Skip to main content
ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน
menu

Login Pop

  • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
search
  • เว็บหลักหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ
หน้าแรก » บทความสุขภาพน่ารู้ » ปัญหาผมร่วง
  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ปัญหาผมร่วง

โพสโดย somsak เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2549 00:00

ถาม   :  อยากเรียนถามเรื่องปัญหาผมร่วง เกิดจากสาเหตุใดและมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง.


                                                                                                                                            หมอใหม่

 

ตอบ   :   ธรรมชาติของเส้นผมจะมีการหลุดร่วงทุกวัน ประมาณวันละ 50-100 เส้น และจะงอกใหม่ได้ประมาณ 1/2 นิ้ว ใน 1 เดือน ถ้าผมร่วงแล้วไม่งอกหรือร่วงมากกว่าปกติ ก็อาจมีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้านได้. สาเหตุของผมร่วงมีได้หลายอย่าง โดย มากมักเกิดจากพันธุกรรม นอกจากนี้อาจเกิดจาก โรคผิวหนังบางชนิด เช่น เชื้อราที่หนังศีรษะ. การใช้ยาบางอย่าง เช่น ยาเคมีบำบัด ความเครียด การที่ร่างกายได้รับสารอาหารจำพวกโปรตีนไม่เพียงพอ การทำสีผมและการเป่าผมมากเกินไปก็จะทำให้ผมขาดง่าย แม้แต่นิสัยชอบดึงผมก็ทำให้ศีรษะล้านได้.


ปัญหาผมร่วงจากพันธุกรรมของเพศชายพบได้มากกว่าเพศหญิง คือประมาณร้อยละ 50 ของผู้ชายที่อายุ 50 ปี ผมจะเริ่มบางได้ตั้งแต่พ้นวัยรุ่น  ไปแล้ว. สาเหตุเกิดจากฮอร์โมนที่เซลล์รากผมที่ชื่อ DHT (dihydrotestosterone) โดยฮอร์โมนนี้จะทำให้ผมที่เคยใหญ่และยาวมีขนาดเล็กและสั้นลง พบที่ด้านหน้าของศีรษะมากกว่าด้านท้ายทอย จึง  มักจะเห็นว่าผมจะเริ่มบางจากบริเวณหน้าผาก และ มีการร่นของแนวผมทางด้านข้างของหน้าผาก. การยับยั้งการสร้างฮอร์โมน DHT จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ใช้ในการรักษาโรคผมร่วง. ส่วนในเพศหญิงมักจะเริ่มพบว่ามีผมบางในวัยหลังหมดประจำเดือน แต่ด้วย วิธีใดยังไม่ทราบแน่ชัด.


ยาทา minoxidil lotion เป็นยาทาภายนอกที่ได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาให้ใช้ในการรักษาโรคผมร่วงที่เกิดจากพันธุกรรม ใช้ได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง เชื่อว่ายาจะไปขยายหลอดเลือดที่มาเลี้ยงรากผม ทำให้รากผมได้รับสารอาหารมาบำรุงอย่างเพียงพอ. วิธีใช้จะทายาที่หนังศีรษะวันละ 2 ครั้ง ใช้ติดต่อกันนาน  6-8 สัปดาห์จึงจะเริ่มเห็นผล เมื่อทาแล้วต้องทิ้งให้หนังศีรษะแห้ง 15-20 นาที จึงจะใส่เจลแต่งผมได้ และหากหยุดใช้ยาเมื่อใดก็จะกลับมาเป็นแบบเดิม จึงควรตัดสินใจให้ดีก่อนเริ่มใช้ยา. ผู้มีปัญหาเรื่องความดันเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา เนื่องจากยานี้มีฤทธิ์ลดความดันเลือด.


สำหรับ finasteride เป็นยาชนิดกินที่ได้รับ  อนุญาตจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ใช้ในการรักษาโรคผมร่วงที่เกิดจากพันธุกรรม โดยยาจะไปยับยั้งการสร้างฮอร์โมนที่รากผมที่ทำให้เกิดผมร่วง ชื่อ DHT (dihydrotestosterone) ยาชนิดนี้ให้ใช้ในเพศชายเท่านั้น ห้ามใช้ในเพศหญิง เนื่องจากมีรายงานว่าใช้ไม่ได้ผลและทำให้เกิดความผิดปกติในการสร้างอวัยวะเพศชายของทารกได้. ยานี้มีผลข้างเคียงคืออาจทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลงได้ แต่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมเมื่อหยุดยา. ถ้าเริ่มใช้ยานี้ต้องเริ่มตั้งแต่ยังมีผมอยู่ ถ้าศีรษะล้านแล้วจะไม่ได้ผล และหากหยุดยา เมื่อใดผมก็จะกลับมาหลุดร่วงได้เหมือนเดิม ก่อนใช้จึงต้องติดสินใจให้ดีก่อนและควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ขณะใช้ยานี้.

