Skip to main content
ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน
menu

Login Pop

  • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
search
  • เว็บหลักหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ
หน้าแรก » บทความสุขภาพน่ารู้ » หายใจหอบเหนื่อยหลังกลับจากทิเบต ในชายไทยอายุ 60 ปี
  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

หายใจหอบเหนื่อยหลังกลับจากทิเบต ในชายไทยอายุ 60 ปี

โพสโดย Anonymous เมื่อ 1 กรกฎาคม 2550 00:00

ชายไทยอายุ 60 ปี มาห้องฉุกเฉิน เนื่องจากหายใจหอบเหนื่อย อ่อนเพลีย กินได้น้อย หลังจากกลับมาจากเที่ยวประเทศทิเบต เมื่อ 4 วันก่อน. โดยวันแรกไปเที่ยวที่ระดับความสูงประมาณ 1,000 ฟุต จากระดับน้ำทะเล อาการทั่วไปปกติดี. วันที่ 2 ไปเที่ยวที่ระดับความสูงประมาณ 3,000 ฟุต เริ่มมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะเล็กน้อย ไม่มีบ้านหมุน เพลียและเหนื่อยมากขึ้น ไม่เจ็บหน้าอก ถ่ายเหลว 1 ครั้งไม่มีมูกเลือดปน นอนราบได้ ไปพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลในทิเบต 1 คืน ได้รับออกซิเจนและน้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ. หลังออกจากโรงพยาบาล ยังมีอาการเหนื่อยเพลีย คลื่นไส้อาเจียน จึงกลับไปรักษาตัวอีกครั้ง อาการไม่ดีขึ้น จึงเดินทางกลับประเทศไทยและมาตรวจที่โรงพยาบาลทันที. ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานมา 10 ปี ควบคุมน้ำตาลโดยการกินยาลดน้ำตาล ได้แก่ glibenclamide (5 มก.) 1 เม็ด เช้า-เย็น และ metformin (500 มก.) 1 เม็ด เช้า-เย็น ซื้อยากินเอง ไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มสุรา ไม่แพ้ยาใดๆ เดิมแข็งแรงดี ระหว่างเดินทางไปทิเบตได้ใช้ยาปรับความดันอากาศที่บริษัททัวร์จัดให้ ลักษณะเป็นหลอดดูด วันละ 2 ครั้งใน 2 วันแรกของการเดินทาง.

                                                   
                                              ภาพที่ 1. ภาพรังสีทรวงอก (CXR) ของผู้ป่วย.

ตรวจร่างกาย พบว่า ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ไม่มีไข้ หายใจเร็ว 24 ครั้ง/นาที ชีพจร 92 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 130/80 มม.ปรอท, O2 saturation (room air) 92% หลอดเลือดดำบริเวณคอโป่งพอง ไม่ซีด ไม่เหลือง ต่อมน้ำเหลืองไม่โต เสียงหัวใจปกติ ฟังปอดได้ยินเสียง fine crepitation ทั้งสอง ข้าง ตับและม้ามไม่โต ขาบวมกดบุ๋ม 1+ ทั้งสองข้าง ระบบประสาทปกติดี.

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ CBC : Hct 38.4%, WBC 13,900/mm3, N 84%, L 11%, M 5%, Platelet 393,000/mm3

BS= 358 mg/dL, Na 127 mmol/L, K 5.37 mmol/L, Cl 94 mmol/L, HCO3 14 mmol/L

Arterial blood gas ขณะ on O2 canula 3 LPM : pH 7.520, pCO2 31.3, pO2 100.1, HCO3 25.7

CXR : cardiomegaly,bilateral interstitial infiltration with Lt pleural effusion, EKG : normal

Echocardiogram : moderate to marked hypokinesia of mid-apical anterior wall, normal LV systolic function LVEF 53.8%, mild diastolic dysfunction, no significant valvular abnormality

