Skip to main content
ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน
menu

Login Pop

  • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
search
  • เว็บหลักหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ
หน้าแรก » ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ » การรับประทานวิตามิน
  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

การรับประทานวิตามิน

โพสโดย thanyaporn เมื่อ 31 มกราคม 2554 14:30

คำถาม : เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ไปซื้อวิตามินมา3 ขวด
1. Mega we care Nat B (วิตามิน บี1 50 มก,วิตามิน บี2 50 มก,นิโคทินามายด์ 50 มก,แคลเซียม แพนโทธีเนท 50 มก, วิตามิน บี6 50 มก,วิตามิน บี12 50 มคก,กรดโฟลิก 100 มคก,โคลีน ไบตาเตรท 50 มก,ไบโอติน 50 มคก, อินโนซิทอล 50 มก)
2. Mega we care Nat C 1000mg (วิตามินซี 1000 มก,แอสคอร์บิค แอซิด 400 มก,โซเดียม แอสคอร์เบท 350 มก (เทียบเท่ากับแอสคอร์บิคแอซิด 300 มก),แคลเซียม แอสคอร์เบท 400 มก(เทียบเท่ากับแอสคอร์บิค  แอซิด300 มก.),รูติน 50 มก,ไบโอฟลาโวนอยด์ 50 มก,เฮสเพอริดิน 50 มก,ผงสกัดแห้งโรสฮิป 62.5 มก(เทียบเท่าโรสฮิป 250 มก.),ผงสกัดแห้งอะซิโรลา 12.5 มก(เทียบเท่าอะซิโรลา 50 มก.),ไม่มีสารกันบูด สี หรือกลิ่นสังเคราะห์
 3. Blackmore Lecithin 1200mg  ประกอบด้วย ฟอสฟาติดิลโคลีน 172.5 มิลลิกรัม
 ผมขอถามเป็นข้อๆ ดังนี้นะครับ
 1. วิตามินบีรวม Nat B ในปริมาณนี้ถ้ากินไปนานๆ จะเกินอันตรายไหมครับตอนผมซื้อก็ได้ถามคนขายที่ร้าน Boots ว่ามันจะมากเกินไปหรือป่าวเขาบอกว่าไม่เป็นไรร่างกายสามารถขับส่วนเกินออกมาได้ และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย สามารถรับประทานได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุด ผมอยากทราบว่าจริงหรือไม่
 หรือมันมากเกินไปครับกลัวจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
 2. วิตามินซี Nat C  ผมได้รับประทานวิตามินซีมาประมาณ 2 วันครับ รู้สึกปวดท้อง  เสียดๆ แต่วันนี้หยุดก็ไม่มีอาการดังกล่าว เป็นผลมาจากวิตามินซีหรือเปล่าครับ

3. Lecithin ตัวนี้ผมรับประทานมาประมาณ 5 ปีแล้วครับไม่ทราบว่ามันจะสะสมในร่างกายหรือเปล่าครับแล้วมีอันตรายหรือไม่
 4.  ผมควรหยุดรับประทานตัวไหนบ้างครับ
 5. ผมอยากทราบว่าวิตามินรวมตัวนี้เพียงพอต่อร่างกายแล้วหรือไม่ครับ จะมีสารตกค้างในร่างกายหรือเปล่าครับ และอยากทราบว่าสามารถรับประทานได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดได้หรือไม่ครับ
Blackmores Multivitamins+Minerals  วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิค) 180 มิลลิกรัม,  วิตามินบี3 (นิโคทินามายด์) 60  มิลลิกรัม, วิตามินบี6 (ไพริดอกซีน) 10 มิลลิกรัม, วิตามินบี2 (ไรโบฟลาวิน) 8.5มิลลิกรัม
วิตามิน บี1 (ไทอะมีน) 7.5 มิลลิกรัม, แคลเซียม (จากแคลเซียม คาร์บอเนต) 40 มิลลิกรัม, วิตามิน บี5 (กรดแพนโทธีนิค) 20 มิลลิกรัม, วิตามิน ดี3 400 หน่วยสากล, โคลีน ไบทาร์เทรท 25 มิลลิกรัม, เหล็ก (จากเฟอร์รัส ซัลเฟต) 5  มิลลิกรัม,กรดโฟลิค 200 ไมโครกรัม,ไอโนซิทอล 25 มิลลิกรัม, แมงกานีส (จากแมงกานีส ซัลเฟต) 2 มิลลิกรัม, แมกนีเซียม (จากแมกนีเซียมออกไซด์) 17.5 มิลลิกรัม, โปแตสเซียม (จากโปแตสเซียม ซัลเฟต) 25 มิลลิกรัม,วิตามิน อี 20 หน่วยสากล, วิตามินเอ 5000 หน่วยสากล
วิตามิน บี12 (ไซยาโนโคบาลามิน) 10 ไมโครกรัม,สังกะสี (จากซิงค์ ออกไซด์) 5 มิลลิกรัม, ไบโอติน 25 ไมโครกรัม

