Skip to main content
ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน
menu

Login Pop

  • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
search
  • เว็บหลักหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ
หน้าแรก » บทความสุขภาพน่ารู้ » เพิ่มพลังแห่งการสื่อสาร (2) Increasing Power of Communication
  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

เพิ่มพลังแห่งการสื่อสาร (2) Increasing Power of Communication

โพสโดย Anonymous เมื่อ 1 ธันวาคม 2551 00:00

ในโลกยุคดิจิทัลที่วิทยาการก้าวหน้าไปมาก การติดต่อสื่อสารของผู้คนยุคปัจจุบัน มักจะผ่านทางระบบไร้สายและคอมพิวเตอร์ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่อบุคคลจึงดูเหมือนจะมีลดความสำคัญลงไปทุกขณะ.

หากเวชปฏิบัตินั้นคือศิลปะชั้นสูงที่แพทย์และบุคลากรจะต้องประมวลเอาวิชาความรู้มาใช้ร่วมกับทักษะในการดูแลคนไข้ การสื่อสารระหว่างแพทย์และคนไข้จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่ผ่านมาการเรียนการสอนในระบบแพทยศาสตร์ศึกษา มีจำนวนหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารระหว่างบุคคลค่อนข้างน้อย เมื่อนักศึกษาแพทย์จบออกไปปฏิบัติงานหลายครั้งจึงมีความลำบากใจในการสื่อสารกับคนไข้ โดยเฉพาะในรายที่มีความซับซ้อน.

ดังที่ได้กล่าวถึงในบทความฉบับที่ผ่านมาว่าการสื่อสารเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้สัมพันธภาพของแพทย์และคนไข้เป็นไปด้วยดี รวมถึงสามารถลดข้อขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ ลดข้อร้องเรียนและสามารถลดการฟ้องร้องแพทย์ลงได้อีกด้วย.

แพทย์หลายท่านอาจคิดว่าการสื่อสารเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่เห็นต้องเรียนรู้ เราทุกคนสามารถสื่อสารกับคนไข้ได้อยู่แล้ว ขอเรียนว่าใช่ครับ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด.

การสื่อสารเป็นทักษะที่ต้องเรียนรู้และมีการฝึกฝน การอ่านเนื้อหาหรือฟังบรรยายเพียงอย่างเดียวนั้นไม่พอ หากมีโอกาสแพทย์และบุคลากรควรจะทบทวนและฝึกฝนวิธีการสื่อสารกับคนไข้อยู่เสมอ.
ปิยวาจาคลินิกฉบับนี้จะมาช่วยท่านทบทวน เรื่องราวความรู้เกี่ยวกับทักษะการสื่อสาร (commu-nication skill) กันต่อจากฉบับที่แล้วครับ.

นอกจากทักษะพื้นฐานที่เราได้คุยกันไป สิ่งสำคัญที่คุณหมอควรนึกเอาไว้เสมอ เวลาที่เรามีการสื่อสารกับคนไข้นั่นก็คือ คุณหมอจะต้องมีการปรับเปลี่ยนตนเองด้วยในหลายๆมิติ ดังต่อไปนี้1

- การเลือกและตัดสินใจในการรักษา :
ในอดีตที่ผ่านมาหรือแม้แต่ในปัจจุบัน คุณหมอหลายๆ ท่าน เมื่อตรวจรักษาคนไข้เสร็จเรียบร้อย ก็จะแจ้ง ให้คนไข้ทราบเลยว่าจะต้องรักษาอย่างไร เช่น
คุณอรชรมีอาการจุกแน่นท้องใต้ชายโครงขวา ร้าวไปถึงแถวบริเวณลิ้นปี่ เป็นๆ หายๆ มานาน ไม่มีอาการอะไรรุนแรงมาก เพียงแต่รำคาญ ก็เลยมาตรวจร่างกาย หลังจากตรวจอัลตราซาวนด์เรียบร้อย คุณหมอเขมชาติก็แจ้งผลให้คนไข้ทราบว่า
คุณหมอเขมชาติ : จากผลการตรวจอัลตราซาวนด์ หมอพบมีนิ่วในถุงน้ำดี แบบนี้ควรจะต้องผ่าตัดนะครับ หมอขอนัดเลยก็แล้วกัน คุณอรชรสะดวกจะมานอนโรงพยาบาล และทำการผ่าตัดวันไหนดีครับ
เมื่ออ่านมาถึงตอนนี้ ผมมีคำถามว่าคุณหมอเขมชาติดูแลคนไข้มีอะไรบกพร่องหรือไม่ คำตอบ ก็คือ คุณหมอดูแลคนไข้ได้ดี ไม่มีอะไรบกพร่องครับ แต่คุณหมออาจจะลืมไปว่าคนไข้ไม่ใช่ข้อสอบที่จะต้องตอบว่านิ่วในถุงน้ำดีต้องรักษาอย่างไร.

