Skip to main content
ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน
menu

Login Pop

  • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
search
  • เว็บหลักหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ
หน้าแรก » บทความสุขภาพน่ารู้ » แสงสว่าง ท่ามกลางความหดหู่ ต่อระบบโดยสารสาธารณะ
  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

แสงสว่าง ท่ามกลางความหดหู่ ต่อระบบโดยสารสาธารณะ

โพสโดย Anonymous เมื่อ 1 พฤษภาคม 2550 00:00

ในด้านหนึ่งข่าวน่าสะเทือนขวัญเกี่ยวกับรถเมล์ที่ปรากฏทางสื่อมวลชนต่อเนื่องกันมาในระยะ 2 เดือนมานี้ อาจมีความหมายเฉพาะด้านความปลอดภัย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้เขียนเห็นว่าเป็นอาการของความเสื่อมถอยอย่างต่อเนื่องมาช้านานของระบบขนส่งทางบกทั้งหมด.

ความเสื่อมถอยแสดงอาการในรูปของภาวะจราจรติดขัดที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ การสะสมของมลพิษ (ส่วนใหญ่ของ 4 ใน 5 ชนิดสำคัญมาจากการจราจร1). การสะสมของอุบัติภัยอันน่าสะเทือนใจ ความสิ้นเปลืองพลังงาน ต้นทุนการขนส่งสินค้า (โลจิสติก) ที่สูงเกินจนบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การหดตัวของจำนวนผู้โดยสารระบบขนส่งมวลชนอย่างต่อเนื่อง.

สถิติกรมการขนส่งทางบกแสดงว่า ในภาพรวมของประเทศ จำนวนผู้โดยสารรถเมล์และรถไฟลดลงอย่างต่อเนื่องจากปีละ 1.4 พันล้านคนเมื่อปี พ.ศ. 2536 เหลือ 1.1 พันล้านคน ใน13 ปีต่อมา เช่นเดียวกันตัวเลขของขสมก.แสดงว่า จำนวนผู้โดยสารหดตัวจากวันละเกือบ 4 ล้านคนเมื่อ 13 ปีก่อนเหลือไม่ถึงวันละ 2 ล้านคนในปัจจุบัน.

ขณะที่ระบบโดยสารรถไฟและรถเมล์กำลังเสื่อมถอย ในทางตรงกันข้ามปริมาณรถส่วนตัวกลับเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง โดยหารู้ไม่ว่าการใช้รถส่วนตัวเป็นทางเลือกของการขนส่งทางบกที่ด้อยประสิทธิภาพและปลอดภัยน้อยที่สุด.

ทุกๆ 1 กม. ของการขนส่ง รถบรรทุกปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 599 กรัม หรือ 120 เท่าของรถไฟ 60 เท่าของเรือข้ามฟาก และสิ้นเปลืองน้ำมันเป็น 3.5 เท่าของรถไฟ. รถเก๋งยิ่งสิ้นเปลืองมากขึ้นไปอีกคือ ใช้น้ำมันเป็น 5 เท่าของรถไฟ 3 เท่าของรถเมล์ ในด้านการใช้พื้นที่ รถไฟรางคู่หนึ่งสาย ใช้พื้นที่หน้าตัดเพียง 1 ใน 3 ของถนน 6 เลน แต่รัฐกลับลงทุนสร้างถนนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อแก้ปัญหารถติด ซึ่งไม่มีวันตามทัน.

ทางด้านความปลอดภัย นิตยสารดิอีโคโนมีส ฉบับปลายกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 เผยแพร่ผลการวิจัยเปรียบเทียบสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรพบว่า เมื่อเทียบกับรถไฟ รถจักรยานยนต์มีความเสี่ยงกว่า 100 เท่า รถเก๋งเสี่ยงมากกว่าเกือบ 10 เท่า และรถเมล์เสี่ยงมากกว่า 3 เท่า. ในบทความนั้นยังเปิดเผยว่า รถไฟชินกันเซนของญี่ปุ่นไม่เคยประสบอุบัติเหตุที่มีคนเสียชีวิตแม้แต่ครั้งเดียวหลังจากให้บริการมากเกือบ 30 ปี ขนคนกว่า 100 ล้านเที่ยว นี่คือ ความจริงที่ยืนยันความปลอดภัยสูงสุดของการโดยสารขนส่งระบบราง แต่ตลอด 150 ปีหลังจากในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานรถไฟแก่ประเทศไทย รัฐบาลกลับทอดทิ้งการรถไฟให้ล้าหลังและตกต่ำอย่างที่ทราบกันดี. ทุกๆปี คนเรือนล้านที่ประสงค์จะท่องเที่ยวหรือกลับบ้านเกิดในช่วงเทศกาลปีใหม่ และสงกรานต์จึงไม่มีทางเลือกมากนักนอกจากการพึ่งพารถส่วนตัวเป็นหลัก ซึ่งสะดวกรวดเร็วกว่ารถเมล์และรถไฟ แม้จะปลอดภัยน้อยกว่าก็ตาม.

