Skip to main content
ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน
menu

Login Pop

  • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
search
  • เว็บหลักหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ
หน้าแรก » บทความสุขภาพน่ารู้ » สนทนาปัญหาทางเพศกับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (Sex talk with the chronically ill patient)
  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

สนทนาปัญหาทางเพศกับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (Sex talk with the chronically ill patient)

โพสโดย Anonymous เมื่อ 1 ธันวาคม 2550 00:00

ผู้ป่วยในเวชปฏิบัติทั่วไปมักมาตรวจด้วยอาการที่หลากหลาย ทั้งที่เป็นปัญหาแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ปัญหาสุขภาพทางเพศก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญและพบบ่อย เพียงแต่...

.... ผู้ป่วย อยากถาม แต่ ไม่กล้าพูด
... แพทย์ ไม่อยากถาม และไม่รู้จะพูดอะไรหากถูกถาม

ผู้ป่วยมักไม่ได้มาปรึกษาปัญหาสุขภาพทางเพศเป็นอาการสำคัญ แต่จะเลียบๆเคียงๆถามหลังจากคุ้นเคยกับหมอสักพัก หรือลักษณะที่พบบ่อยกว่า คือ นำเสนอด้วยอาการป่วยเรื้อรังบางอย่างที่หาสาเหตุไม่พบมาเป็นเวลานาน บางรายมาตรวจสุขภาพประจำปีแล้วแอบคาดหวังว่าหมอจะค้นหาความผิดปกติหรือถามเรื่องเพศบ้าง.

นอกจากนี้กลุ่มผู้ป่วยขาประจำที่เป็นโรคเรื้อรัง ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่แพทย์มักจะละเลยรายละเอียดความเจ็บป่วยอื่นๆในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะรายที่ไม่มีอาการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แพทย์มักจะซักประวัติแบบข้ามๆไป และไม่สนใจซักถามสารทุกข์สุขดิบเรื่องอื่นอีก โดยเฉพาะเรื่องเพศสัมพันธ์.

ทำไมประเด็นเรื่องเพศจึงถูกหลีกเลี่ยงในเวชปฏิบัติ
ปัจจัยด้านผู้ป่วย1

1. ถือว่าประเด็นทางเพศเป็นเรื่องน่าอาย เรื่องส่วนตัว ไม่ควรพูดจาเปิดเผยในที่สาธารณะ จึงไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นคำถามอย่างไร.
2. รู้สึกเกรงใจเวลาพบแพทย์อายุน้อยเกินกว่าจะปรึกษาได้.
3. เห็นว่าบุคลิกลักษณะของแพทย์บางคน ไม่เปิดโอกาสให้ซักถาม.
4. เห็นว่าเวลาในการตรวจรักษาแต่ละครั้งไม่เพียงพอให้ถาม.
5. คิดว่าแพทย์ไม่สามารถรักษาปัญหาเหล่านี้ได้.

ปัจจัยด้านแพทย์2
1. ไม่แน่ใจว่าจะตอบคำถามผู้ป่วยได้ เนื่องจากไม่รู้ ไม่ได้เรียนมามากเพียงพอ.
2. กลัวใช้คำถามไม่เหมาะสมและอาจทำให้ผู้ป่วยโกรธที่ถูกซักถามเรื่องส่วนตัว.
3. เกรงใจ เนื่องจากมีช่องว่างระหว่างวัยของผู้ป่วยและแพทย์.
4. มีอคติต่อพฤติกรรมทางเพศบางประเภท เช่น รักเพศเดียวกัน (Homosexual) ผู้ชายที่มีภรรยาน้อย จึงไม่อยากถามเรื่องปัญหาทางเพศ.
5. ไม่ตระหนักว่าคนทั่วไปมีปัญหาทางเพศได้บ่อย แต่เป็นปัญหาที่พูดไม่ออก บอกไม่ได้ จึงคิดว่า ผู้ป่วยคงเล่าออกมาเองหากมีปัญหาเหมือนปัญหาสุขภาพอื่นๆ.