คุณอรชรและ/หรือคนไข้อื่นๆ ควรจะได้รับสิทธิ์ในการรับรู้เรื่องโรคและทางเลือกในการรักษามากกว่านี้ จะดีกว่าไหมครับหากคุณหมอเขมชาติจะลองเปลี่ยนบทสนทนากับคุณอรชรเสียใหม่เป็นแบบนี้.

คุณหมอเขมชาติ : จากผลการตรวจอัลตราซาวนด์ หมอพบมีนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ในคนปกติทั่วไป คนไข้บางคนอาจมีนิ่วอยู่ในถุงน้ำดีโดยไม่มีอาการอะไรเลยจนตลอดชีวิต แต่คนไข้บางคนอาจจะมีอาการปวดท้อง เกิดมีถุงน้ำดีอักเสบได้ (ให้ความรู้เรื่องโรค). การรักษามี 2 แนวทางคือ ผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออก หรืออาจจะปล่อยเอาไว้แบบนี้ แล้วคอยสังเกตอาการตนเอง หากมีอาการปวดท้องมากๆ บ่อยๆ ก็ค่อยมาพบแพทย์ได้ครับ (ให้ผู้ป่วยมีส่วนในการตัดสินใจเลือกการรักษา).

- การถามทวนและเปิดโอกาส : นอกจากให้รายละเอียดเรื่องโรค ให้ทางเลือกในการรักษา ให้โอกาสคนไข้ร่วมตัดสินใจ คุณหมอต้องไม่ลืมเปิดโอกาสให้คนไข้ได้ถามคำถามต่างๆที่เขายังสงสัยอยู่ด้วยนะครับ ในกรณีศึกษาข้างต้น หากคุณหมอเขมชาติมัวแต่อธิบายนั่นนี่ไปเรื่อยๆ โดยไม่เปิดโอกาส ให้คุณอรชรได้ถามกลับ คุณหมออาจจะพลาดอะไรบางอย่างไปก็ได้ เช่น
คุณหมอเขมชาติ : ตกลงที่หมออธิบายมานั้น คุณอรชรมีอะไรที่อยากจะถามหมอไหมครับ
คุณอรชร : เอ้อ...(ท่าทางเหมือนไม่แน่ใจ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจถามคุณหมอในที่สุด)...แบบว่าถุงน้ำดีนี่คืออะไร อยู่ที่ไหนเหรอคะ?

- ความคาดหวังของคนไข้ :
คุณหมอต้องไม่ลืมประเมินกับความคาดหวังของไข้ต่อการรักษาและบริการทางการแพทย์เสมอครับ ในกรณีเดิม คุณหมอเขมชาติควรจะถามคุณอรชรต่อไปว่า เธอคาดหวังกับการรักษาในครั้งนี้อย่างไรบ้าง
คุณหมอเขมชาติ : คุณอรชรคิดอย่างไร กับการผ่าตัดถุงน้ำดีครับ
คุณอรชร : ดิฉันขายขนมหวานในตลาดค่ะ ถ้าเป็นไปได้คุณหมอช่วยให้ฉันได้กลับไปทำงานเร็วๆได้ไหม เพราะหยุดงานนานหลายวัน ที่บ้านอาจจะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายของลูกได้ ดิฉันมีลูกห้าคน วัยกำลังกินกำลังนอนทั้งนั้นเลยค่ะ

ความคาดหวังของคุณอรชรก็คือ คุณหมอจะผ่าตัดก็ได้ แต่ขอให้เลือกวิธีที่เธอจะกลับไปทำงานได้เร็วที่สุด เป็นต้น การประเมินความคาดหวังของ คนไข้ จะช่วยให้คุณหมอวางแผนการรักษาได้ดีขึ้นครับ