Cardiac enzyme : normal

สรุปปัญหาและการดำเนินโรค
ผู้ป่วยรายนี้มาด้วยอาการคลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ เหนื่อยเพลีย ไม่เจ็บหน้าอก หลังจากเดินทางไปประเทศทิเบต ซึ่งภูมิประเทศเป็นที่สูง โดยอาการเกิดขึ้นหลังจากผู้ป่วยเดินทางขึ้นที่สูงมากกว่า 1,000 ฟุตภายใน 1 วัน (rapid ascend) และอาการเป็นมาก ขึ้นและคงอยู่เป็นเวลา 4 วันก่อนมาโรงพยาบาล. ตรวจร่างกายพบว่ามีหลอดเลือดดำที่คอโป่งพอง หายใจเร็ว ฟังปอดมีเสียง fine crepitation ทั้งสองข้าง มีการลดลงของ O2 saturation (room air) 92% ทำให้คิดถึงภาวะปอดบวมน้ำเนื่องจากที่สูง ในผู้ป่วยรายนี้ ได้ตรวจค้นหาสาเหตุเพิ่มเติมของภาวะปอดบวมน้ำ โดยส่งตรวจ CXR (ภาพที่ 1) พบว่ามีภาวะน้ำท่วมปอดจริง และคลื่นไฟฟ้าหัวใจพบว่าปกติ (ภาพที่ 2) ผล echocardiogram มีผนังหัวใจด้านหน้าของห้องซ้ายล่างเคลื่อนไหวลดลง และ cardiac enzyme อยู่ ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งเมื่อได้ประวัติของการเกิดอาการสัมพันธ์กับการเดินทางไปที่สูงและมีการเปลี่ยนระดับความสูงอย่างรวดเร็ว. อาการของผู้ป่วยรายนี้จึงน่าจะเกิดจากภาวะปอดบวมน้ำเนื่องจากที่สูงมากกว่า เมื่อผู้ป่วยกลับมายังประเทศไทย ซึ่งอยู่ในระดับความสูงปกติของผู้ป่วย และได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยให้ออกซิเจน และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยไม่ได้รับยาขับปัสสาวะ อาการของผู้ป่วยก็ดีขึ้นเป็นลำดับ ทุเลาเหนื่อยหอบจนจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลได้.


     
                          ภาพที่ 2. คลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วย (ECG) เป็นดังภาพซึ่งมีผลปกติ.

ภาวะปอดบวมน้ำเนื่องจากที่สูง (high attitude pulmonary edema)

เป็นรูปแบบของภาวะปอดบวมน้ำที่มิได้มีสาเหตุจากหัวใจ (noncardiogenic pulmonary edema) ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้หากมิได้นึกถึงภาวะนี้. ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะปอดบวมน้ำในที่สูงได้แก่อัตราเร็วของการขึ้นที่สูง ภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล ระดับของการออกกำลังกาย และอุณหภูมิที่เย็นลง ผู้ที่มีความผิดปกติของหัวใจและปอดจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะดังกล่าวมากขึ้น โดยปกติภาวะนี้มักจะเกิดเมื่อเดินทางขึ้นที่สูงอย่างรวดเร็ว ระดับความสูงจากน้ำทะเลมากกว่า 12,000-13,000 ฟุต (3,600-3,900 เมตร) แต่ในบางรายสามารถเกิดภาวะนี้ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลน้อยกว่า 8,000 ฟุต (2,400 เมตร) ได้.

ภาวะปอดบวมน้ำเนื่องจากที่สูง เกิดได้ทั่วโลก โดยจะพบอุบัติการณ์สูงสุดในฤดูหนาว ส่วนใหญ่มักจะเกิดในคนอายุน้อยที่สุขภาพแข็งแรงเช่น นักปีนเขาและนักสกี. เด็กสามารถเกิดภาวะนี้ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ อาการจะเกิดอย่างค่อยเป็นค่อยไปในเวลาเป็นชั่วโมงหรือเป็นวันโดยอาจจะมีกลุ่มอาการ acute mountain sickness (AMS) นำมาก่อนหรือไม่ก็ได้ และภาวะนี้สามารถเกิดซ้ำได้เมื่อเดิน ทางไปที่ความสูงระดับเดียวกัน.

