กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

252-002
นิตยสารหมอชาวบ้าน 252
เมษายน 2000
เรื่องน่ารู้
นพ.สมชาญ เจียรนัยศิลป์

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ


กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นโรคที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะในคุณผู้หญิง แต่การดูแลรักษานั้นง่ายนิดเดียว ผู้ป่วยทุกคนสามารถช่วยเหลือและรักษาตัวเองได้เป็นส่วนใหญ่ หากทำความเข้าใจกับมันพอสมควร ก็จะไม่ยากครับ

สาเหตุของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ส่วนใหญ่พบว่า มีการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่พบบ่อย คือ เชื้อชนิดอีโคไล (E. Coli) ที่พบในอุจจาระของคนเรานั่นเอง ทำไมถึงติดเชื้อนี้ได้ ส่วนใหญ่จะไม่ทราบสาเหตุ แต่พบว่า ผู้ที่กลั้นปัสสาวะนานผิดปกติ เช่น มากกว่า ๔ ชั่วโมง หรือหลังจากมีเพศสัมพันธ์ มีอัตราการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบมากกว่าคนทั่วไป และยังพบว่า ในผู้สูงอายุ หลังจากวัยหมดประจำเดือน เมื่อร่างกายขาดฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้เนื้อเยื่อท่อปัสสาวะเปลี่ยนไป ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามทุกๆ ท่านก็มีสิทธิ์เป็นโรคนี้กันได้ทุกคนครับ โดยเฉพาะผู้หญิงเป็นได้ง่ายกว่าผู้ชาย เพราะเชื้อโรคเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่ายกว่า เนื่องจากท่อปัสสาวะเพศหญิงสั้นกว่านั่นเอง

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
รู้ได้จากอาการครับ เกือบทั้งหมดอาการคล้ายกัน คือ ปัสสาวะบ่อยขึ้น ปัสสาวะแล้วมีอาการปวด โดยเฉพาะปวดท้องน้อยเวลาปัสสาวะสุด ถ้ามีอาการแบบนี้โดยไม่เคยมีอาการอื่นมาก่อน ค่อนข้างมั่นใจพอควรครับ ว่าน่าจะเกิดจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หากท่านจะเริ่มรักษาตัวท่านเอง น่าจะกระทำได้เลยครับ ซึ่งผมจะได้กล่าวถึงต่อไป แต่หากอาการต่างๆ ไม่ชัดเจนหรือไม่แน่ใจ วิธีตรวจให้ทราบผลชัดเจน คือ การตรวจปัสสาวะครับ แต่นั่นแหละ ท่านต้องเสียเวลาไปโรงพยาบาล การรักษาหลังจากนั้นก็ไม่ต่างกันครับ

การรักษาด้วยตัวเองควรทำอย่างไร ขอเขียนเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ

๑. ดื่มน้ำมากๆ จะช่วยให้หายเร็วขึ้น

๒. กินยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยาที่แนะนำ คือ โคไตรม็อกซาโซล (Cotrimoxazole) กินครั้งละ ๒ เม็ด วันละ ๒ ครั้ง เป็นเวลา ๓ วัน หรือยาที่มีสรรพคุณดีขึ้น คือ นอร์ฟลอกซาซิน (Norfloxacin) ขนาด ๔๐๐ มิลลิกรัม กินครั้งละ ๑ เม็ด วันละ ๒ ครั้ง เป็นเวลา ๓ วัน

๓. กินยาแก้ปวด หากมีอาการปวดมาก แต่ถ้าปวดไม่มากก็ไม่จำเป็น เพราะว่าเมื่ออาการอักเสบดีขึ้นแล้ว อาการปวดจะหายเร็วมาก

เมื่อไหร่จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ ในสถานการณ์ต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์ทันทีครับ

๑. มีไข้ หนาวสั่น

๒. ปวดหลังข้างใดข้างหนึ่งอย่างมาก แสดงว่าอาการอักเสบเกิดขึ้นที่ไต

๓. ปัสสาวะมีเลือดออกมาก

๔. อาการต่างๆ ไม่ดีขึ้นภายใน ๒ วัน หลังกินยา

๕. มีอาการอักเสบเกิดขึ้นบ่อยมาก เป็นมากกว่า ๒ ครั้งใน ๑ ปี แสดงว่าอาจจะมีสาเหตุอย่างอื่นร่วมด้วย ซึ่งต้องรักษาพร้อมกัน การตรวจพิเศษบางอย่างโดยแพทย์เป็น สิ่งจำเป็นครับ

เราจะป้องกันอย่างไร
การป้องกันให้ได้ผลแน่นอนทำได้ยากครับ เว้นแต่บางท่านที่อาการอักเสบสัมพันธ์กับการกลั้นปัสสาวะนานผิดปกติ ก็พยายามอย่ากลั้นปัสสาวะให้นานกว่า ๔ ชั่วโมง การดื่มน้ำมากๆ ก็เป็นวิธีป้องกันอย่างหนึ่งที่ได้ผลดีในบางคน ส่วนผู้ที่พบว่าการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักเป็นหลังมีเพศสัมพันธ์ การป้องกันที่ดีที่สุด คือ หลังจากร่วมเพศทุกครั้งให้ดื่มน้ำมากๆ ทันที จะช่วยลดอุบัติการณ์ของกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้มากครับ ส่วน ผู้สูงอายุ การให้กินฮอร์โมนเพศหญิงเสริมจะช่วยได้มาก

เมื่อไหร่จะรู้ว่าตอนนี้กระเพาะปัสสาวะอักเสบหายแล้ว
ง่ายมากครับ คือ อาการต่างๆ ที่เป็นหายหมดแล้ว และกลับมาปัสสาวะปกติเหมือนเดิม ถ้าหากให้แน่นอน ก็คือ การตรวจปัสสาวะครับ แต่ผมคิดว่าลำพังอาการอย่างเดียวก็เชื่อถือได้แล้ว โรคนี้โดยทั่วไป เป็นโรคที่รักษาง่าย หายเร็ว และเมื่อหายแล้วจะไม่มีผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด เว้นแต่มีภาวะแทรกซ้อนที่จำต้องไปพบแพทย์ดังที่ กล่าวมาแล้วข้างต้น แค่นี้ก็หวังว่าท่านจะช่วยตัวท่านได้มาก ประหยัด ทั้งเงิน เวลา และปลอดภัยครับ