Skip to main content
ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน
menu

Login Pop

  • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
search
  • เว็บหลักหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ
หน้าแรก » ดูแลสุขภาพด้วยตนเอง » ข้อมูลโรคและการรักษา » ชักจากไข้

ชักจากไข้

  • อาการ
  • สาเหตุ
  • การรักษา
  • การดูแลตนเอง
  • อื่นๆ

แพทย์จะให้การรักษา ตามสาเหตุของอาการไข้ และความรุนแรงของอาการชัก ดังนี้

  1. รักษาสาเหตุของไข้โดยให้ยาลดไข้และยาบรรเทาอาการเท่าที่จำเป็น อาจต้องให้ยาปฏิชีวนะ เช่น อะม็อกซีซิลลิน โคไตรม็อกซาโซล อีริโทรไมซิน เป็นต้น ในรายที่เกิดจากโรคติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น ทอนซิลอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ บิด เป็นต้น
  2. ส่วนอาการชัก แพทย์จะให้การดูแลรักษา  ดังนี้
    1. ถ้ายังชักต่อเนื่องเกิน 10 นาที (ขณะตรวจยังไม่หยุดชัก) แพทย์จะให้ยาแก้ชัก เช่น ยาไดอะซีแพม (diazepam) ฉีดเข้าหลอดเลือดดำหรือสวนทางทวารหนัก หรือให้ยาไมดาโซแลม (midazolam) หยอดให้ทางจมูก
    2. ถ้ามาถึงโรงพยาบาล เด็กหยุดชักแล้ว แพทย์จะให้ยากันชักร่วมกับยาลดไข้และยารักษาโรค (ตามข้อ 1) ให้กลับไปกินที่บ้าน เมื่อไข้หายดีแล้ว แพทย์อาจแนะนำให้มียาลดไข้และยากันชักเก็บสำรองไว้ประจำบ้าน ต่อไปทุกครั้งที่เด็กมีไข้ใหม่ก็ให้รีบกินยาลดไข้ร่วมกับยากันชัก (ได้แก่ ไดอะซีแพม กินขนาดวันละ 1 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แบ่งให้วันละ 3-4 ครั้ง) จนกว่าอาการไข้ในครั้งนั้นจะหายขาด (ถ้าเกิดจากไข้หวัด อาจมีอาการไข้อยู่นาน 2-4 วัน)

      ส่วนเด็กที่เคยมีอาการชักจากไข้ชนิดไม่ซับซ้อนตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป หรือมีอาการชักจากไข้ชนิดซับซ้อนเพียงครั้งเดียว แพทย์อาจพิจารณาให้เด็กกินยากันชักอีกชนิดหนึ่ง ได้แก่ ฟีโนบาร์บิทาล (phenobarbital) กินก่อนนอนทุกคืน (ทั้งที่มีไข้และไม่มีไข้) ติดต่อกันนาน 2 ปี หรือจนกว่าจะถึงอายุ 5 ขวบเต็ม ยาชนิดนี้กินติดต่อกันนานๆ อาจมีผลข้างเคียง คือ เด็กซนผิดปกติ หรืออาจมีสติปัญญาอ่อนด้อยลงกว่าปกติได้ ดังนั้น แพทย์จะพิจารณาให้ยากันชักชนิดนี้กินต่อเนื่องกันนานๆ ก็แต่เฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น
    3. เด็กที่มีอาการชักจากไข้เป็นครั้งแรกในชีวิต แพทย์อาจพิจารณาทำการเจาะหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 เดือน หรือมีประวัติกินยาปฏิชีวนะในการเจ็บป่วยคราวนี้ก่อนมาพบแพทย์ ทั้งนี้เพื่อนำน้ำไขสันหลังไปพิสูจน์ให้แน่ใจว่าไม่ใช่เกิดจากโรคติดเชื้อของสมอง

การวินิจฉัย

ในการวินิจฉัยอาการชักจากไข้ แพทย์มักจะอาศัยการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นพื้นฐาน ในกรณีที่เป็นการชักครั้งแรกอาจต้องทำการเจาะหลังเพื่อนำน้ำไขสันหลังไปพิสูจน์ว่ามีสาเหตุจากโรคติดเชื้อของสมองหรือไม่ นอกจากนี้หากจำเป็นอาจต้องทำการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจคลื่นสมอง หรือตรวจพิเศษอื่นๆ

  • อ่าน 11,155 ครั้ง
  • พิมพ์หน้านี้พิมพ์หน้านี้

ข้อมูลสื่อ

300-007
นิตยสารหมอชาวบ้าน 300
เมษายน 2004
สารานุกรมทันโรค
รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ
Skip to Top

คุณไม่สบายตรงไหน

  • ศีรษะหู ตา คอ จมูก ปาก
  • ลำตัวท้อง แขน มือ อวัยวะภายใน
  • ลำตัวส่วนล่างอวัยวะเพศ ขา เท้า
  • อาการทั่วไป ไข้หวัด ผิวหนัง ฯลฯ

ข้อมูลสุขภาพ

  • โรค
  • ยา
  • สมุนไพร
  • ปฐมพยาบาล
Doctor Me

  • สนับสนุนสื่อสุขภาพออนไลน์หมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • คำแนะนำสำหรับประชาชน เรื่อง โรคจากเชื้อแบคทีเรีย อีโคไลชนิดรุนแรง
  • ผ่าตัดฟรีสำหรับเด็ก ที่เป็นโรคหัวใจ
  • สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย (สพท.)
Appstore
GooglePlay

แผนผังเว็บไซต์

  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ

รวมลิงค์เครือข่าย

  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สถาบันโยคะวิชาการ

สื่อสุขภาพ

  • คลิปสุขภาพ
  • หมอชาวบ้านรายเดือน
  • คลินิกรายเดือน
  • จดหมายข่าวย้อนหลัง
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • twitter หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)< และสถาบัน ChangeFusion< พัฒนาระบบโดย Opendream< สัญญาอนุญาต cc by-nc-sa <