ข่าวสะเทือนขวัญเกี่ยวกับรถเมล์ทั้งที่ต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานคร คงจะทำให้คนไทยหดหู่สิ้นหวังกับการใช้บริการรถเมล์ แต่ความจริงด้านตรงกันข้ามที่คนไทยไม่ค่อยได้สัมผัสคือ ระบบรถเมล์อัจฉริยะที่กรุงเทพมหานครเคยพยายามนำมาใช้เมื่อสมัยรัฐบาลที่แล้วแต่ติดขัดมากจนยังไม่สำเร็จ แท้ที่จริงเป็นระบบหนึ่งที่ทันสมัยที่สุดในโลกเพราะได้รับการพิสูจน์แล้วว่า1 มีประสิทธิภาพในการขนคนได้ทัดเทียมบีทีเอสหรือรถไฟใต้ดิน แต่ลงทุนน้อยกว่าถึง 10-20 เท่า ผู้เชี่ยวชาญระบบขนส่งรถเมล์2 ค้นพบว่าการออกแบบที่ดีจะทำให้ระบบรถเมล์อัจฉริยะขนคนได้ถึงชั่วโมงละ 25,000-30,000 คนต่อทิศทาง และมีความสะดวกสบายเพียงพอที่จะดึงดูดคนชั้นกลางในเมืองให้หันมาใช้บริการแทนการใช้รถส่วนตัว ระบบนี้เกิดขึ้นนานมาแล้วในหลายประเทศย่านอเมริกาใต้ เช่น บราซิล โคลัมเบีย ขณะนี้รัฐบาลท้องถิ่นใน หลายมณฑลของจีน ก็กำลังวางแผนนำระบบเช่นนี้มาใช้.

ตัวอย่างรถไฟชินกันเซนก็ดี ระบบรถเมล์อัจฉริยะก็ดี น่าจะเป็นประทีปส่องทางให้เห็นความหวังที่จะยกระดับขีดความสามารถของระบบขนส่งทางบกทั้งประเทศไปสู่สถานภาพใหม่ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งด้าน ความสะดวกปลอดภัย การประหยัดพลังงาน และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ถ้าเรามีแผนยกเครื่องระบบการขนส่งทางบกที่เอาความรู้และประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นที่ตั้ง. โปรดสังเกตว่า ประเทศที่เป็นยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก ได้แก่ ญี่ปุ่น ยุโรปตะวันตก และสหรัฐอเมริกาล้วนมีระบบรถไฟและรถเมล์ที่ล้ำหน้ากว่าประเทศไทย ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอันใดที่จะวิตกกังวลว่า การยกระดับบริการรถไฟและรถเมล์จะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์.

2 Shen, D., Elbadrawi, H., Zhao, F. and Ospina D. (1998). At-Grade Bus Way Planning Guide.Lehman Centre for Transportation Research, The Florida State University, Miami, FL.Smith N. (1995). The Development and Operation of Exclusive Bus Roadways In Brazil.Proceedings ICORT-95, 875-909, University of Roorkee, Roorkee.
 