อาการที่พบส่วนใหญ่คือ ระยะแรกจะไอแห้งๆ ต่อมามีเสมหะเป็นฟอง หายใจเร็วไม่สัมพันธ์กับการออกแรงและไม่ดีขึ้นเมื่อพัก หายใจหอบเหนื่อย ส่วนอาการนอนราบไม่ได้หรือไอเป็นเลือดพบได้ไม่บ่อย อาการหอบเหนื่อยอาจจะเป็นมากขึ้นจนเสียชีวิตได้ โดยทั่วไปอาการหอบเหนื่อยจะดีขึ้นเมื่อลงจากที่สูง ตรวจร่างกายจะพบว่า ผู้ป่วยหายใจเร็ว หายใจลำบาก เขียว หลอดเลือดดำบริเวณคอโป่งพอง อาจมีไข้ได้สูงถึง 38.5oซ.ฟังปอดจะได้ยินเสียง fine crepitation โดยระยะแรกจะฟังเสียงได้ที่ชายปอดด้านขวา และเมื่ออาการเป็นมากขึ้นจะได้ยินเสียงผิดปกติที่ปอดทั้งสองข้าง.

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การวินิจฉัยภาวะปอดบวมน้ำเนื่องจากที่สูง อาศัยประวัติและการตรวจร่างกาย (clinical diagnosis) และการวินิจฉัยแยกโรคเป็นหลัก การส่งตรวจเพิ่มเติมที่ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยได้แก่

ภาพถ่ายรังสีทรวงอก พบว่าหัวใจมักมีขนาดปกติ ในผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยอาจพบเพียง patchy infiltration ที่บริเวณปอดกลีบขวาล่าง แต่ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจะพบ diffuse interstitial infiltration ที่ปอดทั้งสองข้าง.

คลื่นไฟฟ้าหัวใจ อาจจะพบ sinus tachycardia, right ventricular strain, right axis deviation, right bundle-branch block และ P-wave abnormalities.

Arterial blood gas พบว่ามีภาวะพร่องออกซิเจน (hypoxemia) และภาวะ respiratory alkalosis โดยทั่วไปไม่พบภาวะ respiratory acidosis.

การรักษา
การให้ออกซิเจนแก่ผู้ป่วย จะทำให้อาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ควรนำผู้ป่วยลงสู่พื้นที่ต่ำและพักผ่อนเพียงพอ (absolute bed rest) อาการมักจะดีขึ้นและเป็นปกติภายใน 48-72 ชั่วโมง อาจพิจารณาเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยใช้ portable hyper-baric chamber ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วย ได้อย่างรวดเร็ว. การใช้ยา เช่น nifedipine จะใช้ใน กรณีที่ไม่สามารถให้ออกซิเจนหรือเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ลงสู่ที่ต่ำได้ โดยให้ 10 มก.อมใต้ลิ้น. ข้อควรระวัง คือ ภาวะความดันโลหิตต่ำ การให้ positive end expiratory pressure ทางหน้ากากเพื่อช่วยในการแลกเปลี่ยนแก๊สชั่วคราว การใส่ท่อหายใจและใช้เครื่องช่วย หายใจรวมทั้งการใส่สายสวนเข้าไปในหลอดเลือดปอด (pulmonary arterial catheterization) มักไม่จำเป็นสำหรับยาต้านจุลชีพควรพิจารณาให้เมื่อมีภาวะติดเชื้อร่วมด้วยเท่านั้น.

การป้องกัน
การเดินทางขึ้นที่สูงอย่างช้าๆ เป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด ไม่ควรเปลี่ยนแปลงระดับความสูงมากกว่า 1,000 ฟุตต่อวัน เมื่อถึงความสูงจากระดับน้ำทะเล 8,000-10,000 ฟุต.