ผู้ตอบ : เภสัชกรหญิงปวลี  เนียมถาวร  

วิตามินมีสองชนิด คือ ชนิดที่ละลายในไขมันและชนิดที่สามารถละลายได้ในน้ำ 

โดยชนิดที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A, D, E and K 

ซึ่งสามารถสะสมในร่างกายได้นานกว่าชนิดที่ละลายในน้ำได้       

วิตามินและแร่ธาตุหากได้รับประทานมากหรือน้อยเกินไปก็จะก่อให้เกิดภาวะเจ็บป่วยได้เช่นกัน 

จะขอสรุปผลข้างเคียงของการรับประทานเกินความจำเป็นในตาราง


ตารางแสดงผลข้างเคียงของวิตามินและแร่ธาตุที่พบบ่อยในอาหารเสริม


Vitamins/Minerals

ผลข้างเคียง

ขนาดที่รับประทาน

Vitamin A

หากรับประทานติดต่อกันนานอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออกมาก ผิวคล้ำ กระดูกพรุน ในเด็กอาจทำให้เจริญเติบโตช้ากว่าวัย

ไม่เกิน 3,000 ไมโครกรัมต่อวัน

Vitamin E

ในขนาด 200-800 มิลลิกรัมต่อวัน อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้

ในขนาด 800-1,200 มิลลิกรัมต่อวัน มีผลทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่าย โดยเฉพาะในรายที่รับประทานร่วมกับยาต้านการเกาะกันของเกร็ดเลือด (antiplatelet) อาทิ แอสไพริน เป็นต้น

ในขนาดที่สูงเกิน 1200 มิลลิกรัมต่อวัน จะส่งผลให้มีอารมณ์แปรปรวน มีความผิดปกติของระดับไขมันในเลือด ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ได้เช่นกัน

ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน

Vitamin D

หากรับประทานมากเกินไปจะทำให้เกิดภาวะแคลเซียมในร่างกายสูงผิดปกติ ส่งผลต่อการทำงานไต กล้ามเนื้อ หรือแม้กระทั่งหัวใจ โดยจะมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น

ไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อวัน

หรือ 2,000 IU ต่อวัน

Biotin

และ

Pantothenic acid

มีรายงานภาวะน้ำคั่งในเยื่อหุ้มปอดและหัวใจ (eosinophilic pleuropericardial effusion)ในรายที่รับประทาน biotin ในขนาดสูง 10 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับ pantothenic acid 300 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกันนาน 2 เดือน

ยังไม่มีการศึกษา

Folic acid

ในขนาด 5 มิลลิกรัมต่อวัน อาจทำให้เกิดอาการปวดเกร็งท้อง  ท้องเสีย หรือผื่นขึ้นได้

ในขนาดสูงเกิน 15 มิลลิกรัมต่อวัน จะรบกวนการนอนหลับ  สับสน  และอาจทำให้เกิดอาการชักถี่ขึ้นในผู้ป่วยโรคลมชัก

 ไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่อวัน

Niacin

ในขนาดสูงกว่า 30 มิลลิกรัมต่อวัน จะทำให้เกิดอาการปวดหัวได้

ขนาด 3 กรัมต่อวัน ส่งผลให้เกิดภาวะตับอักเสบอย่างรุนแรงได้  ภาวะความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เต้นเร็วได้

นอกจากนี้ niacin ยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ จึงต้องระวังหากใช้กับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ไม่เกิน 35 มิลลิกรัมต่อวัน