 

นีลกมล ภูมิภมร ภ.บ., เภสัชกรหญิง  สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ พ.บ., น.บ.สาขาวิชาจักษุวิทยา, คณะแพทยศาสตร์ ,มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

ป้ายคำ:
  • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
  • คุยสุขภาพ
  • ถาม-ตอบผ่าน website
  • ภก.นีลกมล ภูมิภมร
  • นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์
  • อ่าน 2,259 ครั้ง
  • พิมพ์หน้านี้พิมพ์หน้านี้
Skip to Top

คำถามสุขภาพ

  • ทั้งหมด
  • การแพทย์ทางเลือก
    • แพทย์แผนไทย
      • กดจุด
      • นวดไทย
    • แพทย์แผนจีน
  • ดูแลสุขภาพ
    • การดูแลผู้สูงอายุ
    • การปฐมพยาบาล
    • การรักษาเบื้องต้น
    • การใช้ยาสมุนไพร
    • คู่มือดูแลสุขภาพ
    • ยาและวิธีใช้
    • ตรวจสุขภาพด้วยตัวเอง
      • คำนวณค่า BMI
      • วินิจฉัยโรคเบื้องต้น
      • แนะนำการตรวจสุขภาพประจำปี
    • คุยสุขภาพ
      • กรณีศึกษา
      • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
  • สุขภาพทางเพศและครอบครัว
    • การดูแลบุตร
    • แม่และเด็ก
    • การตั้งครรภ์
    • เรียนรู้เรื่องเพศและการวางแผนครอบครัว
  • สร้างเสริมสุขภาพ 3 อ. และป้องกันโรค
    • อาหาร
      • อาหาร 5 หมู่
      • อาหารของผู้่ป่วยโรคเรื้อรัง
        • ความดันสูง
        • หัวใจ
        • เกาต์
        • เบาหวาน
      • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
      • อาหารป้องกันมะเร็ง
      • อาหารสมุนไพร
    • ออกกำลังกาย
      • วิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ แอร์โรบิค แอร์โรบอคซิ่ง รำกระบอง ไทเก็ก ชี่กง โยคะ
    • อารมณ์
      • การทำสมาธิ
      • การพักผ่อน
      • การพัฒนา EQ
      • จิตอาสา/ ฉือจี้
  • พฤติกรรมอันตราย
    • พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ
    • อนามัยสิ่งแวดล้อม
    • อิริยาบถ
  • โรคและอาการ
    • โรคเรื้อรัง
      • กลุ่มอาการเมตาโบลิค
      • ความดันโลหิตสูง
      • ถุงลมปอดโป่งพอง
      • มะเร็ง
      • อัมพฤกษ์ อัมพาต
      • เบาหวาน
      • โรคข้อ/เกาต์
      • โรคทางจิตเวช เครียด หวาดระแวง
      • โรคหวัด ภูมิแพ้
      • โรคหัวใจ
      • โรคหืด
      • ไขมันในเลือดสูง/ผิดปกติ
      • ไตวาย
    • โรคตามระบบ
      • ระบบทางเดินอาหาร
      • โรคจากอุบัติเหตุ สารพิษ และสัตว์พิษ
      • โรคช่องปากและฟัน
      • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
      • โรคติดเชื้อ
      • โรคผิวหนัง
      • โรคพยาธิ
      • โรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
      • โรคระบบต่อมไร้ท่อ
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศชาย
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศหญิง
      • โรคระบบทางเดินปัสสาวะ
      • โรคระบบทางเดินหายใจ
      • โรคระบบประสาทและสมอง
      • โรคระบบไหลเวียนโลหิต
      • โรคหู ตา คอ จมูก
    • โรคจากการทำงาน
      • พิษภัยจากสารเคมี (ยาฆ่าเมลง/ สารตะกั่ว)
      • โรคจากฝุ่นและสารเคมีในโรงงาน
      • โรคจากสัตว์ เช่น ฉี่หนู
      • โรคจากอริยาบทที่ผิดสุขลักษณะ
      • โรคเส้นเอ็นอักเสบ/ นิ้วล็อค
  • อื่น ๆ

  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สนับสนุนสื่อสุขภาพออนไลน์หมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • คำแนะนำสำหรับประชาชน เรื่อง โรคจากเชื้อแบคทีเรีย อีโคไลชนิดรุนแรง
  • ผ่าตัดฟรีสำหรับเด็ก ที่เป็นโรคหัวใจ
  • สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย (สพท.)

แผนผังเว็บไซต์

  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ

รวมลิงค์เครือข่าย

  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สถาบันโยคะวิชาการ

สื่อสุขภาพ

  • คลิปสุขภาพ
  • หมอชาวบ้านรายเดือน
  • คลินิกรายเดือน
  • จดหมายข่าวย้อนหลัง
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • twitter หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)< และสถาบัน ChangeFusion< พัฒนาระบบโดย Opendream< สัญญาอนุญาต cc by-nc-sa <