Skip to main content
ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน
menu

Login Pop

  • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
search
  • เว็บหลักหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ
หน้าหลัก
  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

การใส่หน้ากากอนามัย

โพสโดย admin เมื่อ 13 กรกฎาคม 2552 14:35

หน้ากากอนามัยใช้สำหรับป้องกันไม่ให้เชื้อโรคในตัวผู้ป่วยออกจากตัวไปติดคนอื่น เป็นการใส่เพื่อป้องกันผู้อื่น หน้ากากอนามัยทำด้วยผ้าหรือใยสังเคราะห์ หน้ากากชนิดนี้ไม่ใช่หน้ากากอย่างอื่น เช่น N95 ที่มีแผ่นกรองพิเศษซึ่งใส่แล้วอึดอัด เขาจึงทำช่องให้หายใจออกได้ง่ายขึ้น หน้ากากชนิดนี้ไม่ใช่สำหรับผู้ป่วยใช้ เพราะเชื้อโรคจะออกมาทางช่องตรงกลางหน้ากากเวลาหายใจออก

คนทั่วไปส่วนใหญ่รับเชื้อทางมือ โดยเอามือที่เปื้อนเชื้อโรคมาขยี้ตา จับจมูกและปากมากกว่ารับทางอากาศ ยกเว้น แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และคนที่เฝ้าดุแลใกล้ชิดผู้ป่วย สำหรับคนที่ใกล้ชิดผู้ป่วยมากๆ ถ้าหากหาหน้ากาก N95  ไม่ได้ให้ใส่หน้ากากอนามัยเพราะดีกว่าไม่ใส่อะไรเลย คนทั่วไปไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัยแต่ต้องล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล  โดยเฉพาะก่อนจะเอามือมาลูบหน้า จับจมูก ปาก

สำหรับผู้ป่วยต้องใช้หน้ากากอนามัยให้ถูกวิธี หากใช้ไม่ถูกต้องก็ไม่สามารถลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ให้ใส่หน้ากากอนามัยที่มีสีอยู่ด้านนอก และด้านที่มีลวดแข็งอยู่ด้านบน โดยบีบด้านบนของหน้ากากที่บริเวณดั้งจมูกเพื่อให้หน้ากากแนบกระชับกับใบหน้า คลุมจมูก ปาก และคางตลอดเวลา ยกเว้นเวลาทานอาหารหรือดื่มน้ำจึงขยับลงได้เวลาพูดไม่ต้องขยับหน้ากากลง คนฟังเขาได้ยินเสียงชัดเจน

หากหน้ากากเปียกมาก หรือเมื่อต้องแปรงฟัน ล้างหน้า หรืออาบน้ำ ให้เปลี่ยนใส่หน้ากากอันใหม่
ห้ามเก็บหน้ากากที่ใช้แล้วไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกง เพราะจะทำให้ของในกระเป๋าปนเปื้อนเชื้อโรค
เวลาถอดให้จับสายคล้องหูแล้วจึงถอดออก อย่าจับตัวหน้ากาก ให้ทิ้งหน้ากากใช้แล้วลงในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิดชนิดที่ใช้เท้ากดให้ฝาเปิด

ด้านในของหน้ากากจะมีเชื้อโรคอยู่เป็นล้านๆ ตัว เมื่อมือแตะหน้ากาก เวลาขยับหรือถอดหน้ากากต้องรีบล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลทันทีผู้ป่วยต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ร่วมกับคนอื่น อยู่ในบ้าน ในที่ชุมชน ในที่สาธารณะ เช่น ในรถประจำทาง รถไฟฟ้า รถใต้ดิน เครื่องบิน โรงภาพ ยนตร์ โรงเรียนหรือโรงพยาบาลให้หยุดใส่หน้ากากอนามัยเมื่อหยุดไอและไม่มีไข้แล้ว

ขณะนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าประเทศไทยไม่สามารถสกัดกั้นการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ถึงแม้ตัวเลขจากการระบุว่ามีผู้ป่วยในหลักพันคน แต่เชื่อแน่ว่าคงมากกว่าหลายหมื่น และผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน โรคนี้พบมากที่สุดในเด็กอายุ 12 ขวบ เด็กส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติ แต่คนที่เสียชีวิตกลับมีอายุเฉลี่ยประมาณ 40 ปี

การรณรงค์ป้องกันการแพร่เชื้อต้องเร่งทำในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น เพราะเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อมากที่สุด
หากเด็กป่วยไม่ป้องกันการแพร่เชื้อจากตนเองถือว่าเด็กคนนั้นขากสุขนิสัยที่ดี ไม่มีมารยาท ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่สงสารผู้อื่น เพราะคนที่รับเชื้อคนต่อไปอาจเป็นครู พ่อหรือแม่ตัวเอง ซึ่งอาจป่วยหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลและอาจเสียชีวิตได้

นพ.มนูญ  ลีเชวงวงค์
ประธานกรรมการทุนวิจัยวัณโรคดื้อยา ศิริราชมูลนิธิ
ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนาราธิวาสราชนครินทร์
   

ป้ายคำ:
  • ข่าวสารทั่วไป
  • Login to post comments
  • อ่าน 1 ครั้ง
  • พิมพ์หน้านี้พิมพ์หน้านี้
Skip to Top

ข่าว/กิจกรรม

  • โครงการฟันเทียม รากฟันเทียม
    3 กันยายน 2566
  • ขอเชิญทำบุญสร้างเสริมสุขภาพแก่ประชาชน สมัครสมาชิกอุปถัมภ์ นิตยสารหมอชาวบ้าน
    29 ธันวาคม 2565 ถึง 29 ธันวาคม 2565
  • พลังสร้างสุข ปีใหม่ : ทำอย่างไรด้วยเคล็ดลับง่ายๆ
    18 มกราคม 2563
  • นอน : ดีต่อสุขภาพอย่างไร
    14 ธันวาคม 2562
  • สร้างความสุขและสมองสดใส ได้ด้วยภาพ
    9 พฤศจิกายน 2562

แผนผังเว็บไซต์

  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ

รวมลิงค์เครือข่าย

  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สถาบันโยคะวิชาการ

สื่อสุขภาพ

  • คลิปสุขภาพ
  • หมอชาวบ้านรายเดือน
  • คลินิกรายเดือน
  • จดหมายข่าวย้อนหลัง
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • twitter หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)< และสถาบัน ChangeFusion< พัฒนาระบบโดย Opendream< สัญญาอนุญาต cc by-nc-sa <