ความสำคัญของการสนทนาเรื่องเพศในเวชปฏิบัติ
1. เป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย แต่มักถูกซ่อนเร้นในการซักประวัติทั่วไป.
2. ใช้ประเมินและคัดกรองการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะเชื้อเอดส์ที่แพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง.
3. มักมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการที่ไม่รู้สาเหตุ เช่น ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ตกขาว คัน แสบร้อน ที่ตรวจร่างกายหรือตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วไม่พบความผิดปกติ.
4. เพื่อติดตามเฝ้าระวังผลข้างเคียงจากยารักษาโรคเรื้อรังที่ใช้บ่อยในเวชปฏิบัติ เช่น ยารักษาความดันโลหิตสูง ยาต้านเศร้า.
5. มีผลกระทบต่อสุขภาพด้านอื่นๆและความสุขในการใช้ชีวิตประจำวัน.

กรณีศึกษา
ผู้ป่วยหญิงอายุ 45 ปี มาติดตามการรักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษได้ 1 ปีกว่า ควบคุมอาการได้ดี มีแผน จะยุติการรักษาในอีก 6 เดือนข้างหน้า มาติดตามการรักษาครั้งนี้ไม่มีอาการผิดปกติ หลังจากแพทย์ตรวจร่างกายในระบบที่เกี่ยวข้องแล้ว กำลังเขียนใบสั่งยาแบบเดิมให้ไปกินต่อเนื่อง ผู้ป่วยปรึกษาเรื่องต่อไปนี้

ผู้ป่วย : "หมอคะ พี่อยากตรวจภายในด้วย รู้สึกช่วงนี้มีตกขาว"Ž
แพทย์พลิกดูประวัติเก่าพบว่าผู้ป่วยเพิ่งตรวจภายใน และตรวจหามะเร็งปากมดลูกไปเมื่อ 3 เดือนก่อน ผลตรวจเป็นปกติดี แพทย์จึงซักประวัติเพิ่มเติม
แพทย์ : "มีอาการมากี่วันแล้วคะ แล้วตกขาวมีลักษณะอย่างไร คันหรือเปล่า"Ž
ผู้ป่วย : "เป็นมาหลายเดือนแล้วค่ะ ตกขาว เล็กน้อย พอติดกางเกงใน สีขาวใส ไม่คันค่ะ ประจำเดือนมาตรงตามปกติดี"Ž
แพทย์ : "แล้วมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วยไหมคะ"Ž

ผู้ป่วยทำท่าคิดอยู่พักหนึ่ง "ก็ปวดด้วยมังคะแต่ไม่มาก เจ็บแปลบๆ เสียวๆที่ท้องน้อย ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง คุณหมอช่วยตรวจภายในให้หน่อยนะคะ อยากตรวจซ้ำอีกสักที"
Ž
หลังจากแพทย์ตรวจภายในแล้วไม่พบความผิดปกติ ตกขาวที่เกิดขึ้นมีลักษณะปกติดี อาการปวดท้องไม่จำเพาะเจาะจงที่ใดที่หนึ่ง แพทย์จึงแจ้งผลปกติให้ผู้ป่วยทราบ
ผู้ป่วย : "แล้วอย่างนี้ ที่แฟนพี่ไม่แข็งเนี่ย เป็นเพราะอะไรคะ เพราะว่าภายในพี่ก็ปกติดี"Ž
แพทย์ : "ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ ว่าเกิดอะไรขึ้น"
Ž
ผู้ป่วยจึงเล่าว่า สามีอายุ 45 ปี ป่วยเป็น เบาหวานมา 5 ปี รักษาอยู่กับแพทย์อีกท่านหนึ่ง ทุกวันนี้ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้เลย เพราะอวัยวะเพศสามีไม่แข็งตัว. ผู้ป่วยรู้สึกเบื่อหน่ายเพราะตนเองยังมีความต้องการทางเพศอยู่ สงสารสามีที่ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้เหมือนเดิม. เมื่อเดือนก่อนสามีได้ลอง ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลอยู่ประจำ แต่กลับถูกแพทย์ปฏิเสธ ความช่วยเหลือและบอกให้ "ทำใจ" ป่วยเป็นโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน อย่ามัวแต่คิดเรื่องแบบนี้ เดี๋ยวหมกมุ่นมากเกินไป ผู้ป่วยจึงคิดอยากจะให้สามีเปลี่ยนแพทย์ เพราะได้ยินข่าวว่าปัจจุบันมียารักษาได้.

วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น
ผู้ป่วยรายนี้มีความกังวลใจในปัญหาสุขภาพทางเพศที่เกิดขึ้นกับตนเองและสามี คิดว่าตนเองมีส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้น จึงมาปรึกษาแพทย์ด้วยอาการบางอย่างที่ผู้ป่วยคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้อง โดยปัญหาสุขภาพทางเพศนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ผู้ป่วยไม่ได้นำปัญหามาปรึกษาแพทย์โดยตรง อาจเป็นเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นถามอย่างไร บวกกับได้รับประสบการณ์ของสามีที่ถูกปฏิเสธความช่วยเหลือจากแพทย์ ผู้ป่วยจึงใช้ความเจ็บป่วยทางร่างกายเพื่อนำมาสู่การปรึกษาแพทย์.

ตัวแพทย์เองเห็นว่าเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (ไทรอยด์) ที่มีอาการผิดปกติเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอาการ(ตกขาว) จึงซักประวัติแยกส่วนกันโดยไม่ได้เอะใจถามถึงปัญหาด้านอื่นๆร่วมด้วย ทั้งๆที่เห็นว่าผู้ป่วยเพิ่งได้รับการตรวจภายในเมื่อไม่นานมานี้ แพทย์ยังตรวจภายในซ้ำให้ใหม่อีก จนกระทั่งผู้ป่วยพยายามถามคำถามเรื่องเพศขึ้นมาเองในที่สุด.

หากแพทย์มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้ป่วย หรือมองว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ควรให้ความสำคัญ ผู้ป่วยก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลือที่ถูกต้อง ต้องเสาะแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาด้วยตนเองและอาจเกิดผลเสียตามมาได้ ฉะนั้นหากแพทย์ให้ความสนใจซักถามถึงปัญหาเหล่านี้ก็จะสามารถให้การช่วยเหลือผู้ป่วยได้

แนวทางการสนทนาเรื่องเพศในเวชปฏิบัติ

1. ตระหนักว่าเพศสัมพันธ์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและสุขภาพของบุคคลทั่วไป ไม่ใช่เป็นเรื่องของคนเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะอาการ.

2. ชวนคุยเมื่อมีโอกาส โดยอาจขออนุญาตถามเรื่องส่วนตัว เพื่อเตือนให้เขารู้ว่าหมอกำลังจะถามเรื่อง สำคัญ. อย่างไรก็ตามหากหมอหาโอกาสถามได้เหมาะสม ก็สามารถพูดคุยต่อบทสนทนาได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เช่นผู้ป่วยรายนี้ หมออาจเอะใจที่ผู้ป่วยขอตรวจภายในซ้ำซาก จึงอาจถามประเมินว่า "พี่กลัวจะเป็นอะไรหรือเปล่าคะที่มีตกขาวแบบนั้น" "อาการตกขาวนี่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ของพี่ไหมคะ".

3. ใช้คำที่มีความหมายตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย และสุภาพ "มีเพศสัมพันธ์" แทนคำแสลงว่า "ยุ่งกัน"Ž"นอนกัน"  "อย่างว่า".

4. เกริ่นนำว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย ไม่ทราบว่าผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ เช่น "โดยทั่วไปผู้ชายที่เป็นเบาหวานมาหลายปีอาจมีปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวช้าเวลามีเพศสัมพันธ์ คุณมีปัญหาเหล่านั้นหรือไม่" "โดยทั่วไปผู้หญิงมักมีปัญหาไม่ถึงจุดสุดยอดหรือถึงจุดสุดยอดช้ากว่าผู้ชายเวลามีเพศสัมพันธ์ คุณมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่" เป็นต้น.

5. ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว มีห้องให้คำปรึกษาที่เป็นสัดส่วน การสนทนาควรเป็นความลับ ระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์ หรือคนที่ผู้ป่วยต้องการให้อยู่ด้วย.

6. ควรถามเรื่องละเอียดอ่อน (เช่น การให้อธิบายรายละเอียดพฤติกรรมขณะมีเพศสัมพันธ์) ภายหลังคำถามทางเพศทั่วไป.

7. แพทย์ต้องเปิดใจกว้างต่อพฤติกรรมทางเพศที่หลากหลาย ไม่แสดงความคิดเห็นส่วนตัวหรือตัดสิน ว่าสิ่งไหนถูกหรือผิด ให้คำอธิบายตามหลักความเป็นจริง หรือเสนอแนะแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน.

8. ฟังอย่างตั้งใจถึงปัญหาทางเพศที่เกิดขึ้น ทั้งความกังวลใจ ความไม่มั่นใจต่างๆของผู้ป่วย.

9. แสดงความเห็นอกเห็นใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น พยายามสร้างทัศนคติในแง่ดีให้เห็นว่าปัญหาทางเพศส่วนใหญ่มีวิธีแก้ไขได้.

บทสรุป

การให้ความช่วยเหลือต่อปัญหาสุขภาพทางเพศ เป็นหน้าที่ของแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปที่จะช่วยให้ผู้ป่วย มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาสุขภาพอีกมิติหนึ่งที่ถูกปกปิดไว้ และมักเป็นปัญหาที่มีผลกระทบอย่างสูงต่อสุขภาวะของผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่แพทย์มักจะละเลยรายละเอียดอื่นที่นอกเหนือจากโรคเรื้อรังที่มาติดตามการรักษา. แพทย์จึงควรฝึกสนทนาปัญหาทางเพศกับผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้บ่อยขึ้น เมื่อลองถามดูก็จะรู้เองว่าจะคุยต่ออย่างไร เมื่อนั้นการสนทนาปัญหาทางเพศในผู้ป่วยโรคเรื้อรังก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับแพทย์อีกต่อไป ทั้งยังสามารถช่วยแก้ไขหรือป้องกันปัญหาชีวิตคู่ของผู้ป่วยไปด้วยในเวลาเดียวกัน.

เอกสารอ้างอิง
1. Alfredo Nicolosi DBG, Sae C Kim, Ken Marumo and Edward O Laumann. Sexual behaviour and dysfunction and help-seeking patterns in adults aged 40-80 years in the urban population of Asian countries. BJU International. 2004;95:609-14.
2. Maurice WL. Sexual Medicine in Primary Care. 1st ed. Missouri : Mosby, 1999.

ปณิธี พูนเพชรรัตน์ พ.บ., ว.ว.(เวชศาสตร์ครอบครัว) อาจารย์
สายพิณ หัตถีรัตน์ พ.บ., ว.ว.(เวชปฏิบัติทั่วไป), อ.ว.(เวชศาสตร์ครอบครัว) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ป้ายคำ:
  • กรณีศึกษา
  • คู่มือหมอครอบครัว
  • ผศ.พญ.สายพิณ หัตถีรัตน์
  • พญ.ปณิธี พูนเพชรรัตน์
  • อ่าน 9,029 ครั้ง
  • พิมพ์หน้านี้พิมพ์หน้านี้

ข้อมูลสื่อ

276-010
วารสารคลินิก 276
ธันวาคม 2550
คู่มือหมอครอบครัว
ผศ.พญ.สายพิณ หัตถีรัตน์, พญ.ปณิธี พูนเพชรรัตน์
Skip to Top

