• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

กระทงทอง

กระทงทองเป็นอาหารว่างของไทยที่หากินได้ค่อนข้างยาก ส่วนมากจะทำขายเฉพาะร้านที่จำหน่างอาหารไทย ราคาต่อจานค่อนข้างแพง ประกอบไปด้วยส่วนที่เป็นกระทงทำจากแป้งและส่วนที่เป็นไส้ ไส้กระทงทองสามารถดัดแปลงได้หลายชนิด แต่ที่นิยมคือ ไส้ข้าวโพด

สิ่งสำคัญของกระทงทองคือ ตัวกระทงที่ต้องทอดใหม่ๆ ถ้าทอดทิ้งไว้ไม่ควรเกิน ๒ วัน เพราะจะมีกลิ่นเหม็นหืนไม่น่ากิน ไส้ของกระทงทองจะมีรสเค็ม หวาน หอมกลิ่นรากผักชี พริกไทย กระเทียม จะไม่นิยมใส่ไส้แล้ววางทิ้งไว้นาน เพราะจะทำให้น้ำที่ตัวไส้ซึมลงกระทงทำให้ไม่กรอบ จะใส่ไส้แล้วเสิร์ฟทันที ตัวไส้ของกระทงทองต้องผัดให้แห้ง

                                                                           

ลักษณะของพิมพ์กระทงทองเป็นทองเหลือง แล้วขึ้นรูปเป็นกระทง มีรูปร่างกลมหรือสี่เหลี่ยมเป็นจีบๆ ด้ามทำด้วยไม้ วิธีการใช้คือ ต้องแช่พิมพ์ในน้ำมันให้พิมพ์ร้อนจัดเสียก่อน เมื่อพิมพ์ร้อนค่อยจุ่มลงในแป้งแป้งจึงจะเกาะพิมพ์ แล้วนำไปจุ่มในน้ำมัน พอแป้งสุกก็ค่อยๆ แซะแป้งออกจากพิมพ์ แป้งก็จะหลุดโดยง่าย ส่วนผสมและวิธีทำกระทงทองมีดังนี้

ส่วนผสมแป้งกระทง
แป้งสาลีอเนกประสงค์                ๑/๒ ถ้วยตวง + ๒ ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า                                                     ๓/๔ ถ้วยตวง
ไข่แดง                                                                 ๑ ฟอง
เกลือป่น                                                           ๑/๒ ช้อนชา
น้ำปูนใส                                                              ๗ ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช                                                              ๑ ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า                                                               ๗ ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับทอด                                                ๔ ถ้วยตวง

ส่วนผสมไส้ข้าวโพด

เนื้อหมูสับ                                                            ๒ ขีดครึ่ง
เนื้อกุ้งสับ                                                             ๒ ขีด
ข้าวโพดต้มแกะเม็ด                                              ๒ ขีดครึ่ง
รากผักชีหั่น                                                          ๑ ช้อนชา
กระเทียมสับ                                                         ๑ ช้อนชา
พริกไทยเม็ด                                                     ๑/๒ ช้อนชา
น้ำตาลทราย                                                        ๑ ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา                                                                 ๒ ช้อนชา
น้ำมันพืช                                                              ๒ ช้อนชา

วิธีทำตัวแป้ง
๑. ผสมแป้งทั้ง ๒ ชนิด เกลือป่นให้เข้ากันทำเป็นหลุมตรงกลาง ใส่ไข่แดง น้ำมันพืช น้ำปูนใส ค่อยๆนวดผสมให้เข้ากัน แล้วค่อยๆใส่น้ำส่วนที่เหลือลงนวดทีละน้อยจนน้ำหมด คนให้แป้งละลาย
๒. ใส่น้ำมันลงในกระทะก้นลึก จุ่มพิมพ์ลงไปให้พิมพ์ร้อน ซับก้นพิมพ์ ด้วยกระดาษซับน้ำมัน แล้วจุ่มแป้งให้ได้ ๓/๔ ของพิมพ์ ระวังอย่าให้แป้งไหลเข้าไปในพิมพ์ด้านใน
๓. นำพิมพ์ที่จุ่มแป้งแล้วลงทอดไฟปานกลาง พอแป้งสุกใช้ไม้ปลายแหลม แซะแป้งให้หลุดจากพิมพ์ ทอดต่อจนเหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมันโดยคว่ำกระทงลง ทิ้งให้เย็น เก็บใส่ภาชนะปิดสนิท

วิธีทำไส้
‰
๑. โขลกรากผักชี พริกไทย กระเทียม ให้ละเอียด
๒. นำเครื่องที่โขลกแล้วลงผัดในน้ำมันให้หอม ใส่หมูสับและกุ้งสับ ลงผัดพอสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย ใส่ข้าวโพดผัดจนส่วนผสมแห้ง ตักใส่ภาชนะพักไว้
๓. เมื่อจะกิน ตักไส้ใส่กระทง แต่งหน้าด้วยใบผักชีและพริกชี้ฟ้าแดงหั่นเป็นเส้นๆ

ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย กระทงทอง ๑ กระทง จะมีคุณค่าทางโภชนาการ (ประมาณ) แคลอรีได้ดังนี้
พลังงาน                            ๑๗.๑๙ กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต                       ๐.๙๘ กรัม
ไขมัน                                     ๑.๑๗ กรัม
โปรตีน                                     ๐.๖๖ กรัม

ที่มาของข้อมูล : จากรายงานการวิจัย "คุณค่าอาหารไทยเพื่อสุขภาพ" โดยทีมวิจัยสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

ถึงแม้ว่ากระทงทองจะเป็นอาหารว่างที่มีวิธีการทำที่ค่อนข้างยากใช้เวลาค่อนข้างมาก แต่ก็เป็นอาหารว่างไทยที่ควรจะรักษาไว้ กระทงทองเป็นอาหารว่างที่จัดขึ้นโต๊ะได้อย่างไม่อายใคร เนื่องจากมีรูปร่างและสีสันที่น่ากิน ลักษณะพอดีคำ กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เพราะมีรสชาติกลางๆ ตัวไส้สามารถดัดแปลงนำผักหลายๆ ชนิดมาใส่ได้ เช่น แครอตหั่นสี่เหลี่ยม ลูกเต๋าเล็กๆ หรือเม็ดถั่วลันเตา ก็จะเพิ่มสีสันให้น่ากินยิ่งขึ้น

เคล็ดลับ

๑. ต้องคอยคนแป้งทุกครั้งก่อนนำพิมพ์ลงจุ่ม อย่าให้แป้งนอนก้น
๒. ผัดไส้ให้แห้งจะทำให้กระทงกรอบนาน
๓. จุ่มพิมพ์ให้ร้อนก่อนนำลงไปจุ่มในแป้งแป้งจึงจะติดพิมพ์
 

ข้อมูลสื่อ

312-015
นิตยสารหมอชาวบ้าน 312
เมษายน 2548
เข้าครัว
ริญ เจริญศิริ, ศศพินทุ์ ดิษนิล

บทความที่เกี่ยวข้อง