Skip to main content
ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน
menu

Login Pop

  • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
search
  • เว็บหลักหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ
หน้าแรก » บทความสุขภาพน่ารู้ » ภัยพิบัติ (8)
  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ภัยพิบัติ (8)

โพสโดย Anonymous เมื่อ 1 มกราคม 2550 00:00

แผนรับภัยพิบัติของโรงพยาบาล (ต่อ)

8. ระบบการประชาสัมพันธ์และการดูแลสื่อสารมวลชน
ในโลกปัจจุบัน ระบบการประชาสัมพันธ์มีส่วน ช่วยอย่างมากในการลดหรือเพิ่มความยุ่งยากให้แก่โรงพยาบาลและบุคลากร โดยเฉพาะในภาวะภัยพิบัติที่ประชาชน (รวมทั้งบุคลากรในโรงพยาบาลเอง) ต่าง ก็ตื่นกลัวและไม่แน่ใจในความปลอดภัยของตนเองด้วย.

การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างทันท่วงทีและถูกต้อง นอกจากจะช่วยให้การประกาศใช้แผนรับภัยพิบัติแบบต่างๆ ของโรงพยาบาลถูกต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์แล้ว ยังช่วยให้การประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลต่อบุคลากรของตนเอง และต่อประชาชนอื่นๆ ที่สอบถามเข้ามาที่โรงพยาบาลเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสมด้วย.

นอกจากนั้น การประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลผ่านสื่ออื่นๆ เช่น จส. 100 ร่วมด้วยช่วยกัน วิทยุชุมชน ที่สามารถแพร่ข่าวได้ทันท่วงที จะช่วยลดความวิตกกังวลของประชาชนและญาติมิตรของผู้ป่วยลงได้ เพื่อไม่ให้บุคคลเหล่านั้นแห่กันมาที่โรงพยาบาล หรือโทรศัพท์เข้ามาที่โรงพยาบาลจนโทรศัพท์ "ล่ม".

อนึ่ง การแจ้งข่าวรวมทั้งการขอบริจาคเลือด แรงงาน และสิ่งของต่างๆ ผ่านทางสื่อ ก็อาจจะช่วยบรรเทาภาระของโรงพยาบาลในการเผชิญภัยพิบัติได้.

ในภาวะภัยพิบัติที่โรงพยาบาลต้องรับดูแลผู้เจ็บ/ป่วยเป็นจำนวนมาก สื่อสารมวลชนมักจะมาหา/ขอข่าวที่โรงพยาบาลตลอดเวลาหรือไม่เป็นเวลา โรงพยาบาลจำเป็นจะต้องจัดสถานที่ไว้ต้อนรับนักข่าว และจัดบุคลากรพร้อมข้อมูลคอยให้ข่าวและตอบข้อซักถามของนักข่าว ตามเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อความสะดวกของทั้ง 2 ฝ่าย และไม่เป็นภาระแก่โรงพยาบาลมากนัก อีกทั้งยังป้องกันความขัดแย้งอันอาจจะทำให้เกิดการทำข่าวในแง่ลบต่อโรงพยาบาลได้.

9. ระบบการดูแลญาติมิตรของผู้ป่วยหรือผู้สูญหาย
ในภาวะภัยพิบัติ ย่อมมีผู้เจ็บ/ป่วย และ/หรือผู้สูญหายจำนวนมาก ดังนั้น ญาติมิตรของผู้เจ็บ/ ป่วยหรือสูญหาย จะมาเยี่ยม/ตามหาบุคคลเหล่านั้นที่โรงพยาบาล.

โรงพยาบาลจึงจำเป็นต้องจัดสถานที่ไว้ต้อนรับประชาชนที่กำลังตื่นเต้นกังวลกับความเจ็บป่วย/สูญหายของบุคคลอันเป็นที่รักของตน เช่น

(1) การติดตั้งป้ายชื่อผู้เจ็บ/ป่วยขนาดใหญ่ไว้หน้าโรงพยาบาลเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจหาชื่อญาติมิตรของตนได้ง่าย และรู้ว่าเจ็บป่วยรักษาตัวอยู่ที่ตึกใด หรือเก็บไว้ ณ ที่ใด หรือย้ายไปที่ใด โดย มีการเพิ่มหรือปรับเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้ทันสมัยอยู่เสมอ.

