• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

คุณค่าของขยะ

คุณค่าของขยะ

“วารินชำราบ  แปลว่า  น้ำซาบซึมซับ เป็นหนึ่งในอำเภอที่มีชื่อไพเราะที่สุดในประเทศไทย”

เทศบาลวารินชำราบ  ต้องรับผิดชอบขน และจัดการขยะ ในพื้นที่ของตนเองประมาณวันละ ๒๕ ตัน  แต่ที่เป็นตัวหลักเลยคือ ขยะจากเทศบาลนครอุบลราชธานี  ถึงวันละ ๘๐ ตัน นอกจากนั้น  ยังมีขยะจาก อบต. และเทศบาลในอำเภออีก ๔-๕ อำเภอ ที่ส่งมายังพื้นที่กลบฝัง  และแยกขยะในตำบลคูเมือง อำเภอวารินชำราบ ซึ่งมีเนื้อที่ ๒๘๒ ไร่

ท่านนายกเทศมนตรี  เทศบาลวารินชำราบ  นายจีรชัย  ไกรกังวาน  มีรถขยะอยู่ในความดูแลเพียงแค่ ๗ คัน  ขยะส่วนใหญ่จึงถูกขนมาโดยรถขยะของเทศบาลข้างเคียงเอง  และรวมทั้งขยะของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์  ซึ่งมีขยะหลายตันต่อวัน  โดยเป็นขยะติดเชื้อวันละประมาณ ๑ ตัน  จึงต้องพิถีพิถันและใส่ใจต่อการเคลื่อนย้าย ขนส่ง และทำลายเป็นกรณีพิเศษ

ขยะเหล่านี้  จากการศึกษาวิจัยของเทศบาลพบว่าเป็นขยะย่อยสลายได้ (เช่น ใบไม้, เศษอาหาร) ประมาณ ๓๘.๕%  เป็นถุงพลาสติค ๑๒%  ภาชนะพลาสติค ๕.๕%  เศษแก้วและขวดแก้ว ๑๓%  กระดาษ ๕.๕%  และโลหะประมาณ ๑% ซึ่งเกือบทั้งหมดหากมีการคัดแยกและบริหารจัดการที่ดีก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เกือบทั้งหมด

ขยะย่อยสลายได้  สามารถเอาไปทำเป็นปุ๋ยหมัก น้ำหมัก ผลิตแก๊สธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งผ่านกระบวน Paralysis เป็นน้ำมันที่ใช้กับเครื่องยนต์เบนซินได้

ถุงพลาสติคและภาชนะพลาสติค สามารถนำไปล้าง ผึ่งแห้ง บดสลาย แล้วรีดออกมาเป็น พลาสติคเส้น และเม็ด บรรจุถุง นำไปจำหน่ายต่อให้โรงงานพลาสติคได้ถึงกิโลกรัมละ ๒๐ บาท

กล่องนม และเครื่องดื่มต่างๆที่เป็นกระดาษแข็ง  สามารถนำมาบดอัด  ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ แทนไม้อัดได้  นำมาทำเป็นพื้นโต๊ะ พนักเก้าอี้

ภาชนะแก้ว และกระป๋องโค้กโลหะต่างๆ  สามารถขายต่อให้โรงงานอุตสาหกรรมนำไปแปรรูปใช้ใหม่ได้ 

การดำเนินงานดังกล่าว  ส่วนใหญ่เป็นการสนับสนุนและใช้งบประมาณของเทศบาลเอง  แต่ในส่วนของการลดปริมาณขยะ และแยกขยะแต่ต้นทางจะช่วยทำให้มีขยะต้องเก็บโดยเทศบาลน้อยลง  ทางเทศบาลได้ใช้งบกองทุนสุขภาพระดับพื้นที่ (สปสช. vs. ท้องถิ่นร่วมลงขัน) ไปในการ

  • จัดตั้งชุมชนตัวอย่างในการจัดการขยะ
  • อบรมผู้นำชุมชนและชาวบ้านให้มีความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ, การทำปุ๋ยหมัก, การนำขยะย่อยสลายไปใช้ประโยชน์
  • ซื้อถังขยะแจกแก่ครัวเรือน
  • ตรวจสุขภาพประจำปี ให้แก่พนักงานเทศบาลและชาวบ้านที่ทำหน้าที่แยกขยะ และสัมผัสขยะในพื้นที่หลักของเทศบาล
โครงการดังกล่าว  ได้ส่งผลให้เกิดชุมชนต้นแบบในพื้นที่ในการจัดการขยะทั้งในระดับปฐมภูมิ (ชุมชน) และทุติยภูมิ (เทศบาล) ในพื้นที่ และเป็นต้นแบบให้เทศบาลและชุมชนอื่นเป็นแบบอย่าง

หากใครต้องการดูรูปแบบการจัดการขยะในระดับมหภาคจังหวัด  ก็ต้องไปดูที่ภูเก็ต  หากเป็นระดับอำเภอต้องที่วารินชำราบ  หากเป็นที่ระดับชุมชนตำบล หรือหมู่บ้าน ก็ต้องไปดูที่ อำเภอพังโคน สกลนคร

กองทุนสร้างเสริมสุขภาพพื้นที่ตำบล  ถือเป็นกลไกสำคัญอีกอันหนึ่งที่จะช่วยให้ชุมชนพื้นที่  มีความสามารถในการจัดการขยะได้ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น ซึ่งลดการพึ่งพิงและการสั่งการผูกขาดจากส่วนกลางได้เป็นอย่างดี

นี่คืออานิสงค์อีกรูปธรรมหนึ่ง ของกองทุนสร้างเสริมสุขภาพพื้นที่  ที่บริหารร่วมกันระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น

ข้อมูลสื่อ

416-88
นิตยสารหมอชาวบ้าน 416
ธันวาคม 2556
นพ.วีระวัฒน์ พันธ์ครุฑ