บทความสุขภาพน่ารู้

  • ทั้งหมด
  • การแพทย์ทางเลือก
    • แพทย์แผนไทย
      • กดจุด
      • นวดไทย
    • แพทย์แผนจีน
  • ดูแลสุขภาพ
    • การดูแลผู้สูงอายุ
    • การปฐมพยาบาล
    • การรักษาเบื้องต้น
    • การใช้ยาสมุนไพร
    • คู่มือดูแลสุขภาพ
    • ยาและวิธีใช้
    • ตรวจสุขภาพด้วยตัวเอง
      • คำนวณค่า BMI
      • วินิจฉัยโรคเบื้องต้น
      • แนะนำการตรวจสุขภาพประจำปี
    • คุยสุขภาพ
      • กรณีศึกษา
      • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
  • สุขภาพทางเพศและครอบครัว
    • การดูแลบุตร
    • แม่และเด็ก
    • การตั้งครรภ์
    • เรียนรู้เรื่องเพศและการวางแผนครอบครัว
  • สร้างเสริมสุขภาพ 3 อ. ​และป้องกันโรค
    • อาหาร
      • อาหาร 5 หมู่
      • อาหารของผู้่ป่วยโรคเรื้อรัง
        • ความดันสูง
        • หัวใจ
        • เกาต์
        • เบาหวาน
      • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
      • อาหารป้องกันมะเร็ง
      • อาหารสมุนไพร
    • ออกกำลังกาย
      • วิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ แอร์โรบิค แอร์โรบอคซิ่ง รำกระบอง ไทเก็ก ชี่กง โยคะ
    • อารมณ์
      • การทำสมาธิ
      • การพักผ่อน
      • การพัฒนา EQ
      • จิตอาสา/ ฉือจี้
  • พฤติกรรมอันตราย
    • พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ
    • อนามัยสิ่งแวดล้อม
    • อิริยาบถ
  • โรคและอาการ
    • โรคเรื้อรัง
      • กลุ่มอาการเมตาโบลิค
      • ความดันโลหิตสูง
      • ถุงลมปอดโป่งพอง
      • มะเร็ง
      • อัมพฤกษ์ อัมพาต
      • เบาหวาน
      • โรคข้อ/เกาต์
      • โรคทางจิตเวช เครียด หวาดระแวง
      • โรคหวัด ภูมิแพ้
      • โรคหัวใจ
      • โรคหืด
      • ไขมันในเลือดสูง/ผิดปกติ
      • ไตวาย
    • โรคตามระบบ
      • ระบบทางเดินอาหาร
      • โรคจากอุบัติเหตุ สารพิษ และสัตว์พิษ
      • โรคช่องปากและฟัน
      • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
      • โรคติดเชื้อ
      • โรคผิวหนัง
      • โรคพยาธิ
      • โรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
      • โรคระบบต่อมไร้ท่อ
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศชาย
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศหญิง
      • โรคระบบทางเดินปัสสาวะ
      • โรคระบบทางเดินหายใจ
      • โรคระบบประสาทและสมอง
      • โรคระบบไหลเวียนโลหิต
      • โรคหู ตา คอ จมูก
    • โรคจากการทำงาน
      • พิษภัยจากสารเคมี (ยาฆ่าเมลง/ สารตะกั่ว)
      • โรคจากฝุ่นและสารเคมีในโรงงาน
      • โรคจากสัตว์ เช่น ฉี่หนู
      • โรคจากอริยาบทที่ผิดสุขลักษณะ
      • โรคเส้นเอ็นอักเสบ/ นิ้วล็อค
  • ทันกระแสสุขภาพ
  • คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์
  • อื่น ๆ

ได้รับความนิยม

  • นม
  • ถั่วพู
  • คนท้อง
  • ธาลัสซีเมีย
  • ผู้สูงอายุ
  • ผักพื้นบ้าน
  • สมุนไพร

แผนผังเว็บไซต์

  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ

รวมลิงค์เครือข่าย

  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สถาบันโยคะวิชาการ

สื่อสุขภาพ

  • คลิปสุขภาพ
  • หมอชาวบ้านรายเดือน
  • คลินิกรายเดือน
  • จดหมายข่าวย้อนหลัง
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • twitter หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)< และสถาบัน ChangeFusion< พัฒนาระบบโดย Opendream< สัญญาอนุญาต cc by-nc-sa <