(2) การจัดบุคลากรที่ชำนาญในด้านการแนะนำ ปลอบโยน และสามารถลดความตื่นเต้นกังวลของญาติมิตรเหล่านั้นได้ ประจำอยู่ในสถานที่ใกล้ ที่ติดป้ายชื่อนั้น เพื่อให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งวิธีการติดต่อ/ติดตามบุคคลที่สูญหาย เป็นต้น.

(3) การประสานงานกับหน่วยงานที่มีความชำนาญกว่าในการติดต่อ/ติดตามบุคคลที่สูญหายมาประจำอยู่ที่โรงพยาบาล เพื่อช่วยบุคลากรในข้อ (2) ให้ทำหน้าที่ได้ดีขึ้น.

(4) การจัดหาที่นั่ง/ที่พัก น้ำดื่ม ยาดม การปฐมพยาบาล และสิ่งบรรเทาความตื่นเต้นกังวลต่างๆ สำหรับญาติมิตรผู้ป่วย/ผู้สูญหายที่เกิดอาการขึ้น เพื่อบรรเทาอาการเหล่านั้นได้โดยไม่ต้องส่งไปที่ห้องฉุกเฉิน ที่กำลังแออัดด้วยผู้เจ็บ/ป่วยฉุกเฉินอยู่.

(5) การประสานงานกับสถานพยาบาลใกล้เคียง และหน่วยงานอาสาสมัครต่างๆ เพื่อจัดให้มีรายชื่อผู้เจ็บ/ป่วยฉุกเฉินในสถานพยาบาลนั้นๆ หรือที่หน่วยงานอาสาสมัครได้เคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตที่ทราบ และไม่ทราบชื่อไปไว้ยังที่ใดบ้าง ย่อมช่วยลดความโกลาหลอลหม่านของญาติมิตรของผู้เจ็บ/ป่วย หรือของผู้สูญหายลงได้.


10. ระบบการเก็บ/บันทึกข้อมูล การวิเคราะห์ การประเมินผล และการปรับปรุงแผน เพื่อเตรียมรับภัยพิบัติครั้งใหม่ได้ดีขึ้น
ในภาวะภัยพิบัติ ที่มีผู้เจ็บ/ป่วยจำนวนมาก การบันทึกชื่อ อายุ ที่อยู่ โทรศัพท์ ญาติที่ติดต่อได้ และรายละเอียดอื่นๆ ดังในการบันทึกข้อมูลของผู้ป่วยภาวะปกติ ไม่อาจจะทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ หมดสติ หรือเสียชีวิตโดยไม่มีญาติ/ผู้รู้จัก.

ดังนั้น จึงควรมีแบบบันทึกสำหรับผู้ป่วยภัยพิบัติโดยเฉพาะเพื่อช่วยให้การบันทึกมีรายละเอียดที่จำเป็นที่สุดที่พอจะทำได้สำหรับติดตัวไปกับผู้ป่วย (ดูภาพที่ 2 ตัวอย่างบัตรผู้ป่วยฉุกเฉินหมู่ ใน "ภัยพิบัติ ตอนที่ 5" ใน "คลินิก" เดือนตุลาคม 2549).

และมีสมุดบันทึกอีกเล่มหนึ่งบันทึกชื่อผู้ป่วย (หรือถ้าไม่ทราบชื่อ ก็บันทึกเพศ อายุ (ที่อนุมานได้) ลักษณะสำคัญที่เป็นจุดสังเกต) เรียงลำดับตามหมาย เลขผู้ป่วยฉุกเฉินหมู่ (ตั้งแต่เลขที่ 1 เป็นต้นไป ตามลำดับวันและเวลาที่มาถึงโรงพยาบาล) รวมทั้งรายการสิ่งของมีค่าที่ติดมากับผู้ป่วยด้วยถ้าทำได้ (สิ่งของที่ติดตัวผู้ป่วยมา ควรมีการบันทึกรายการ และรวบรวมใส่ถุงที่ผูกปิดปากถุงที่ติดชื่อ/หมายเลขผู้ป่วยฉุกเฉินหมู่ไว้ ณ จุดคัดแยกผู้ป่วยที่โรงพยาบาล).

สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ทราบชื่อ ลักษณะสำคัญที่เป็นจุดสังเกตรวมทั้งสิ่งของที่ติดตัวผู้ป่วยที่เป็นจุดสังเกตได้ ควรจะบันทึกไว้ในสมุดบันทึก เพื่อให้ง่ายต่อการสืบหาญาติและต่อการค้นหาของญาติด้วย (สำเนารายชื่อ และจุดสังเกตของผู้ป่วยที่ไม่ทราบชื่อ จะเป็นสิ่งที่นำไปติด/ถ่ายทอดไว้ที่ป้ายบอกรายชื่อผู้ป่วยที่ หน้าโรงพยาบาลในข้อ 9 (1) เพื่อให้ญาติมิตรของผู้ป่วยติดตามหาได้ง่าย).

การบันทึกข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อผู้ป่วยสามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้ และ/หรือญาติมิตรให้ข้อมูลเพิ่มเติม จะเป็นประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วย หาสาเหตุและกระบวนการในการเกิดภัยพิบัติ จุดแข็ง/จุดอ่อนในกระบวนการให้ความช่วยเหลือและอื่นๆ.

ควรมีการวางแผนการวิเคราะห์หาสถิติต่างๆ นอกจากในด้านของโรคภัยไข้เจ็บและการรักษาพยาบาลแล้ว ยังต้องวางแผนวิเคราะห์หาจุดบกพร่องในแผนเตรียมรับภัยพิบัติของโรงพยาบาล เพื่อการปรับปรุงแผนให้มีประสิทธิภาพ/ประสิทธิผลเพิ่มขึ้น.

แผนเตรียมรับภัยพิบัติของโรงพยาบาลตั้งแต่ข้อ 1 ถึงข้อ 10 ควรได้รับการฝึกซ้อมเป็นประจำ อย่าง น้อยปีละ 2 ครั้ง ทั้งการฝึกซ้อมภายในโรงพยาบาลเอง และการฝึกซ้อมร่วมกับบุคลากรและองค์กรนอกโรงพยาบาล.

การฝึกซ้อมในระยะแรก อาจจะมีการบอกกล่าวและเตรียมการณ์ไว้ก่อน โดยทุกฝ่ายที่จะร่วมฝึกซ้อม รู้ตัวล่วงหน้า เมื่อการฝึกซ้อมในระยะแรก (ซึ่งอาจต้องทำอย่างต่อเนื่องและปรับปรุงกันประมาณ 3-4 ครั้งแล้ว) ควรจะมีการฝึกซ้อมการรับภัยพิบัติโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เพื่อดูความพร้อมต่อการรับมือกับสถานการณ์จริงที่ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน (หรือไม่ทราบล่วงหน้า) และทำการปรับปรุงแผนจนบุคลากรและองค์กรทุกฝ่ายสามารถปฏิบัติตนตามแผนรับภัยพิบัติได้เป็นอย่างดี.

ควรจะตระหนักด้วยว่า แผนรับภัยพิบัติจะสามารถดำเนินการได้ดี และมีประสิทธิภาพเมื่อแผนรับภัยพิบัตินั้น

1. ง่าย : ใช้ภาษาง่ายๆ เป็นสิ่งที่บุคลากรส่วนใหญ่ปฏิบัติอยู่เป็นประจำให้มากที่สุด และสามารถปฏิบัติได้ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า กลางวัน เย็น หรือกลางคืน).

2. ฝึก-สอบ-ปรับ : ผ่านการฝึกซ้อมเป็นประจำ ผ่านการทดสอบและได้รับการปรับปรุงอยู่เสมอให้สามารถดำเนินการได้โดยสะดวกรวดเร็ว และมีอุปสรรค/ความขัดแย้งน้อยที่สุด.

3. ยืดหยุ่น : แผนรับภัยพิบัติควรจะยืดหยุ่นได้ เพราะภาวะภัยพิบัติแต่ละครั้งมักจะต่างกันในด้านลักษณะ ปริมาณ และ/หรือสถานการณ์รอบข้างในขณะนั้น ความสามารถที่จะปรับเปลี่ยนแผนให้ยืดหยุ่นได้กับสภาวการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นและทุกฝ่ายควรจะเข้าใจและยอมรับกันล่วงหน้าว่าอาจเป็นเช่นนั้นได้.

