Skip to main content
ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน
menu

Login Pop

  • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
search
  • เว็บหลักหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ
หน้าแรก » บทความสุขภาพน่ารู้ » เจียระไน trauma care
  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

เจียระไน trauma care

โพสโดย Anonymous เมื่อ 1 มิถุนายน 2551 00:00

เมษายน-พฤษภาคมของทุกปี ผลไม้นานาชนิดจะดารดาษให้คนไทยได้เลือกกินสนุกสนาน อิ่มหนำสำราญ ชาวสวนก็กำลังกระวีกระวาดเก็บผลไม้ที่รอคอยมาทั้งปีเพื่อขายสร้างรายได้ สะสางหนี้สิน และ จับจ่ายใช้สอย.

นี่คือวงจรชีวิตอย่างหนึ่งของสังคมไทยที่คนทั่วไปสัมผัสได้.
คู่ขนานกับวงจรชีวิตนี้ คือวงจรชีวิตของคน 2 ประเภทที่โคจรมาพบกันในฤดูผลไม้ คน 2 ประเภทนี้ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ (เช่นแพทย์ พยาบาล) และผู้ป่วยที่บาดเจ็บจากการตกต้นทุเรียนบ้าง ต้นเงาะบ้าง เป็นอยู่เช่นนี้มาหลายสิบปี.

วงจรชีวิตรันทดของชาวสวนผลไม้ปรากฏให้ผมรับรู้ เมื่อได้รับฟังประสบการณ์และรายงานจากบรรดาศัลยแพทย์ และผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแลผู้ บาดเจ็บ (trauma care) ในโรงพยาบาลศูนย์ 20 แห่ง จาก 4 ภาค ในเวทีเสวนา "เจียระไน trauma care" เมื่อ 9 พฤษภาคม 2551.

เรื่องราวตกต้นไม้ กระตุ้นให้ความเห็นหนึ่งโลดแล่นเข้ามาเสริมความรู้ของผู้ร่วมเสวนา คุณหมอสุรจิต สุนทรธรรมเล่าให้ที่ประชุมฟังว่า ในต่างประเทศ ปัญหาอย่างนี้จะเป็นโอกาสให้วิศวกรได้โชว์ฝีมือในการออก แบบกระเช้าเก็บผลไม้ที่เพิ่มความปลอดภัย หรืออาจหมายถึงโอกาสของนักพันธุศาสตร์คัดสรรผสมพันธุ์ต้นไม้ที่ให้ผลดกแต่เตี้ยในระดับที่มือเอื้อมถึงโดยไม่ต้องปีนป่ายให้เสี่ยงภัย.

พลังของการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสรรพศาสตร์เป็นพลังที่คนไทยอาจคุ้นเคยน้อย หรือไม่ถนัดในการจัดการให้เกิดขึ้น จึงต้องจมปรักกับปัญหาเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก.

นอกจากความไม่คุ้นเคยและความไม่ถนัด อุปสรรคที่อาจสำคัญต่อการบั่นทอนการพัฒนาความถนัดนั้น คือ แรงกดดันให้ต้องเผชิญกับปัญหาเฉพาะหน้า. ในวงการ trauma care ดูเหมือนว่า ความขาดแคลนศัลยแพทย์ทั่วไป แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน และพยาบาลในโรงพยาบาลศูนย์ (หรือโรงพยาบาลรัฐอื่นๆ) ทำให้กำลังคนที่มีอยู่อย่างจำกัดต้องแบกรับภาระจนหมดกำลังและโอกาสที่จะคิดค้นแก้ปัญหาที่จะเกิดประโยชน์ระยะยาว เช่นการป้องกันชาวสวนตกต้นไม้เป็นตัวอย่าง.

ทุกคืนทีมงาน trauma care ในโรงพยาบาลศูนย์หลายแห่งต้องทำงานกันยันรุ่งสางเพื่อเยียวยาผู้ป่วย ที่ประดังเข้ามาไม่ขาดสาย ประเภทขาประจำได้แก่ อุบัติภัยจราจร ตีราฟันแทงขณะเมาสุรา มือขาด นิ้วขาดในบางพื้นที่อย่างเช่น จังหวัดระยอง.

ภายหลังเหตุการณ์ศาลพิพากษาจำคุกแพทย์ที่ฉีดยาชาเข้าช่องไขสันหลังในผู้ป่วยที่เสียชีวิตขณะผ่าตัดในภาคใต้ ทำให้ปริมาณผู้ป่วยที่โรงพยาบาลชุมชน เคยผ่าตัดถูกส่งต่อมายังโรงพยาบาลศูนย์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในทุกภาคของประเทศ แต่ละคืนทีมศัลยกรรมโรงพยาบาลศูนย์อาจต้องทำผ่าตัดผู้ป่วยไส้ติ่งอักเสบมากถึง 10 ราย จากเดิม 1-2 ราย.