Riboflavin

หากรับประทานเกินวันละ 400 มิลลิกรัม อาจทำให้ท้องเสีย ปัสสาวะมากผิดปกติ รวมถึงปัสสาวะเป็นสีเหลืองอมส้ม

ยังไม่มีการศึกษา

Thiamine

อาจทำให้เกิดอาการทางผิวหนัง เช่น อาการคัน นอกจากนี้อาจทำให้คลื่นไส้อาเจียน หายใจลำบาก น้ำท่วมปอด ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารได้

ยังไม่มีการศึกษา

Vitamin B6

รับประทานในขนาดสูง อาจทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ปวดหัว นอนไม่หลับ เจ็บเต้านมได้

ไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อวัน

Vitamin B12

ก่อให้เกิดอาการท้องเสีย ผื่นคัน ลมพิษ หรืออาจทำให้เกิดภาวะก้อนเลือดอุดตันหลอดเลือดได้

ยังไม่มีการศึกษา

Vitamin C

อาการข้างเคียงจะขึ้นอยู่กับขนาดที่รับประทาน โดยพบว่าในขนาดสูงจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดแสบร้อนในท้อง หลอดอาหารอักเสบ ปวดเกร็งท้อง ท้องเสีย นอนไม่หลับ ยังก่อให้เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้

ไม่เกิน 2 กรัมต่อวัน

Zinc

ในขนาด 2 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวกิโลกรัมต่อวัน รับประทานนาน 6 สัปดาห์ อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้องได้

ในขนาด 2.6 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวกิโลกรัมต่อวัน รับประทานนานนาน 1 สัปดาห์ สามารถทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า zinc สามารถทำให้ระดับไขมันที่ดี (HDL) ในเลือดลดต่ำลงได้

ขนาดที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ได้แก่

ผู้ชายต้องการ 11 มิลลิกรัมต่อวัน

ผู้หญิงต้องการ 8 มิลลิกรัมต่อวัน

ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ต้องการ 12 มิลลิกรัมต่อวัน

Calcium

ในขนาดสูง ทำให้มีอาการท้องผูก ระบบกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ หรืออาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้

ขนาดที่ร่างกายต้องการ 800 มิลลิกรัมต่อวัน (ไม่ควรเกิน 2000 มิลลิกรัมต่อวัน)

Selenium

ในขนาดสูงเกิน 910 ไมโครกรัมต่อวัน จะทำให้เกิดความผิดปกติของเล็บ ผิวหนัง และตับได้

ขนาดที่ร่างกายต้องการ 70 ไมโครกรัมต่อวัน (ไม่ควรเกิน 200 ไมโครกรัมต่อวัน)

Chromium

ยังไม่มีรายงานอาการข้างเคียงที่แน่ชัด แต่อาจมีผลต่อดีเอ็นเอในขนาดที่สูง

ขนาดที่ร่างกายต้องการ 50-200 ไมโครกรัมต่อวัน (ไม่ควรเกิน 1000 ไมโครกรัมต่อวัน)

Lecithin

อาจทำให้ระดับไขมันในเลือดสูงขึ้นได้

มีรายงานว่าทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนในสัตว์ทดลอง

ยังไม่มีการศึกษา

 

            นอกจากผลข้างเคียงดังกล่าวในตารางแล้ว วิตามินและแร่ธาตุยังมีรายงานการว่าสามารถต้านหรือเสริมฤทธิ์ของยาได้ด้วย  

สรุปได้ว่าการรับประทานวิตามินและแร่ธาตุนั้นจะมีประโยชน์สูงสุดเมื่อรับประทานในขนาดที่ร่างกายต้องการต่อวัน 

หากรับประทานในขนาดที่สูงเกินความจำเป็นนั้นอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้

 