ผู้ป่วยที่มีประวัติเคยมีภาวะปอดบวมน้ำเนื่องจากที่สูง ควรจะลงสู่พื้นที่ราบอย่างรวดเร็วเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น การใช้ยาเพื่อป้องกันการเกิดภาวะนี้ ได้แก่ nifedipine, beta-agonists ขนาดสูง เช่น salmeterol ในผู้ป่วยที่มีภาวะปอดบวมน้ำซ้ำๆหรือเกิดภาวะนี้ที่ระดับความสูงต่ำกว่า 8,250 ฟุต (2,500 เมตร) ควรตรวจค้นเพิ่มเติม เพื่อหาความผิดปกติทางหัวใจ ปอด อื่นๆที่อาจมีร่วมด้วย เช่น intracardiac หรือ intrapulmonary shunt, ลิ้นหัวใจผิดปกติ และภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูง.

สรุป
ภาวะปอดบวมน้ำเนื่องจากที่สูง (high altitude pulmonary edema : HAPE) สามารถวินิจฉัยจากประวัติและการตรวจร่างกาย โดยผู้ป่วยจะมีอาการหายใจหอบเหนื่อยเมื่อขึ้นที่สูงอย่างรวดเร็ว. การรักษา ได้แก่ การให้ออกซิเจน, นำผู้ป่วยลงสู่พื้นราบอย่างรวดเร็ว และควรให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะนี้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับที่สูง เช่น นักปีนเขา นักสกี และนักท่องเที่ยว รวมทั้งวิธีการป้องกันคือ การขึ้นที่สูงอย่างช้าๆ ส่วนการใช้ยาเช่น nifedipine และ salmeterol ในการป้องกันอาจจะช่วยได้บ้าง.


เอกสารอ้างอิง
1. Hackett HP, Roach CR. High altitude illness. N Engl J Med 2001;345(2):107-14.
2. Voelkel NF. High-altitude pulmonary edema. N Engl J Med 2002;346(21):1606-8.
3. Sartori C, Allemann Y. Duplain H. Salmeterol for the prevention of high altitude pulmonary edema. N Engl J Med 2002;346(21):1631-16.
4. Oelz O, Maggiorini M, Ritter M. Prevention and treatment of high altitude pulmonary edema by a calcium channel blocker. Int J Sports Med.1992 Oct;13 (Suppl 1):S65-8.
5. Rosen MJ. High altitude disease in adults. www.uptodate.com<. October;2006.

สุภมาศ ดีแจ่ม พ.บ.
แพทย์ประจำบ้าน
ยุวเรศ สิทธิชาญบัญชา พ.บ. อาจารย์
รพีพร โรจน์แสงเรือง พ.บ. อาจารย์
หน่วยเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ป้ายคำ:
  • กรณีศึกษา
  • โรคตามระบบ
  • โรคระบบทางเดินหายใจ
  • คุยสุขภาพ
  • แพทย์เวร
  • ปอดบวมน้ำ
  • พญ.สุภมาศ ดีแจ่ม
  • พญ.ยุวเรศ สิทธิชาญบัญชา
  • พญ.รพีพร โรจน์แสงเรือง
  • อ่าน 8,192 ครั้ง
  • พิมพ์หน้านี้พิมพ์หน้านี้

ข้อมูลสื่อ

271-015
วารสารคลินิก 271
กรกฎาคม 2550
แพทย์เวร
พญ.ยุวเรศ สิทธิชาญบัญชา, พญ.รพีพร โรจน์แสงเรือง
พญ.สุภมาศ ดีแจ่ม
Skip to Top

