Skip to main content
ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน
menu

Login Pop

  • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
search
  • เว็บหลักหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ
หน้าแรก » บทความสุขภาพน่ารู้ » แสงสว่างปลายอุโมงค์
  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

แสงสว่างปลายอุโมงค์

โพสโดย Anonymous เมื่อ 1 ธันวาคม 2550 00:00

ทุกๆปี พวกเราที่เป็นเจ้าของรถมีหน้าที่จ่ายเบี้ยประกัน ตามข้อบังคับในพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เม็ดเงินที่รวบรวมได้โดยบริษัทประกันวินาศภัยแต่ละปีเพิ่มจาก 6,465 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2542 เป็น 8,579 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2548 พวกเรายอมจ่ายเบี้ยประกันนี้ เพราะถูกบังคับตามกฎหมายซึ่งอ้างเหตุว่า บริษัทประกันวินาศภัยเหล่านั้นจะนำเงินนี้ไปจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยความเสียหายแก่ผู้ประสบภัยจากรถ เพื่อที่พวกเขาจะได้รับการรักษาพยาบาลทันท่วงที โรงพยาบาลก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีหนี้สูญจากการให้บริการ ผู้ประสบภัยจากรถก็จะได้ไม่ต้องเดือดร้อน เพราะทดรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเอง อีกทั้งยังจะได้รับการชดเชยความเสียหายจากการทุพพลภาพหรือเสียชีวิต.

ความจริงที่ปรากฏคือ วันนี้สถิติจากการเฝ้าระวังการบาดเจ็บของกระทรวงสาธารณสุขระหว่าง ปี พ.ศ. 2542-2548 แสดงว่าผู้ประสบภัยจากรถไม่ถึง 1/5 ที่ได้รับการคุ้มครองตามที่พ.ร.บ.ฉบับนี้คาดหวัง. ตรงกันข้ามผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 63) ยังต้องทดรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเอง ที่เหลือเลือกที่จะใช้สิทธิอื่นๆ เช่น บัตรทอง สวัสดิการข้าราชการ เป็นต้น. อันหมายถึงการผลักภาระคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถในส่วนค่ารักษาพยาบาลไปให้กองทุนตามสิทธิอื่นๆนั่นเอง.

ที่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเงินเบี้ยประกันที่พวกเราเจ้าของรถถูกบังคับให้จ่ายมีจำนวนไม่เพียงพอ. ตรงกันข้ามตลอดเวลา 7 ปีดังกล่าว บริษัทประกันวินาศภัยกลับมีเงินเบี้ยประกันสะสมตามอำนาจแห่งพ.ร.บ.ฉบับนี้มากถึงเกือบ 5 พันล้านบาท. ทุก 100 บาทของเงินค่าเบี้ยประกันที่เก็บได้จ่ายออกไป เพียง 45.9 บาทในปี พ.ศ. 2549.1 นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์สัดส่วนค่าบริหารจัดการเงินก้อนมหึมานี้กลับพบว่าอยู่ระหว่างร้อยละ 35-41 ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยในปี พ.ศ. 2548 สัดส่วนค่าบริหารจัดการเท่ากับร้อยละ 35.2

แล้วในประเทศอื่นค่าบริหารจัดการทำนองเดียวกันเป็นเท่าใด เท่าที่ทราบในประเทศสหราชอาณาจักรค่าบริหารจัดการเพื่อจ่ายค่าชดเชยให้ผู้ประสบภัยและสถานพยาบาลเท่ากับร้อยละ 1!!!3 ถ้าสมมติว่าค่าจัดเก็บเบี้ยประกันรวมค่านายหน้าที่สูงถึงร้อยละ 18 ของเบี้ยประกันภัยอย่างกรณีของ ไทย ก็อนุมานได้ว่าสัดส่วนค่าบริหารจัดการโดยรวมของระบบนี้ในสหราชอาณาจักรย่อมต่ำกว่าของบริษัทประกันวินาศภัยไทยเกือบเท่าตัว.

