• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ปัญหาเรื่องยา

“ทุกอย่างย่อมมีทั้งด้านดีและด้านเสีย การทำความเข้าใจทั้งสองด้านย่อมทำให้สามารถแก้ไขและป้องกันเหตุการณ์ต่างๆ ได้ทันท่วงที

ยาก็เช่นเดียวกัน หากเรารู้แต่ด้านดีโดยไม่รู้ด้านเสีย(ด้านอันตราย) ย่อมเกิดโทษมากกว่าคุณ
หากท่านผู้อ่านต้องการถามปัญหาเรื่องยาผ่านคอลัมน์นี้ โปรดวงเล็บมุมซอง "108 ปัญหายา" ทางนิตยสารจะทยอยนำคำตอบข้อสงสัยของท่านลงตีพิมพ์ในหน้านี้"


ฝ้าเกิดจากอะไร และยารักษาฝ้าที่ขายในท้องตลาดใช้ได้ผลจริงหรือ
ฝ้าเกิดจากสาเหตุหลายประการ คือ
1. แสงแดด รังสีอุลตร้าไวโอเล็ต ในแสงแดดจะกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังบริเวณใบหน้าสร้างสีขึ้นมาเป็นรอยฝ้า ดังนั้นคนที่ถูกแสงแดดบ่อยๆ จะเป็นฝ้าได้มากกว่า
2. ฮอร์โมนเพศ ความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศมีส่วนช่วยในการเร่งให้เกิดฝ้า เช่น ในหญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิด หรือในหญิงที่มีครรภ์จะมีโอกาสเป็นฝ้ามากขึ้น
3. กรรมพันธุ์ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดฝ้า

ยารักษาฝ้าที่ขายในท้องตลาดนั้น ไม่สามารถรักษาฝ้าให้หายขาดได้ จึงไม่ควรหลงเชื่อโฆษณา ยารักษาฝ้าทุกชนิดเพียงแต่ทำให้รอยฝ้าจางได้ชั่วคราวเท่านั้น เมื่อหยุดใช้ยาแล้วถ้ายังไม่หลีกเลี่ยงต้นเหตุก็จะกลับเป็นฝ้าได้อีก เนื่องจากยารักษาฝ้าหลายชนิดมีส่วนผสมของสารปรอท ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการแพ้ขึ้นได้ บางชนิดก็มีส่วนผสมของเรติโนอิค แอซิค และฮัยโดรควิโนน ซึ่งอาจทำให้ผิวหน้าลอกและแดงได้ บางคนนำยาทาจำพวกสเตียรอยด์มาใช้รักษาฝ้า ซึ่งอาจมีผลเสียคือ ทำให้เกิดสิวที่ยากแก่การรักษา และเมื่อใช้นานๆ ก็อาจทำให้ผิวหนังเหี่ยวและเป็นลายได้

ดังนั้น คนเป็นฝ้าจึงควรหลีกเลี่ยงจากแสงแดดจัดๆ ส่วนหญิงที่จำเป็นต้องกินยาคุมกำเนิดก็ควรจะเปลี่ยนยาคุมกำเนิดเป็นชนิดที่มีฮอร์โมนเพศต่ำลง หากหลีกเลี่ยงจากต้นเหตุต่างๆ แล้ว ยังเป็นฝ้าอยู่อีก ก็ควรให้แพทย์โรคผิวหนังเป็นผู้รักษา อย่าหลงเชื่อโฆษณาที่หลอกลงกันอย่างมากมายในขณะนี้

ผมต้องทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร เวลาเป็นหวัดกินยาแล้วง่วงทุกที จะทำอย่างไรดีครับ
ยาแก้หวัดเกือบทุกชนิดมีส่วนผสมของยาแก้แพ้ ซึ่งมีฤทธิ์ข้างเคียงทำให้ง่วง แม้แต่ยาแก้แพ้ที่อ้างว่าไม่ทำให้ง่วงนอนก็อาจทำให้ง่วงนอนได้ในบางคน ดังนั้น เมื่อต้องทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร, ขับรถ, หรือต้องทำงานในที่สูงจึงไม่ควรกินยาแก้หวัด แม้ว่าจะลดขนาดที่กินหรือใช้ยาที่ไม่ง่วงก็ตาม เพราะอาจทำให้มีอาการซึม การติดสินใจช้าลง อาจทำให้พลาดพลั้งได้ในยามที่ต้องระมัดระวังตัวอยู่เสมอ ถ้าหากอาการหวัดก่อให้เกิดความรำคาญมากในขณะทำงาน ก็อาจใช้ยาพ่นหรือยาหยอดจมูกเพื่อลดน้ำมูก หรือลดอาการคัดจมูกได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ควรใช้บ่อยครั้งเกินไป เพราะอาจทำให้ระคายเคืองเยื่อจมูกหรือทำให้คัดจมูกและมีน้ำมูกมากยิ่งขึ้นได้

ดิฉันอมยาอมแก้เจ็บคอบางชนิด ถ้าอมเป็นประจำโดยไม่มีอาการเจ็บคอแต่อย่างใด จะมีผลเสียหรือไม่
ปกติในร่างกายของคนเราจะมีทั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์และเป็นเชื้อโรคคอยควบคุมกันอยู่ การอมยาแก้เจ็บคอโดยไม่จำเป็น นอกจากจะเสียเงินโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังเป็นผลเสียคือไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นผลให้เชื้อราเจริญเติบโตขึ้นมา ทำให้ลิ้นเป็นฝ้าขาว ต้องมารักษากันอีก