ตาบอดสี

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ถาม : เอกกร/ราชบุรี
ลูกชายผมอายุ ๑๕ ปี ไม่สามารถแยกสี เหลืองอ่อนกับสีเหลืองแก่ได้ จึงพาไปตรวจที่ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หมอตรวจแล้วสรุปว่าเป็นตาบอดสีแดง-เขียว
ตาบอดสีแดง-เขียว รักษาได้หรือไม่
ทำไมลูกยังแยกสีเขียวและแดงได้อย่างถูกต้อง (ทดสอบเอง) แต่ลูกไม่สามารถแยกสีเขียวออกจากกลุ่มสีเทาได้ (การทดสอบของหมอ)
ตาบอดสีถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้หรือไม่

ตอบ : นพ.ณวัฒน์ วัฒนชัย
โรคตาบอดสีส่วนใหญ่จะไม่สามารถทำการรักษาได้
ตาบอดสีมีหลายระดับ บางชนิดมีความรุนแรงมากจนไม่สามารถแยกสีได้เลย บางชนิดมีความรุนแรงน้อย ทำให้ไม่มีปัญหากับการใช้ชีวิตประจำวัน อาจมีเพียงแค่แยกสีสีเดียวกันที่มีความอ่อนแก่ (ความเข้ม) ใกล้เคียงกันไม่ได้เท่านั้น
 
โรคตาบอดสีเขียว-แดง ไม่จำเป็นต้องเป็นถึงขั้นไม่สามารถมองเห็นสีเขียว-แดงได้เลย อาจจะบกพร่องไปเล็กน้อยเท่านั้น
โรคตาบอดสี ส่วนใหญ่ถ่ายทอดทาง พันธุกรรม และมักเป็นในผู้ชาย เนื่องจากชนิดที่พบมากที่สุด มักเป็นยีนด้อยของโครโมโซม X ซึ่งผู้ชายจะมีโครโมโซมเพศ x เพียงอันเดียว (อีกอันเป็น Y) ทำให้เมื่อ ได้ยีนด้อยตัวนี้มาก็จะแสดงผลเลย แต่ ผู้หญิงต้องมียีนตัวนี้มาจากทั้ง ๒ X ทำให้มีโอกาสที่จะเป็นน้อยกว่า
อย่างไรก็ดี โรคนี้อาจเกิดขึ้นเอง (sporadic)ได้ และอาจเกิดขึ้นโดยไม่สามารถระบุลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้เลยก็ได้

กรณีที่มีความรุนแรงมาก ทำให้แยกสีได้ไม่ดีแม้ สีจะมีความแตกต่างกันมาก อาจมีผลต่อการประกอบอาชีพบางอย่างได้ เช่น แพทย์ เภสัชกร ทันตแพทย์ เป็นต้น
ควรขอคำปรึกษาจากจักษุแพทย์ ว่าปัญหานี้รุนแรงมากน้อยแค่ไหน ถ้าบอกว่าไม่เป็นไร เป็นนิดเดียว ก็ขอใบรับรองแพทย์ไว้เลย (ลูกค่อนข้างโตแล้ว อายุ ๑๕ ปี ถ้ายังอยู่ประถมก็อาจจะเร็วไปหน่อย)
ไม่ควรวิตกมากจนเกินไป โดยมากโรคจะไม่ค่อยรุนแรงถึงขนาดทำงานไม่ได้ เป็นต้นว่าในคนที่ตาบอดสีแบบอ่อนๆ ก็ทำงานได้ดี ไม่มีปัญหา