จึงกล่าวได้ว่าระบบประกันภัยภาคบังคับตามพ.ร.บ.ฉบับนี้มีปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนแรก (เก็บเบี้ยประกันภัย) ไปจนถึงขั้นตอนสุดท้าย (จ่ายเบี้ยประกันภัย). ตลอดระยะเวลา 15 ปี นับแต่พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้เมื่อปี พ.ศ. 2535 ด้วยเหตุนี้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข โดยสำนักกรรมาธิการ 3 จึงยกร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถภาคบังคับ พ.ศ....ฉบับใหม่ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา โดยให้ยกเลิกฉบับปัจจุบัน (พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถภาคบังคับ พ.ศ. 2535).

ข้อเสนอสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ ได้แก่

1. ให้กรมการขนส่งทางบกจัดเก็บเบี้ยประกันภัยพร้อมการต่อทะเบียนรถหรือจดทะเบียนใหม่ โดยมีค่าใช้จ่ายไม่เกินร้อยละ 1 ของเบี้ยประกันภัย.

2. ให้กรมบัญชีกลาง จัดการกองทุนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถภาคบังคับ เพื่อจ่ายค่าชดเชยความเสียหายแก่ผู้ประสบภัย และจ่ายค่ารักษาพยาบาลแก่สถานพยาบาล โดยมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไม่เกินร้อยละ 5 ของเบี้ยประกันภัย.

3. กำหนดให้กองทุนฯ นำเงินส่วนเกินไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ทำประกันภัยหรือลดเบี้ยประกันภัยหรือนำเงินส่งเข้าภาครัฐเป็นรายได้แผ่นดิน.

การเปลี่ยนแปลงตามข้อเสนอดังกล่าวคาดว่าจะก่อประโยชน์แตกต่างจากปัจจุบันดังนี้

1. เม็ดเงินที่จะจ่ายค่าชดเชยและค่ารักษาพยาบาล จะเพิ่มสัดส่วนขึ้นจากร้อยละ 39 เป็นร้อยละ 66-77.

2. ความยุ่งยาก ล่าช้าในการจ่ายค่าชดเชย และค่ารักษาพยาบาลจะหมดไป เพราะกรมบัญชีกลางเข้ามาจัดการเพียงหน่วยเดียว (ปัจจุบันกรมบัญชีกลางจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้สถานพยาบาลในส่วนของสวัสดิการข้าราชการ) จึงสามารถกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติที่เป็นเอกภาพ แทนที่จะปล่อยให้บริษัทประกันวินาศภัยต่างกำหนดเงื่อนไขการจ่ายของแต่ละบริษัทเอาเองในปัจจุบัน.

หากเป็นได้ดังนี้ ผู้ประสบภัยฯ ก็จะไม่ต้องทดรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล และการผลักภาระค่ารักษาพยาบาลให้กองทุนตามสิทธิอื่นก็หมดไป.

ขอให้พวกเราช่วยกันเชียร์ดังๆให้กฎหมายใหม่ฉบับนี้คลอดออกมาสมดังเจตนารมณ์ของ คณะกรรมาธิการสาธารณสุขชุดนี้นะครับ.
 

ป้ายคำ:
  • คุยสุขภาพ
  • อื่น ๆ
  • ปัจฉิมพากย์
  • อ่าน 1 ครั้ง
  • พิมพ์หน้านี้พิมพ์หน้านี้