ในด้านหนึ่งมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในแก้ไขปัญหาความขาดแคลนกำลังคนที่กล่าวมานี้ ในอีกด้านหนึ่งความปรารถนาดีเพื่อแก้ปัญหา อาจก่อผลกระทบในทางซ้ำเติมปัญหา.

2 ปีที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์เวร (ระดับผู้เชี่ยวชาญ) ในห้องฉุกเฉินที่เรื้อรังมานาน สปสช.จึงจัดสรรเงินค่าตอบแทนเพิ่มพิเศษให้แพทย์เวรกลุ่มนี้เวรละ 4,000 บาท จึงเกิดความรู้สึกเปรียบเทียบและคำถามจากแพทย์และพยาบาลเวรที่ไม่เข้าข่ายได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม นำไปสู่ความตึงเครียดในองค์กร จนมีแรงกระเพื่อมย้อนกลับมาที่สปสช.และจะนำไปสู่การยุติการสนับสนุนนี้.

นอกจากการใช้เงินแก้ปัญหา หลายโรงพยาบาลพยายามแก้ปัญหาความขาดแคลนกำลังคน ด้วยการผลิตคนเอง โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นเป็นตัวอย่างโรงพยาบาลที่ประสบความสำเร็จระดับหนึ่งในการผลิต แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินโดยร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขณะนี้มีแพทย์สำเร็จหลักสูตรนี้แล้ว 2 คนและช่วยแบ่งเบาภาระได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญคือ มีแนวโน้มที่แพทย์ 2 คนนี้จะอยู่กับองค์กรในระยะยาว.

มีข้อสังเกตจากหลายท่านในที่ประชุมว่า แพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลศูนย์ผลิตเองมีแนวโน้มเช่นนี้มากกว่าแพทย์เฉพาะทางที่ผลิตจากที่อื่น ด้วยความเชื่อนี้ จึงมีความร่วมมือในลักษณะเดียวกันในการผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาอื่น เช่น อายุรศาสตร์ อนุสาขา ทางอายุรศาสตร์ ซึ่งราชวิทยาลัยอายุรแพทย์เห็นความ สำคัญและอนุมัติหลักสูตรความร่วมมือนี้จนเริ่มดำเนินการมาแล้วหลายปี.

ถ้าความตระหนักรู้ คือ จุดตั้งต้นสำคัญของการพัฒนา (แก้ปัญหา) เวทีเสวนานี้สอนผมว่า ความรู้เฉพาะตัว (tacit knowledge) และความรู้เชิงประจักษ์ (explicit knowledge) ล้วนมีคุณค่าในการสร้างความตระหนักรู้ เช่นเดียวกันเมื่อความรู้เหล่านี้ได้แพร่สะพัดออกไปในลักษณะสื่อสารสองทางโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งในแวดวงของผู้คนที่ถึงพร้อมด้วยอิทธิบาท 4 พลังความรู้จะเพิ่มพูนอย่างสุดประมาณ ในยุคแห่งอินเทอร์เน็ต บางครั้งความเร็วในการแปลงความรู้เฉพาะตัวเป็น ความรู้เชิงประจักษ์เป็นเงื่อนไขตัดสินความแตกต่างในระดับการพัฒนาระหว่างหมู่ชน สังคมและประชาชาติ.

การผงาดขึ้นเป็นว่าที่อภิมหาอำนาจของจีนและอินเดียในศตวรรษที่ 21 น่าจะสะท้อนให้เห็นพลังของวัฒนธรรมอ่านเขียนที่สะสมมาช้านานในสังคมทั้ง 2 ประเทศนี้ เช่นเดียวกับอภิมหาอำนาจในอดีตและในปัจจุบันล้วนมีจุดแข็งทางวัฒนธรรมด้านการอ่านเขียน เพราะการอ่านเขียนเป็นการถอดรหัสความรู้เฉพาะตัวแล้วเข้ารหัสเป็นความรู้เชิงประจักษ์ที่สามารถสื่อสารได้กว้างขวางรวดเร็วในทุกยุคสมัยตามลักษณะของสื่อที่เป็นโครงสร้างหลักในยุคนั้นๆ.

นี่แหละคือความเชื่อพื้นฐานประการหนึ่งอัน เป็นที่มาของเวทีเสวนา "เจียระไน trauma care" แล้วถูกถอดรหัสเป็นปัจฉิมพากย์ฉบับนี้เพียงเท่านี้ สวัสดีครับ.
 