สันต์ หัตถีรัตน์ พ.บ.
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ มหาวิทยาลัยมหิดล

ป้ายคำ:
  • คุยสุขภาพ
  • อื่น ๆ
  • Guideline
  • ศ.นพ.สันต์ หัตถีรัตน์
  • อ่าน 2,159 ครั้ง
  • พิมพ์หน้านี้พิมพ์หน้านี้

ข้อมูลสื่อ

265-013
วารสารคลินิก 265
มกราคม 2550
Guideline
ศ.นพ.สันต์ หัตถีรัตน์
Skip to Top

บทความสุขภาพน่ารู้

  • ทั้งหมด
  • การแพทย์ทางเลือก
    • แพทย์แผนไทย
      • กดจุด
      • นวดไทย
    • แพทย์แผนจีน
  • ดูแลสุขภาพ
    • การดูแลผู้สูงอายุ
    • การปฐมพยาบาล
    • การรักษาเบื้องต้น
    • การใช้ยาสมุนไพร
    • คู่มือดูแลสุขภาพ
    • ยาและวิธีใช้
    • ตรวจสุขภาพด้วยตัวเอง
      • คำนวณค่า BMI
      • วินิจฉัยโรคเบื้องต้น
      • แนะนำการตรวจสุขภาพประจำปี
    • คุยสุขภาพ
      • กรณีศึกษา
      • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
  • สุขภาพทางเพศและครอบครัว
    • การดูแลบุตร
    • แม่และเด็ก
    • การตั้งครรภ์
    • เรียนรู้เรื่องเพศและการวางแผนครอบครัว
  • สร้างเสริมสุขภาพ 3 อ. ​และป้องกันโรค
    • อาหาร
      • อาหาร 5 หมู่
      • อาหารของผู้่ป่วยโรคเรื้อรัง
        • ความดันสูง
        • หัวใจ
        • เกาต์
        • เบาหวาน
      • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
      • อาหารป้องกันมะเร็ง
      • อาหารสมุนไพร
    • ออกกำลังกาย
      • วิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ แอร์โรบิค แอร์โรบอคซิ่ง รำกระบอง ไทเก็ก ชี่กง โยคะ
    • อารมณ์
      • การทำสมาธิ
      • การพักผ่อน
      • การพัฒนา EQ
      • จิตอาสา/ ฉือจี้
  • พฤติกรรมอันตราย
    • พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ
    • อนามัยสิ่งแวดล้อม
    • อิริยาบถ
  • โรคและอาการ
    • โรคเรื้อรัง
      • กลุ่มอาการเมตาโบลิค
      • ความดันโลหิตสูง
      • ถุงลมปอดโป่งพอง
      • มะเร็ง
      • อัมพฤกษ์ อัมพาต
      • เบาหวาน
      • โรคข้อ/เกาต์
      • โรคทางจิตเวช เครียด หวาดระแวง
      • โรคหวัด ภูมิแพ้
      • โรคหัวใจ
      • โรคหืด
      • ไขมันในเลือดสูง/ผิดปกติ
      • ไตวาย
    • โรคตามระบบ
      • ระบบทางเดินอาหาร
      • โรคจากอุบัติเหตุ สารพิษ และสัตว์พิษ
      • โรคช่องปากและฟัน
      • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
      • โรคติดเชื้อ
      • โรคผิวหนัง
      • โรคพยาธิ
      • โรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
      • โรคระบบต่อมไร้ท่อ
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศชาย
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศหญิง
      • โรคระบบทางเดินปัสสาวะ
      • โรคระบบทางเดินหายใจ
      • โรคระบบประสาทและสมอง
      • โรคระบบไหลเวียนโลหิต
      • โรคหู ตา คอ จมูก
    • โรคจากการทำงาน
      • พิษภัยจากสารเคมี (ยาฆ่าเมลง/ สารตะกั่ว)
      • โรคจากฝุ่นและสารเคมีในโรงงาน
      • โรคจากสัตว์ เช่น ฉี่หนู
      • โรคจากอริยาบทที่ผิดสุขลักษณะ
      • โรคเส้นเอ็นอักเสบ/ นิ้วล็อค
  • ทันกระแสสุขภาพ
  • คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์
  • อื่น ๆ

ได้รับความนิยม

  • นม
  • ถั่วพู
  • คนท้อง
  • ธาลัสซีเมีย
  • ผู้สูงอายุ
  • ผักพื้นบ้าน
  • สมุนไพร

แผนผังเว็บไซต์

  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ

รวมลิงค์เครือข่าย

  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สถาบันโยคะวิชาการ

สื่อสุขภาพ

  • คลิปสุขภาพ
  • หมอชาวบ้านรายเดือน
  • คลินิกรายเดือน
  • จดหมายข่าวย้อนหลัง
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • twitter หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)< และสถาบัน ChangeFusion< พัฒนาระบบโดย Opendream< สัญญาอนุญาต cc by-nc-sa <