ข้อมูลสื่อ

276-022
วารสารคลินิก 276
ธันวาคม 2550
ปัจฉิมพากย์
Skip to Top

บทความสุขภาพน่ารู้

  • ทั้งหมด
  • การแพทย์ทางเลือก
    • แพทย์แผนไทย
      • กดจุด
      • นวดไทย
    • แพทย์แผนจีน
  • ดูแลสุขภาพ
    • การดูแลผู้สูงอายุ
    • การปฐมพยาบาล
    • การรักษาเบื้องต้น
    • การใช้ยาสมุนไพร
    • คู่มือดูแลสุขภาพ
    • ยาและวิธีใช้
    • ตรวจสุขภาพด้วยตัวเอง
      • คำนวณค่า BMI
      • วินิจฉัยโรคเบื้องต้น
      • แนะนำการตรวจสุขภาพประจำปี
    • คุยสุขภาพ
      • กรณีศึกษา
      • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
  • สุขภาพทางเพศและครอบครัว
    • การดูแลบุตร
    • แม่และเด็ก
    • การตั้งครรภ์
    • เรียนรู้เรื่องเพศและการวางแผนครอบครัว
  • สร้างเสริมสุขภาพ 3 อ. ​และป้องกันโรค
    • อาหาร
      • อาหาร 5 หมู่
      • อาหารของผู้่ป่วยโรคเรื้อรัง
        • ความดันสูง
        • หัวใจ
        • เกาต์
        • เบาหวาน
      • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
      • อาหารป้องกันมะเร็ง
      • อาหารสมุนไพร
    • ออกกำลังกาย
      • วิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ แอร์โรบิค แอร์โรบอคซิ่ง รำกระบอง ไทเก็ก ชี่กง โยคะ
    • อารมณ์
      • การทำสมาธิ
      • การพักผ่อน
      • การพัฒนา EQ
      • จิตอาสา/ ฉือจี้
  • พฤติกรรมอันตราย
    • พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ
    • อนามัยสิ่งแวดล้อม
    • อิริยาบถ
  • โรคและอาการ
    • โรคเรื้อรัง
      • กลุ่มอาการเมตาโบลิค
      • ความดันโลหิตสูง
      • ถุงลมปอดโป่งพอง
      • มะเร็ง
      • อัมพฤกษ์ อัมพาต
      • เบาหวาน
      • โรคข้อ/เกาต์
      • โรคทางจิตเวช เครียด หวาดระแวง
      • โรคหวัด ภูมิแพ้
      • โรคหัวใจ
      • โรคหืด
      • ไขมันในเลือดสูง/ผิดปกติ
      • ไตวาย
    • โรคตามระบบ
      • ระบบทางเดินอาหาร
      • โรคจากอุบัติเหตุ สารพิษ และสัตว์พิษ
      • โรคช่องปากและฟัน
      • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
      • โรคติดเชื้อ
      • โรคผิวหนัง
      • โรคพยาธิ
      • โรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
      • โรคระบบต่อมไร้ท่อ
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศชาย
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศหญิง
      • โรคระบบทางเดินปัสสาวะ
      • โรคระบบทางเดินหายใจ
      • โรคระบบประสาทและสมอง
      • โรคระบบไหลเวียนโลหิต
      • โรคหู ตา คอ จมูก
    • โรคจากการทำงาน
      • พิษภัยจากสารเคมี (ยาฆ่าเมลง/ สารตะกั่ว)
      • โรคจากฝุ่นและสารเคมีในโรงงาน
      • โรคจากสัตว์ เช่น ฉี่หนู
      • โรคจากอริยาบทที่ผิดสุขลักษณะ
      • โรคเส้นเอ็นอักเสบ/ นิ้วล็อค
  • ทันกระแสสุขภาพ
  • คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์
  • อื่น ๆ

ได้รับความนิยม

  • นม
  • ถั่วพู
  • คนท้อง
  • ธาลัสซีเมีย
  • ผู้สูงอายุ
  • ผักพื้นบ้าน
  • สมุนไพร

แผนผังเว็บไซต์

  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ

รวมลิงค์เครือข่าย

  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สถาบันโยคะวิชาการ

สื่อสุขภาพ

  • คลิปสุขภาพ
  • หมอชาวบ้านรายเดือน
  • คลินิกรายเดือน
  • จดหมายข่าวย้อนหลัง
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • twitter หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)< และสถาบัน ChangeFusion< พัฒนาระบบโดย Opendream< สัญญาอนุญาต cc by-nc-sa <