ป้ายคำ:
  • คุยสุขภาพ
  • ปัจฉิมพากย์
  • อ่าน 2,146 ครั้ง
  • พิมพ์หน้านี้พิมพ์หน้านี้

ข้อมูลสื่อ

282-012
วารสารคลินิก 282
มิถุนายน 2551
ปัจฉิมพากย์
Skip to Top

บทความสุขภาพน่ารู้

  • ทั้งหมด
  • การแพทย์ทางเลือก
    • แพทย์แผนไทย
      • กดจุด
      • นวดไทย
    • แพทย์แผนจีน
  • ดูแลสุขภาพ
    • การดูแลผู้สูงอายุ
    • การปฐมพยาบาล
    • การรักษาเบื้องต้น
    • การใช้ยาสมุนไพร
    • คู่มือดูแลสุขภาพ
    • ยาและวิธีใช้
    • ตรวจสุขภาพด้วยตัวเอง
      • คำนวณค่า BMI
      • วินิจฉัยโรคเบื้องต้น
      • แนะนำการตรวจสุขภาพประจำปี
    • คุยสุขภาพ
      • กรณีศึกษา
      • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
  • สุขภาพทางเพศและครอบครัว
    • การดูแลบุตร
    • แม่และเด็ก
    • การตั้งครรภ์
    • เรียนรู้เรื่องเพศและการวางแผนครอบครัว
  • สร้างเสริมสุขภาพ 3 อ. ​และป้องกันโรค
    • อาหาร
      • อาหาร 5 หมู่
      • อาหารของผู้่ป่วยโรคเรื้อรัง
        • ความดันสูง
        • หัวใจ
        • เกาต์
        • เบาหวาน
      • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
      • อาหารป้องกันมะเร็ง
      • อาหารสมุนไพร
    • ออกกำลังกาย
      • วิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ แอร์โรบิค แอร์โรบอคซิ่ง รำกระบอง ไทเก็ก ชี่กง โยคะ
    • อารมณ์
      • การทำสมาธิ
      • การพักผ่อน
      • การพัฒนา EQ
      • จิตอาสา/ ฉือจี้
  • พฤติกรรมอันตราย
    • พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ
    • อนามัยสิ่งแวดล้อม
    • อิริยาบถ
  • โรคและอาการ
    • โรคเรื้อรัง
      • กลุ่มอาการเมตาโบลิค
      • ความดันโลหิตสูง
      • ถุงลมปอดโป่งพอง
      • มะเร็ง
      • อัมพฤกษ์ อัมพาต
      • เบาหวาน
      • โรคข้อ/เกาต์
      • โรคทางจิตเวช เครียด หวาดระแวง
      • โรคหวัด ภูมิแพ้
      • โรคหัวใจ
      • โรคหืด
      • ไขมันในเลือดสูง/ผิดปกติ
      • ไตวาย
    • โรคตามระบบ
      • ระบบทางเดินอาหาร
      • โรคจากอุบัติเหตุ สารพิษ และสัตว์พิษ
      • โรคช่องปากและฟัน
      • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
      • โรคติดเชื้อ
      • โรคผิวหนัง
      • โรคพยาธิ
      • โรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
      • โรคระบบต่อมไร้ท่อ
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศชาย
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศหญิง
      • โรคระบบทางเดินปัสสาวะ
      • โรคระบบทางเดินหายใจ
      • โรคระบบประสาทและสมอง
      • โรคระบบไหลเวียนโลหิต
      • โรคหู ตา คอ จมูก
    • โรคจากการทำงาน
      • พิษภัยจากสารเคมี (ยาฆ่าเมลง/ สารตะกั่ว)
      • โรคจากฝุ่นและสารเคมีในโรงงาน
      • โรคจากสัตว์ เช่น ฉี่หนู
      • โรคจากอริยาบทที่ผิดสุขลักษณะ
      • โรคเส้นเอ็นอักเสบ/ นิ้วล็อค
  • ทันกระแสสุขภาพ
  • คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์
  • อื่น ๆ

ได้รับความนิยม

  • นม
  • ถั่วพู
  • คนท้อง
  • ธาลัสซีเมีย
  • ผู้สูงอายุ
  • ผักพื้นบ้าน
  • สมุนไพร

แผนผังเว็บไซต์

  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ

รวมลิงค์เครือข่าย

  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สถาบันโยคะวิชาการ

สื่อสุขภาพ

  • คลิปสุขภาพ
  • หมอชาวบ้านรายเดือน
  • คลินิกรายเดือน
  • จดหมายข่าวย้อนหลัง
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • twitter หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)< และสถาบัน ChangeFusion< พัฒนาระบบโดย Opendream< สัญญาอนุญาต cc by-nc-sa <