บทความสุขภาพน่ารู้

  • ทั้งหมด
  • การแพทย์ทางเลือก
    • แพทย์แผนไทย
      • กดจุด
      • นวดไทย
    • แพทย์แผนจีน
  • ดูแลสุขภาพ
    • การดูแลผู้สูงอายุ
    • การปฐมพยาบาล
    • การรักษาเบื้องต้น
    • การใช้ยาสมุนไพร
    • คู่มือดูแลสุขภาพ
    • ยาและวิธีใช้
    • ตรวจสุขภาพด้วยตัวเอง
      • คำนวณค่า BMI
      • วินิจฉัยโรคเบื้องต้น
      • แนะนำการตรวจสุขภาพประจำปี
    • คุยสุขภาพ
      • กรณีศึกษา
      • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
  • สุขภาพทางเพศและครอบครัว
    • การดูแลบุตร
    • แม่และเด็ก
    • การตั้งครรภ์
    • เรียนรู้เรื่องเพศและการวางแผนครอบครัว
  • สร้างเสริมสุขภาพ 3 อ. ​และป้องกันโรค
    • อาหาร
      • อาหาร 5 หมู่
      • อาหารของผู้่ป่วยโรคเรื้อรัง
        • ความดันสูง
        • หัวใจ
        • เกาต์
        • เบาหวาน
      • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
      • อาหารป้องกันมะเร็ง
      • อาหารสมุนไพร
    • ออกกำลังกาย
      • วิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ แอร์โรบิค แอร์โรบอคซิ่ง รำกระบอง ไทเก็ก ชี่กง โยคะ
    • อารมณ์
      • การทำสมาธิ
      • การพักผ่อน
      • การพัฒนา EQ
      • จิตอาสา/ ฉือจี้
  • พฤติกรรมอันตราย
    • พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ
    • อนามัยสิ่งแวดล้อม
    • อิริยาบถ
  • โรคและอาการ
    • โรคเรื้อรัง
      • กลุ่มอาการเมตาโบลิค
      • ความดันโลหิตสูง
      • ถุงลมปอดโป่งพอง
      • มะเร็ง
      • อัมพฤกษ์ อัมพาต
      • เบาหวาน
      • โรคข้อ/เกาต์
      • โรคทางจิตเวช เครียด หวาดระแวง
      • โรคหวัด ภูมิแพ้
      • โรคหัวใจ
      • โรคหืด
      • ไขมันในเลือดสูง/ผิดปกติ
      • ไตวาย
    • โรคตามระบบ
      • ระบบทางเดินอาหาร
      • โรคจากอุบัติเหตุ สารพิษ และสัตว์พิษ
      • โรคช่องปากและฟัน
      • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
      • โรคติดเชื้อ
      • โรคผิวหนัง
      • โรคพยาธิ
      • โรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
      • โรคระบบต่อมไร้ท่อ
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศชาย
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศหญิง
      • โรคระบบทางเดินปัสสาวะ
      • โรคระบบทางเดินหายใจ
      • โรคระบบประสาทและสมอง
      • โรคระบบไหลเวียนโลหิต
      • โรคหู ตา คอ จมูก
    • โรคจากการทำงาน
      • พิษภัยจากสารเคมี (ยาฆ่าเมลง/ สารตะกั่ว)
      • โรคจากฝุ่นและสารเคมีในโรงงาน
      • โรคจากสัตว์ เช่น ฉี่หนู
      • โรคจากอริยาบทที่ผิดสุขลักษณะ
      • โรคเส้นเอ็นอักเสบ/ นิ้วล็อค
  • ทันกระแสสุขภาพ
  • คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์
  • อื่น ๆ

ได้รับความนิยม

  • นม
  • ถั่วพู
  • คนท้อง
  • ธาลัสซีเมีย
  • ผู้สูงอายุ
  • ผักพื้นบ้าน
  • สมุนไพร

แผนผังเว็บไซต์

  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ

รวมลิงค์เครือข่าย

  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สถาบันโยคะวิชาการ

สื่อสุขภาพ

  • คลิปสุขภาพ
  • หมอชาวบ้านรายเดือน
  • คลินิกรายเดือน
  • จดหมายข่าวย้อนหลัง
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • twitter หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)< และสถาบัน ChangeFusion< พัฒนาระบบโดย Opendream< สัญญาอนุญาต cc by-nc-sa <