Skip to main content
ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน
menu

Login Pop

  • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
search
  • เว็บหลักหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ
หน้าแรก » บทความสุขภาพน่ารู้ » ภัยพิบัติ (10)
  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ภัยพิบัติ (10)

โพสโดย Anonymous เมื่อ 1 มีนาคม 2550 00:00

แผนฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ
ในการวางแผนรับภัยพิบัติของโรงพยาบาล นอกจากจะวางแผนรับมือภัยพิบัติที่เกิดขึ้นและวางแผนป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติแล้ว โรงพยาบาลจะต้องวางแผนฟื้นฟูหลังภาวะภัยพิบัติด้วย.

แผนฟื้นฟูหลังภาวะภัยพิบัติ อาจแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ
ก. แผนฟื้นฟูสำหรับโรงพยาบาล เช่น
ก.1 แผนฟื้นฟูบุคลากร โดยเฉพาะบุคลากรที่ได้รับผลกระทบในด้านสุขภาพกายและ/หรือใจ หรือผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ-สังคมที่เปลี่ยนไปเนื่องจากภาวะภัยพิบัตินั้น.

หลายต่อหลายครั้งที่ผู้บริหารโรงพยาบาลมักกังวลกับผู้ป่วยและแผนฟื้นฟูชุมชนร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ จนลืมบุคลากรในโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยพิบัติเช่นเดียวกัน.

การวางแผนฟื้นฟูบุคลากรในโรงพยาบาลไว้ล่วงหน้า และให้มีผู้รับผิดชอบแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่อาจจะต้องถูกเชิญไปประชุมกับหน่วยงานอื่นๆจนแทบไม่มีเวลาอยู่โรงพยาบาล ย่อมเป็น สิ่งจำเป็น และทำให้การช่วยเหลือและฟื้นฟูสุขภาพกาย ใจ และภาวะเศรษฐกิจ-สังคมของบุคลากรในโรงพยาบาลเป็นไปได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากรได้เป็นอย่างดี.

ในอดีต สถาบันการแพทย์หลายแห่ง ได้เน้นระเบียบการฟื้นฟูจิตใจของบุคลากรผู้ให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยภัยพิบัติ (Critical Stress Incident Debriefing หรือ CISD) แต่จากการศึกษาหลายแห่งกลับปรากฏว่า การกระทำแบบ "เถรตรง" และ "เหมาหมู่" เช่นนั้นกลับไม่เป็นผลดี (van Emmerik AA et al. Single session debriefing after psychological trauma : a meta analysis. Lancet 2002;360:766-772).

ดังนั้น แผนการฟื้นฟูบุคลากรในแต่ละสถาบัน คงจะต้องวางแผนให้เหมาะสมกับสภาพของแต่ละบุคคล แต่ละองค์กร ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ในสถาบันนั้นๆ โดยให้บุคลากรทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการวางแผนฟื้นฟูนี้.

ก.2 แผนฟื้นฟูสถานที่ เวชภัณฑ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ในภาวะภัยพิบัติ แม้ว่าภัยพิบัตินั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาลโดยตรง แต่การที่มีผู้ป่วยและประชาชนจำนวนมากเข้ามายังโรงพยาบาลในช่วงเวลาสั้นๆ ย่อมทำให้เกิดความโกลาหล สับสนวุ่นวาย เกิดความเสียหายต่อสถานที่และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ได้ง่าย รวมทั้งเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่ต้องนำไปใช้รักษาพยาบาลผู้ป่วยจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีจำนวนไม่น้อยที่ตกหล่นไปโดยไม่ได้จดบันทึกไว้.

แผนฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ จึงจำเป็นต้องมีการสำรวจความเสียหาย และความสิ้นเปลืองต่างๆ เพื่อการซ่อมแซมบูรณะชดเชย ทดแทน และฟื้นฟูให้เหมือนเดิมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การวางแผนฟื้นฟูไว้ล่วงหน้า โดยกำหนดบุคคลที่จะรับผิดชอบใน แต่ละส่วน และวิธีการที่จะใช้ในแต่ละปัญหา จะช่วยให้การฟื้นฟูสถานที่ เวชภัณฑ์ และเครื่องมือเครื่องใช้หลังภัยพิบัติเป็นไปได้โดยสะดวกและรวดเร็วขึ้น.

ก.3 แผนปรับปรุงแผนรับภัยพิบัติของโรงพยาบาล เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น และได้ผ่านพ้นภัยพิบัติมาได้แล้ว แผนฟื้นฟูสำหรับโรงพยาบาล จะต้องรวมถึงแผนการสำรวจและวิเคราะห์ถึงจุดอ่อนจุดแข็งของแผนรับภัยพิบัติเดิมของโรงพยาบาลเพื่อฟื้นฟูจุดแข็ง และปรับแก้จุดอ่อนให้แผนรับภัยพิบัติใหม่ของโรงพยาบาลมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพิ่มขึ้นด้วย.

การเตรียมแผนปรับปรุงฯ ไว้ล่วงหน้า จะทำให้โรงพยาบาลไม่หลงลืมที่จะสำรวจและประเมินจุดอ่อน-จุดแข็งของแผนรับภัยพิบัติฯ และดำเนินการปรับปรุงแก้ไข ก่อนจะลืมเลือนสิ่งที่เกิดขึ้น.

ข. แผนฟื้นฟูสำหรับชุมชน โรงพยาบาลเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน จึงต้องมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูบูรณะชุมชนหลังภาวะพิบัติ โดยเฉพาะในเรื่องสุขภาพกายและใจ การป้องกันโรคระบาด ภาวะโภชนาการและน้ำสะอาด เป็นต้น.

การส่งหน่วยรักษาพยาบาลเคลื่อนที่เข้าสู่ชุมชนที่ได้รับภัยพิบัติจะช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนและแก่บุคลากรของโรงพยาบาลด้วย.

การให้ข้อมูลข่าวสารทางสื่อสาธารณะ เช่น วิทยุชุมชน หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น วัด โรงเรียน จะช่วยให้ประชาชนรู้จักวิธีป้องกันโรคและวิธีระวังรักษาตนเองได้อย่างง่ายๆ เพื่อให้ฟื้นตัวจากภัยพิบัติเร็วขึ้น และไม่เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ.

แผนฟื้นฟูชุมชนดังกล่าวจะต้องร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ นอกโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน โดยร่วมกันวางแผนไว้ล่วงหน้า และควรมีการฝึกซ้อมกันบ้าง (ส่วนใหญ่จะฝึกซ้อมกันแต่แผนรับภัยพิบัติ ไม่ได้ฝึกซ้อมแผนฟื้นฟูบูรณะหลังภัยพิบัติกันเลย จึงเกิดความสับสน ซ้ำซ้อน ไม่เป็นเอกภาพ ไม่ทั่วถึง และก่อความขัดแย้งได้ง่าย).

แผนฟื้นฟูชุมชน จึงเริ่มต้นตั้งแต่หลังภาวะภัยพิบัติที่ต้องเร่งบรรเทาความเสียหาย ฟื้นฟูสภาพจิตใจและขวัญกำลังใจของชุมชนให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว โดยความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำสะอาด ความปลอดภัย ความรู้สึกว่าไม่ถูกทอดทิ้ง และอื่นๆ เท่าที่จะทำได้ทันทีไปก่อน ในขณะที่วิเคราะห์และประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นและความต้องการที่เร่งด่วนของชุมชนที่ประสบภาวะภัยพิบัติเพื่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ นอกท้องถิ่นของตนให้ตรงกับความต้องการของชุมชนที่ประสบภาวะภัยพิบัติ.

