• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ ย้ำอย่าตื่นตระหนก : อีโคไลป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขอนามัยอย่างเหมาะสม

          รองศาสตราจารย์ ดร.วิสิฐ จะวะสิต ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ย้ำประชาชนไทยไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินเหตุ จากข่าวการแพร่ระบาดของเชื้ออีโคไลจากพืชผักในต่างประเทศส่งผลให้ผู้ที่ได้รับเชื้อเกิดอาการเจ็บป่วยและอาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต จนทำให้ลดการบริโภคผักและผลไม้ลง ซึ่งปกติคนไทยก็บริโภคในปริมาณที่ต่ำกว่าคำแนะนำเพื่อการมีสุขภาพที่ดีอยู่แล้ว   การล้างผักสดและผลไม้ที่กินได้ทั้งเปลือก ให้สะอาดได้ โดยใช้น้ำไหลหรือน้ำยาล้างผักเพื่อช่วยให้ความตึงผิวของผักและผลไม้ ทำให้สารเคมีหรือเชื้อโรคต่างๆที่เกาะอยู่หลุดออกและสามารถป้องกันเชื้ออีโคไลได้  การกินผลไม้ที่มีเปลือกก็ช่วยลดโอกาสที่เจอปัญหาอีโคไลเช่นกัน นอกจากนี้ เชื้ออีโคไลสามารถป้องกันได้ด้วยการอาหารปรุงให้สุกในอุณหภูมิอย่างต่ำ 75-80 องศาเซลเซียส เป็นเวลาอย่างน้อย 1-3 นาที ก็สามารถกำจัดเชื้ออีโคไลให้หมดไปได้ ดังนั้นการต้ม/ผัด/นึ่งอาหารก็ช่วยแก้ปัญหานี้  ทั้งนี้ต้องป้องกันการปนเปื้อนข้ามจากของดิบไปสู่ของสุกด้วย เช่น การใช้ตะเกียบ/ช้อนที่สำหรับของดิบร่วมกับของสุก การใช้เขียงและมีดสำหรับของดิบและของสุก  การแช่อาหารดิบในถังน้ำแข็งที่ใช้บริโภค  อย่างไรก็ตามต้องอย่าลืมดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลโดยเฉพาะการล้างมือทุกครั้งที่ออกจากห้องน้ำ สัมผัสอาหารดิบ และก่อนกินอาหาร เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
          เชื้ออีโคไลเป็นเชื้อโรคชนิดหนึ่งอยู่ในกลุ่มโคลิฟอร์ม สามารถพบได้ในซากพืชซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย รวมทั้งในมูลสัตว์และอุจจาระมนุษย์ เมื่อมีการปนเปื้อนในอาหารและเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารจะทำให้ผู้ที่ได้รับเชื้อประสบปัญหาอาหารเป็นพิษ มีอาการถ่ายท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หากมีอาการรุนแรงอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้  สาเหตุส่วนใหญ่ในการแพร่ระบาดของเชื้ออีโคไลในต่างประเทศน่าจะมาจากพฤติกรรมการกินผักและผลไม้ที่ไม่นิยมล้างอย่างระมัดระวังก่อนกิน เพราะมั่นใจว่าสะอาดและปลอดสารพิษ นอกจากนี้การปนเปื้อนข้ามระหว่างของดิบและสุกดังที่กล่าวข้างต้น ก็น่าจะเป็นอีกสาเหตูหนึ่งที่พบการเจ็บป่วยที่ร้านเนื้อกระทะ
 

แหล่งที่มา: 
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล -10 มิถุนายน 2554