ป้ายคำ:
  • คุยสุขภาพ
  • อื่น ๆ
  • ปัจฉิมพากย์
  • อ่าน 1 ครั้ง
  • พิมพ์หน้านี้พิมพ์หน้านี้

ข้อมูลสื่อ

269-025
วารสารคลินิก 269
พฤษภาคม 2550
ปัจฉิมพากย์
Skip to Top

บทความสุขภาพน่ารู้

  • ทั้งหมด
  • การแพทย์ทางเลือก
    • แพทย์แผนไทย
      • กดจุด
      • นวดไทย
    • แพทย์แผนจีน
  • ดูแลสุขภาพ
    • การดูแลผู้สูงอายุ
    • การปฐมพยาบาล
    • การรักษาเบื้องต้น
    • การใช้ยาสมุนไพร
    • คู่มือดูแลสุขภาพ
    • ยาและวิธีใช้
    • ตรวจสุขภาพด้วยตัวเอง
      • คำนวณค่า BMI
      • วินิจฉัยโรคเบื้องต้น
      • แนะนำการตรวจสุขภาพประจำปี
    • คุยสุขภาพ
      • กรณีศึกษา
      • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
  • สุขภาพทางเพศและครอบครัว
    • การดูแลบุตร
    • แม่และเด็ก
    • การตั้งครรภ์
    • เรียนรู้เรื่องเพศและการวางแผนครอบครัว
  • สร้างเสริมสุขภาพ 3 อ. ​และป้องกันโรค
    • อาหาร
      • อาหาร 5 หมู่
      • อาหารของผู้่ป่วยโรคเรื้อรัง
        • ความดันสูง
        • หัวใจ
        • เกาต์
        • เบาหวาน
      • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
      • อาหารป้องกันมะเร็ง
      • อาหารสมุนไพร
    • ออกกำลังกาย
      • วิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ แอร์โรบิค แอร์โรบอคซิ่ง รำกระบอง ไทเก็ก ชี่กง โยคะ
    • อารมณ์
      • การทำสมาธิ
      • การพักผ่อน
      • การพัฒนา EQ
      • จิตอาสา/ ฉือจี้
  • พฤติกรรมอันตราย
    • พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ
    • อนามัยสิ่งแวดล้อม
    • อิริยาบถ
  • โรคและอาการ
    • โรคเรื้อรัง
      • กลุ่มอาการเมตาโบลิค
      • ความดันโลหิตสูง
      • ถุงลมปอดโป่งพอง
      • มะเร็ง
      • อัมพฤกษ์ อัมพาต
      • เบาหวาน
      • โรคข้อ/เกาต์
      • โรคทางจิตเวช เครียด หวาดระแวง
      • โรคหวัด ภูมิแพ้
      • โรคหัวใจ
      • โรคหืด
      • ไขมันในเลือดสูง/ผิดปกติ
      • ไตวาย
    • โรคตามระบบ
      • ระบบทางเดินอาหาร
      • โรคจากอุบัติเหตุ สารพิษ และสัตว์พิษ
      • โรคช่องปากและฟัน
      • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
      • โรคติดเชื้อ
      • โรคผิวหนัง
      • โรคพยาธิ
      • โรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
      • โรคระบบต่อมไร้ท่อ
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศชาย
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศหญิง
      • โรคระบบทางเดินปัสสาวะ
      • โรคระบบทางเดินหายใจ
      • โรคระบบประสาทและสมอง
      • โรคระบบไหลเวียนโลหิต
      • โรคหู ตา คอ จมูก
    • โรคจากการทำงาน
      • พิษภัยจากสารเคมี (ยาฆ่าเมลง/ สารตะกั่ว)
      • โรคจากฝุ่นและสารเคมีในโรงงาน
      • โรคจากสัตว์ เช่น ฉี่หนู
      • โรคจากอริยาบทที่ผิดสุขลักษณะ
      • โรคเส้นเอ็นอักเสบ/ นิ้วล็อค
  • ทันกระแสสุขภาพ
  • คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์
  • อื่น ๆ

ได้รับความนิยม

  • นม
  • ถั่วพู
  • คนท้อง
  • ธาลัสซีเมีย
  • ผู้สูงอายุ
  • ผักพื้นบ้าน
  • สมุนไพร

แผนผังเว็บไซต์

  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ

รวมลิงค์เครือข่าย

  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สถาบันโยคะวิชาการ

สื่อสุขภาพ

  • คลิปสุขภาพ
  • หมอชาวบ้านรายเดือน
  • คลินิกรายเดือน
  • จดหมายข่าวย้อนหลัง
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • twitter หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)< และสถาบัน ChangeFusion< พัฒนาระบบโดย Opendream< สัญญาอนุญาต cc by-nc-sa <