หน้ากากอนามัยใช้สำหรับป้องกันไม่ให้เชื้อโรคในตัวผู้ป่วยออกจากตัวไปติดคนอื่น เป็นการใส่เพื่อป้องกันผู้อื่น หน้ากากอนามัยทำด้วยผ้าหรือใยสังเคราะห์ หน้ากากชนิดนี้ไม่ใช่หน้ากากอย่างอื่น เช่น N95 ที่มีแผ่นกรองพิเศษซึ่งใส่แล้วอึดอัด เขาจึงทำช่องให้หายใจออกได้ง่ายขึ้น หน้ากากชนิดนี้ไม่ใช่สำหรับผู้ป่วยใช้ เพราะเชื้อโรคจะออกมาทางช่องตรงกลางหน้ากากเวลาหายใจออก
คนทั่วไปส่วนใหญ่รับเชื้อทางมือ โดยเอามือที่เปื้อนเชื้อโรคมาขยี้ตา จับจมูกและปากมากกว่ารับทางอากาศ ยกเว้น แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และคนที่เฝ้าดุแลใกล้ชิดผู้ป่วย สำหรับคนที่ใกล้ชิดผู้ป่วยมากๆ ถ้าหากหาหน้ากาก N95 ไม่ได้ให้ใส่หน้ากากอนามัยเพราะดีกว่าไม่ใส่อะไรเลย คนทั่วไปไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัยแต่ต้องล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล โดยเฉพาะก่อนจะเอามือมาลูบหน้า จับจมูก ปาก
สำหรับผู้ป่วยต้องใช้หน้ากากอนามัยให้ถูกวิธี หากใช้ไม่ถูกต้องก็ไม่สามารถลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ให้ใส่หน้ากากอนามัยที่มีสีอยู่ด้านนอก และด้านที่มีลวดแข็งอยู่ด้านบน โดยบีบด้านบนของหน้ากากที่บริเวณดั้งจมูกเพื่อให้หน้ากากแนบกระชับกับใบหน้า คลุมจมูก ปาก และคางตลอดเวลา ยกเว้นเวลาทานอาหารหรือดื่มน้ำจึงขยับลงได้เวลาพูดไม่ต้องขยับหน้ากากลง คนฟังเขาได้ยินเสียงชัดเจน
หากหน้ากากเปียกมาก หรือเมื่อต้องแปรงฟัน ล้างหน้า หรืออาบน้ำ ให้เปลี่ยนใส่หน้ากากอันใหม่
ห้ามเก็บหน้ากากที่ใช้แล้วไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกง เพราะจะทำให้ของในกระเป๋าปนเปื้อนเชื้อโรค
เวลาถอดให้จับสายคล้องหูแล้วจึงถอดออก อย่าจับตัวหน้ากาก ให้ทิ้งหน้ากากใช้แล้วลงในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิดชนิดที่ใช้เท้ากดให้ฝาเปิด
ด้านในของหน้ากากจะมีเชื้อโรคอยู่เป็นล้านๆ ตัว เมื่อมือแตะหน้ากาก เวลาขยับหรือถอดหน้ากากต้องรีบล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลทันทีผู้ป่วยต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ร่วมกับคนอื่น อยู่ในบ้าน ในที่ชุมชน ในที่สาธารณะ เช่น ในรถประจำทาง รถไฟฟ้า รถใต้ดิน เครื่องบิน โรงภาพ ยนตร์ โรงเรียนหรือโรงพยาบาลให้หยุดใส่หน้ากากอนามัยเมื่อหยุดไอและไม่มีไข้แล้ว
ขณะนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าประเทศไทยไม่สามารถสกัดกั้นการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ถึงแม้ตัวเลขจากการระบุว่ามีผู้ป่วยในหลักพันคน แต่เชื่อแน่ว่าคงมากกว่าหลายหมื่น และผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน โรคนี้พบมากที่สุดในเด็กอายุ 12 ขวบ เด็กส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติ แต่คนที่เสียชีวิตกลับมีอายุเฉลี่ยประมาณ 40 ปี
การรณรงค์ป้องกันการแพร่เชื้อต้องเร่งทำในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น เพราะเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อมากที่สุด
หากเด็กป่วยไม่ป้องกันการแพร่เชื้อจากตนเองถือว่าเด็กคนนั้นขากสุขนิสัยที่ดี ไม่มีมารยาท ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่สงสารผู้อื่น เพราะคนที่รับเชื้อคนต่อไปอาจเป็นครู พ่อหรือแม่ตัวเอง ซึ่งอาจป่วยหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลและอาจเสียชีวิตได้
นพ.มนูญ ลีเชวงวงค์
ประธานกรรมการทุนวิจัยวัณโรคดื้อยา ศิริราชมูลนิธิ
ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนาราธิวาสราชนครินทร์
- Login to post comments
- อ่าน 1 ครั้ง
พิมพ์หน้านี้