- ใช้ตัวช่วยอื่นๆ หากต้องการจะให้ความรู้เรื่องสุขภาพแก่คนไข้ในเวลาจำกัด : ในบางสถานการณ์ คุณหมออาจมีคนไข้จำนวนมาก หรือมีเวลาคุยกับคนไข้จำกัด การจะให้สุขศึกษาหรืออธิบายรายละเอียดเรื่องโรคหรือการดูแลสุขภาพแก่คนไข้ อาจทำได้ลำบาก ในกรณีเช่นนี้คุณหมออาจจำเป็นต้องมีตัวช่วยครับ ตัวช่วยที่ดีที่สุดได้แก่
1. แผ่นพับ-เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด คนไข้สามารถนำกลับไปอ่านที่บ้านและมีคำถามมาถาม คุณหมอในครั้งต่อไป.
2. สื่อสุขศึกษาอื่นๆ เช่น วิดีโอเทป, หนังสือ, โปสเตอร์, บทความในนิตยสารหรือหนังสือ เป็นต้น.
3. พยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ เมื่อได้รับการฝึกฝนเทคนิคการให้สุขศึกษา ก็จะสามารถช่วยคุณหมอให้อธิบายคนไข้ได้ดีครับ.
4. สื่อคอมพิวเตอร์ เช่น เว็บไซต์ทางการแพทย์ เป็นต้น ข้อดีคือ คุณหมอสามารถเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลให้เป็นปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว. แต่ข้อเสียก็คือ การเข้าถึงข้อมูลของคนไข้ คนที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ อาจจะเข้าถึงข้อมูลในระบบได้ลำบาก. ข้อเสียประการถัดมาก็คือความน่าเชื่อถือของข้อมูล เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีเว็บไซต์เกี่ยวกับการแพทย์เป็นจำนวนมากหลายๆเว็บไซต์อาจจะให้ข้อมูลที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน ทำให้คนไข้เกิดความเข้าใจผิดได้

- การนัดหมาย : การนัดหมายคนไข้ให้มาติดตามการรักษา อาจจะดูไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับการสื่อสารระหว่างแพทย์กับคนไข้นัก แต่วิจัยทางการแพทย์หลายฉบับแสดงให้เห็นว่า การนัดหมายติดตาม การรักษา เป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำเสมอ เพราะจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความพึงพอใจให้กับคนไข้ครับ.2

- การติดตามเยี่ยมบ้าน : การเยี่ยมบ้านหรือ home visit อาจมีความสำคัญในคนไข้บางรายครับ การเยี่ยมบ้านเป็นสิ่งที่ดี อาจจะใช้เวลามากสักนิด แต่จะทำให้คุณหมอเข้าใจความรู้สึกนึกคิด ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไข้มากขึ้น รวมถึงช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างคุณหมอกับคนไข้ให้ดีขึ้นอีกด้วย.

ในกรณีที่คุณหมอมีภาระมาก อาจสร้างทีมเยี่ยมบ้านขึ้นมา และให้ทีมลงเยี่ยมบ้าน นำข้อมูลกลับมาพูดคุยเพื่อวางแผนการรักษาต่อไปครับ.

ก่อนจะจากกันไปในฉบับนี้ ผมมีกลอนมาฝากเป็นข้อคิดเตือนใจถึงเรื่องคำพูดของมนุษย์เราและการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นครับ
 

"ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์                   มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
ถ้าพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร                 จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา"

จากนิราศภูเขาทอง-สุนทรภู่

เอกสารอ้างอิง
1. Stiles WB, Putnam SM, Wolf MH, James SA. Verbal response mode profiles of patients and physicians in medical screening interviews. J Med Educ 2004; 54:81-9.
2. Kaplan SH, Greenfield S, Gandek B, et al. Cha-racteristics of physicians with participatory decision-making styles. Ann Intern Med 1996; 124:497-504.

พงศกร จินดาวัฒนะ พ.บ.
ว.ว. (เวชปฏิบัติทั่วไป)
อ.ว. (เวชศาสตร์ครอบครัว)
ศูนย์สุขภาพชุมชน 1
กลุ่มงานเวชกรรมสังคม
โรงพยาบาลราชบุรี

 

ป้ายคำ:
  • คุยสุขภาพ
  • ปิยวาจาทางคลินิก
  • นพ.พงศกร จินดาวัฒนะ
  • อ่าน 4,868 ครั้ง
  • พิมพ์หน้านี้พิมพ์หน้านี้

ข้อมูลสื่อ

288-015
วารสารคลินิก 288
ธันวาคม 2551
ปิยวาจาทางคลินิก
นพ.พงศกร จินดาวัฒนะ
Skip to Top