  • อ่าน 41,957 ครั้ง
  • พิมพ์หน้านี้พิมพ์หน้านี้
Skip to Top

คำถามสุขภาพ

  • ทั้งหมด
  • การแพทย์ทางเลือก
    • แพทย์แผนไทย
      • กดจุด
      • นวดไทย
    • แพทย์แผนจีน
  • ดูแลสุขภาพ
    • การดูแลผู้สูงอายุ
    • การปฐมพยาบาล
    • การรักษาเบื้องต้น
    • การใช้ยาสมุนไพร
    • คู่มือดูแลสุขภาพ
    • ยาและวิธีใช้
    • ตรวจสุขภาพด้วยตัวเอง
      • คำนวณค่า BMI
      • วินิจฉัยโรคเบื้องต้น
      • แนะนำการตรวจสุขภาพประจำปี
    • คุยสุขภาพ
      • กรณีศึกษา
      • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
  • สุขภาพทางเพศและครอบครัว
    • การดูแลบุตร
    • แม่และเด็ก
    • การตั้งครรภ์
    • เรียนรู้เรื่องเพศและการวางแผนครอบครัว
  • สร้างเสริมสุขภาพ 3 อ. และป้องกันโรค
    • อาหาร
      • อาหาร 5 หมู่
      • อาหารของผู้่ป่วยโรคเรื้อรัง
        • ความดันสูง
        • หัวใจ
        • เกาต์
        • เบาหวาน
      • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
      • อาหารป้องกันมะเร็ง
      • อาหารสมุนไพร
    • ออกกำลังกาย
      • วิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ แอร์โรบิค แอร์โรบอคซิ่ง รำกระบอง ไทเก็ก ชี่กง โยคะ
    • อารมณ์
      • การทำสมาธิ
      • การพักผ่อน
      • การพัฒนา EQ
      • จิตอาสา/ ฉือจี้
  • พฤติกรรมอันตราย
    • พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ
    • อนามัยสิ่งแวดล้อม
    • อิริยาบถ
  • โรคและอาการ
    • โรคเรื้อรัง
      • กลุ่มอาการเมตาโบลิค
      • ความดันโลหิตสูง
      • ถุงลมปอดโป่งพอง
      • มะเร็ง
      • อัมพฤกษ์ อัมพาต
      • เบาหวาน
      • โรคข้อ/เกาต์
      • โรคทางจิตเวช เครียด หวาดระแวง
      • โรคหวัด ภูมิแพ้
      • โรคหัวใจ
      • โรคหืด
      • ไขมันในเลือดสูง/ผิดปกติ
      • ไตวาย
    • โรคตามระบบ
      • ระบบทางเดินอาหาร
      • โรคจากอุบัติเหตุ สารพิษ และสัตว์พิษ
      • โรคช่องปากและฟัน
      • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
      • โรคติดเชื้อ
      • โรคผิวหนัง
      • โรคพยาธิ
      • โรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
      • โรคระบบต่อมไร้ท่อ
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศชาย
      • โรคระบบทางอวัยวะเพศหญิง
      • โรคระบบทางเดินปัสสาวะ
      • โรคระบบทางเดินหายใจ
      • โรคระบบประสาทและสมอง
      • โรคระบบไหลเวียนโลหิต
      • โรคหู ตา คอ จมูก
    • โรคจากการทำงาน
      • พิษภัยจากสารเคมี (ยาฆ่าเมลง/ สารตะกั่ว)
      • โรคจากฝุ่นและสารเคมีในโรงงาน
      • โรคจากสัตว์ เช่น ฉี่หนู
      • โรคจากอริยาบทที่ผิดสุขลักษณะ
      • โรคเส้นเอ็นอักเสบ/ นิ้วล็อค
  • อื่น ๆ

  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สนับสนุนสื่อสุขภาพออนไลน์หมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • คำแนะนำสำหรับประชาชน เรื่อง โรคจากเชื้อแบคทีเรีย อีโคไลชนิดรุนแรง
  • ผ่าตัดฟรีสำหรับเด็ก ที่เป็นโรคหัวใจ
  • สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย (สพท.)

แผนผังเว็บไซต์

  • หน้าแรก
  • ดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
  • บทความสุขภาพน่ารู้
  • สื่อสุขภาพ
  • คำถามสุขภาพ
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อหมอชาวบ้าน
  • ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ

รวมลิงค์เครือข่าย

  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  • สถาบันโยคะวิชาการ

สื่อสุขภาพ

  • คลิปสุขภาพ
  • หมอชาวบ้านรายเดือน
  • คลินิกรายเดือน
  • จดหมายข่าวย้อนหลัง
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
  • feed หมอชาวบ้าน
  • facebook หมอชาวบ้าน
  • twitter หมอชาวบ้าน
  • youtube หมอชาวบ้าน
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)< และสถาบัน ChangeFusion< พัฒนาระบบโดย Opendream< สัญญาอนุญาต cc by-nc-sa <