มิฉะนั้น อาจได้รับความช่วยเหลือหรือสิ่งของที่ไม่ตรงกับความต้องการเป็นจำนวนมาก และกลายเป็นการเพิ่มภาระให้แก่ชุมชนที่กำลังประสบภัยพิบัติที่จะต้องหาสถานที่เก็บสิ่งของเหล่านั้น หรือหาทางดัดแปลงสิ่งของเหล่านั้น เพื่อให้นำไปใช้ได้ เช่น กรณีบริจาคโลงศพให้แก่ผู้เสียชีวิตในกรณีคลื่นยักษ์สึนามิที่ภาคใต้ของไทย ซึ่งมีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะบรรจุศพที่ขึ้นอืดและศพของชาวต่างชาติที่มีรูปร่างใหญ่โตกว่าคนไทยได้ เป็นต้น.

หลังจากได้บรรเทาความเสียหายที่เกิดกับทรัพย์สิน และผู้คนในถิ่นภัยพิบัติแล้ว ยังต้องวิเคราะห์ และประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชุมชนและปริมณฑล โดยรอบของชุมชนนั้นจากภาวะภัยพิบัติ เช่น ความแตกแยกในสังคม (จากการแย่งชิงสิ่งของบริจาค แย่งชิงที่ดิน ฯลฯ) การละทิ้งถิ่นฐาน (ไม่สามารถอยู่ในท้องถิ่นนั้นต่อไปจากสาเหตุต่างๆ) อาชญากรรมและการเสพติดที่มักจะเพิ่มขึ้น เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีสาเหตุสำคัญจากสภาพสังคมและจิตใจของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปจากภาวะภัยพิบัติ ซึ่งแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ รวมทั้งพระและผู้นำทางศาสนาต่างๆ จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการลด ผลกระทบเหล่านี้ลงได้ โดยเฉพาะถ้าได้มีการวางแผนร่วมกันไว้ล่วงหน้า.

การร่วมกันสร้างชุมชนให้ฟื้นขึ้นจากภาวะภัยพิบัติ แม้จะไม่ใช่หน้าที่ของแพทย์และพยาบาลโดยตรง แต่ในฐานะที่แพทย์และพยาบาลเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และในหลายท้องถิ่นร่วมเป็นผู้นำของชุมชนด้วย.

การช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้คน และทำให้ขวัญกำลังใจของผู้คนที่ประสบภัยพิบัติกลับคืนสู่สภาพปกติและมุ่งมั่นที่จะร่วมแรงร่วมใจกัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือในการฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของตนเองและเพื่อนบ้าน จะช่วยให้ชุมชนกลับสู่สภาพปกติได้เร็วขึ้น และช่วยหาแนวทางร่วมกันในการป้องกันและลดผลกระทบถ้าเกิดภัยพิบัติซ้ำซ้อนขึ้นมาใหม่ เช่น ฝนตกจนน้ำท่วม/น้ำหลากซ้ำเติมอีกต้องรีบโยกย้ายออกจากพื้นที่ที่อันตรายก่อนขุดร่องน้ำให้น้ำไหลลงแม่น้ำลำคลองได้สะดวก เป็นต้น.

สันต์ หัตถีรัตน์ พ.บ.
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ป้ายคำ:
  • คุยสุขภาพ
  • อื่น ๆ
  • Guideline
  • ศ.นพ.สันต์ หัตถีรัตน์
  • อ่าน 2,574 ครั้ง
  • พิมพ์หน้านี้พิมพ์หน้านี้