บทความสุขภาพน่ารู้

  • ทั้งหมด
  • การแพทย์ทางเลือก
    • แพทย์แผนไทย
      • กดจุด
      • นวดไทย
    • แพทย์แผนจีน
  • ดูแลสุขภาพ
    • การดูแลผู้สูงอายุ
    • การปฐมพยาบาล
    • การรักษาเบื้องต้น
    • การใช้ยาสมุนไพร
    • คู่มือดูแลสุขภาพ
    • ยาและวิธีใช้
    • ตรวจสุขภาพด้วยตัวเอง
      • คำนวณค่า BMI
      • วินิจฉัยโรคเบื้องต้น
      • แนะนำการตรวจสุขภาพประจำปี
    • คุยสุขภาพ
      • กรณีศึกษา
      • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
  • สุขภาพทางเพศและครอบครัว
    • การดูแลบุตร
    • แม่และเด็ก
    • การตั้งครรภ์
    • เรียนรู้เรื่องเพศและการวางแผนครอบครัว
  • สร้างเสริมสุขภาพ 3 อ. ​และป้องกันโรค
    • อาหาร
      • อาหาร 5 หมู่
      • อาหารของผู้่ป่วยโรคเรื้อรัง
        • ความดันสูง
        • หัวใจ
        • เกาต์
        • เบาหวาน
      • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
      • อาหารป้องกันมะเร็ง
      • อาหารสมุนไพร
    • ออกกำลังกาย
      • วิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ แอร์โรบิค แอร์โรบอคซิ่ง รำกระบอง ไทเก็ก ชี่กง โยคะ
    • อารมณ์
      • การทำสมาธิ
      • การพักผ่อน
      • การพัฒนา EQ
      • จิตอาสา/ ฉือจี้
  • พฤติกรรมอันตราย
    • พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ
    • อนามัยสิ่งแวดล้อม
    • อิริยาบถ
  • โรคและอาการ
    • โรคเรื้อรัง
      • กลุ่มอาการเมตาโบลิค
      • ความดันโลหิตสูง
      • ถุงลมปอดโป่งพอง
      • มะเร็ง
      • อัมพฤกษ์ อัมพาต
      • เบาหวาน
      • โรคข้อ/เกาต์
      • โรคทางจิตเวช เครียด หวาดระแวง
      • โรคหวัด ภูมิแพ้
      • โรคหัวใจ
      • โรคหืด
      • ไขมันในเลือดสูง/ผิดปกติ
      • ไตวาย
    • โรคตามระบบ
      • ระบบทางเดินอาหาร
      • โรคจากอุบัติเหตุ สารพิษ และสัตว์พิษ
      • โรคช่องปากและฟัน
      • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
      • โรคติดเชื้อ
      • โรคผิวหนัง
      • โรคพยาธิ
      • โรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
      • โรคระบบต่อมไร้ท่อ
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศชาย
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศหญิง
      • โรคระบบทางเดินปัสสาวะ
      • โรคระบบทางเดินหายใจ
      • โรคระบบประสาทและสมอง
      • โรคระบบไหลเวียนโลหิต
      • โรคหู ตา คอ จมูก
    • โรคจากการทำงาน
      • พิษภัยจากสารเคมี (ยาฆ่าเมลง/ สารตะกั่ว)
      • โรคจากฝุ่นและสารเคมีในโรงงาน
      • โรคจากสัตว์ เช่น ฉี่หนู
      • โรคจากอริยาบทที่ผิดสุขลักษณะ
      • โรคเส้นเอ็นอักเสบ/ นิ้วล็อค
  • ทันกระแสสุขภาพ
  • คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์
  • อื่น ๆ

ได้รับความนิยม

  • นม
  • ถั่วพู
  • คนท้อง
  • ธาลัสซีเมีย
  • ผู้สูงอายุ
  • ผักพื้นบ้าน
  • สมุนไพร

แผนผังเว็บไซต์

  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ

รวมลิงค์เครือข่าย

  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สถาบันโยคะวิชาการ

สื่อสุขภาพ

  • คลิปสุขภาพ
  • หมอชาวบ้านรายเดือน
  • คลินิกรายเดือน
  • จดหมายข่าวย้อนหลัง
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • twitter หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)< และสถาบัน ChangeFusion< พัฒนาระบบโดย Opendream< สัญญาอนุญาต cc by-nc-sa <