อย ทำให้เกิดอาการถ่ายอุจจาระดำ (จากเลือดที่หมักหมมระหว่างเดินทางลงมาที่ทวารหนัก) ผู้ป่วยบางคนไม่ทราบว่าอาการถ่ายดำแบบนี้คืออาการเลือดออกในทางเดินอาหาร ปล่อยจนกระทั่งเสียเลือดมาก มีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด เวียนศีรษะ หรือใจสั่นใจหวิว ค่อยไปหาหมอ ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้