ข้อมูลสื่อ

267-020
วารสารคลินิก 267
มีนาคม 2550
Guideline
ศ.นพ.สันต์ หัตถีรัตน์
Skip to Top

บทความสุขภาพน่ารู้

  • ทั้งหมด
  • การแพทย์ทางเลือก
    • แพทย์แผนไทย
      • กดจุด
      • นวดไทย
    • แพทย์แผนจีน
  • ดูแลสุขภาพ
    • การดูแลผู้สูงอายุ
    • การปฐมพยาบาล
    • การรักษาเบื้องต้น
    • การใช้ยาสมุนไพร
    • คู่มือดูแลสุขภาพ
    • ยาและวิธีใช้
    • ตรวจสุขภาพด้วยตัวเอง
      • คำนวณค่า BMI
      • วินิจฉัยโรคเบื้องต้น
      • แนะนำการตรวจสุขภาพประจำปี
    • คุยสุขภาพ
      • กรณีศึกษา
      • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
  • สุขภาพทางเพศและครอบครัว
    • การดูแลบุตร
    • แม่และเด็ก
    • การตั้งครรภ์
    • เรียนรู้เรื่องเพศและการวางแผนครอบครัว
  • สร้างเสริมสุขภาพ 3 อ. ​และป้องกันโรค
    • อาหาร
      • อาหาร 5 หมู่
      • อาหารของผู้่ป่วยโรคเรื้อรัง
        • ความดันสูง
        • หัวใจ
        • เกาต์
        • เบาหวาน
      • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
      • อาหารป้องกันมะเร็ง
      • อาหารสมุนไพร
    • ออกกำลังกาย
      • วิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ แอร์โรบิค แอร์โรบอคซิ่ง รำกระบอง ไทเก็ก ชี่กง โยคะ
    • อารมณ์
      • การทำสมาธิ
      • การพักผ่อน
      • การพัฒนา EQ
      • จิตอาสา/ ฉือจี้
  • พฤติกรรมอันตราย
    • พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ
    • อนามัยสิ่งแวดล้อม
    • อิริยาบถ
  • โรคและอาการ
    • โรคเรื้อรัง
      • กลุ่มอาการเมตาโบลิค
      • ความดันโลหิตสูง
      • ถุงลมปอดโป่งพอง
      • มะเร็ง
      • อัมพฤกษ์ อัมพาต
      • เบาหวาน
      • โรคข้อ/เกาต์
      • โรคทางจิตเวช เครียด หวาดระแวง
      • โรคหวัด ภูมิแพ้
      • โรคหัวใจ
      • โรคหืด
      • ไขมันในเลือดสูง/ผิดปกติ
      • ไตวาย
    • โรคตามระบบ
      • ระบบทางเดินอาหาร
      • โรคจากอุบัติเหตุ สารพิษ และสัตว์พิษ
      • โรคช่องปากและฟัน
      • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
      • โรคติดเชื้อ
      • โรคผิวหนัง
      • โรคพยาธิ
      • โรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
      • โรคระบบต่อมไร้ท่อ
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศชาย
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศหญิง
      • โรคระบบทางเดินปัสสาวะ
      • โรคระบบทางเดินหายใจ
      • โรคระบบประสาทและสมอง
      • โรคระบบไหลเวียนโลหิต
      • โรคหู ตา คอ จมูก
    • โรคจากการทำงาน
      • พิษภัยจากสารเคมี (ยาฆ่าเมลง/ สารตะกั่ว)
      • โรคจากฝุ่นและสารเคมีในโรงงาน
      • โรคจากสัตว์ เช่น ฉี่หนู
      • โรคจากอริยาบทที่ผิดสุขลักษณะ
      • โรคเส้นเอ็นอักเสบ/ นิ้วล็อค
  • ทันกระแสสุขภาพ
  • คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์
  • อื่น ๆ

ได้รับความนิยม

  • นม
  • ถั่วพู
  • คนท้อง
  • ธาลัสซีเมีย
  • ผู้สูงอายุ
  • ผักพื้นบ้าน
  • สมุนไพร

แผนผังเว็บไซต์

  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ

รวมลิงค์เครือข่าย

  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สถาบันโยคะวิชาการ

สื่อสุขภาพ

  • คลิปสุขภาพ
  • หมอชาวบ้านรายเดือน
  • คลินิกรายเดือน
  • จดหมายข่าวย้อนหลัง
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • twitter หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)< และสถาบัน ChangeFusion< พัฒนาระบบโดย Opendream< สัญญาอนุญาต cc by-nc-sa <