Skip to main content
ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน
menu

Login Pop

  • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
search
  • เว็บหลักหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ
หน้าแรก » ดูแลสุขภาพด้วยตนเอง » ข้อมูลโรคและการรักษา » โรคกระเพาะ

โรคกระเพาะ

  • อาการ
  • สาเหตุ
  • การรักษา
  • การดูแลตนเอง
  • อื่นๆ
  1. ถ้าเป็นอาการครั้งแรก และมั่นใจว่าไม่ใช่สาเหตุอื่นที่ร้ายแรง แพทย์จะแนะนำการปฏิบัติตัวตามหัวข้อ "การดูแลตนเอง" ส่วนยานอกจากยาต้านกรดแล้ว อาจให้ยาลดการสร้างกรดในกระเพาะ เช่น ไซเมทิดีน (cimetidine), รานิทิดีน (ranitidine) ควบคู่ไปด้วย นาน 6-8 สัปดาห์
  2. ถ้ามีอาการกำเริบเรื้อรัง หรือสงสัยว่าไม่ใช่โรคกระเพาะ แพทย์จะทำการตรวจพิเศษ และให้การรักษาตามสาเหตุดังนี้
    • ถ้าตรวจพบว่าเป็นแผลเพ็ปติกจากการใช้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สตีรอยด์ แพทย์จะแนะนำให้งดยาดังกล่าว และให้ยาลดการสร้างกรดในกระเพาะ เช่น ไซเมทิดีน, รานิทิดีน, โอเม-พราโซล (omeprazole) นาน 6-12 สัปดาห์
    • ถ้าตรวจพบว่าเป็นแผลเพ็ปติกจากการติดเชื้อเอชไพโลไร แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะ 2 ชนิด (ได้แก่ อะม็อกซิซิลลิน และ เมโทรไนดาโซล) กิน 7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อดังกล่าว และให้ยาลดการสร้างกรดในกระเพาะ (ได้แก่ โอเมพราโซล) กินนาน 4-8 สัปดาห์ วิธีนี้จะช่วยกำจัดเชื้อ ทำให้แผลหาย และไม่เกิดอาการกำเริบเรื้อรังอีก นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารจากเชื้อดังกล่าวอีกด้วย
    • ถ้าตรวจพบว่ามีสาเหตุจากโรคกระเพาะชนิดไม่มีแผล ก็จะให้การรักษาแบบข้อที่ 1 โรคกลุ่มนี้มักจะเป็นๆ หายๆ เรื้อรัง โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุกระตุ้นให้กำเริบ ดังนั้นแพทย์จะเน้นการปฏิบัติตัว ได้แก่ การหลีกเลี่ยงอาหารและสิ่งที่เป็นเหตุกำเริบ การออกกำลังกาย การผ่อนคลาย ความเครียด
    • ถ้าตรวจพบว่ามีสาเหตุอื่นๆ ก็จะให้การ รักษาตามสาเหตุที่พบ เช่น ไส้ติ่งอักเสบ นิ่วใน ถุงน้ำดี ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โรคหลอดเลือด หัวใจตีบ จะให้ยารักษา หากเป็นมากอาจต้องผ่าตัด เป็นต้น

การวินิจฉัย

มักจะวินิจฉัยจากอาการหิวแสบ-อิ่มจุก ถ้ากินยาโรคกระเพาะแล้วไม่ดีขึ้น หรือสงสัยเป็นโรคอื่น แพทย์จะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด และอาจทำการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจคลื่นหัวใจ

ถ้าหากสงสัยเป็นแผลเพ็ปติก แพทย์จะทำการเอกซเรย์ โดยให้ผู้ป่วยกลืนแป้งแบเรียม หรือใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะลำไส้ (endoscope) ถ้าพบว่าเป็นแผลจริง แพทย์จะนำเนื้อเยื่อกระเพาะ ไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นการติดเชื้อเอชไพโลไรหรือไม่ ถ้าติดเชื้อนี้จริง จะได้ให้ยาปฏิชีวนะกำจัดให้โรคหายขาดได้

  • อ่าน 28,342 ครั้ง
  • พิมพ์หน้านี้พิมพ์หน้านี้

ข้อมูลสื่อ

288-006
นิตยสารหมอชาวบ้าน 288
เมษายน 2003
สารานุกรมทันโรค
รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ
Skip to Top

คุณไม่สบายตรงไหน

  • ศีรษะหู ตา คอ จมูก ปาก
  • ลำตัวท้อง แขน มือ อวัยวะภายใน
  • ลำตัวส่วนล่างอวัยวะเพศ ขา เท้า
  • อาการทั่วไป ไข้หวัด ผิวหนัง ฯลฯ

ข้อมูลสุขภาพ

  • โรค
  • ยา
  • สมุนไพร
  • ปฐมพยาบาล
Doctor Me

  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สนับสนุนสื่อสุขภาพออนไลน์หมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • คำแนะนำสำหรับประชาชน เรื่อง โรคจากเชื้อแบคทีเรีย อีโคไลชนิดรุนแรง
  • ผ่าตัดฟรีสำหรับเด็ก ที่เป็นโรคหัวใจ
  • สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย (สพท.)
Appstore
GooglePlay

แผนผังเว็บไซต์

  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ

รวมลิงค์เครือข่าย

  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สถาบันโยคะวิชาการ

สื่อสุขภาพ

  • คลิปสุขภาพ
  • หมอชาวบ้านรายเดือน
  • คลินิกรายเดือน
  • จดหมายข่าวย้อนหลัง
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • twitter หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)< และสถาบัน ChangeFusion< พัฒนาระบบโดย Opendream< สัญญาอนุญาต cc by-nc-sa <