ยาดองสมุนไพร

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

23-009
นิตยสารหมอชาวบ้าน 23
มีนาคม 1981
พระมหานนท์ กตปุญโญ (พุทธบุตร ภิกขุ)

ยาดองสมุนไพร


การรักษาโดยใช้สมุนไพร หรือที่เรียกว่า การรักษาแผนโบราณ ถ้าจะถามว่ามีมาแต่สมัยใดหรือเมื่อไร คงจะตอบยาก หรือตอบไม่ได้เลย หรือถ้าจะมีผู้ตอบได้ ก็กรุณาตอบผ่านทาง “หมอชาวบ้าน” ให้ผู้เขียนและคนอื่น ๆ ได้รับทราบด้วย
ผู้อ่านเห็นหัวข้อเรื่องยาว ๆ นี้ คงจะงง ไม่ต้องงงหรอก พระพุทธองค์ไม่ได้มีแต่ธรรมมะอย่างเดียวที่ตรัสสอนแนะนำพุทธบริษัทหากพระองค์ทรงเป็นแพทย์ด้วย รักษาพุทธบริษัททั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ในสมัยที่พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ใครประสบทุกข์ด้วยเรื่องใด ไม่ว่าทางด้านร่างกายและจิตใจ พระองค์ทรงรักษาหายหมด ซึ่งมีปรากฏในคัมภีร์ชาดกหลายต่อหลายแห่งด้วยกัน

แต่สำหรับในเรื่องนี้ ผู้เขียนจะเขียนเรื่องยาดองสมุนไพรที่พระองค์ทรงประทานไว้แก่ภิกษุ เมื่อเกิดอาพาธ และภิกษุ-สามเณร ที่บวชในพุทธศาสนานี้ จะต้องศึกษาในเบื้องต้น นั่นก็คือ อนุศาสน์ 8 อย่าง มีนิสัย 4, อกรณียกิจ 4, นิสัย 4 ก็มี 1. เที่ยวบิณฑบาต 2. อยู่โคนต้นไม้ 3. นุ่งห่มผ้าบังสุกุล และ 4. ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า สามข้อแรกข้างต้น ผู้เขียนจะไม่เขียนถึง จะเขียนเฉพาะข้อที่ 4 คือ ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า ผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า เอ๊!...ยาดองชนิดนี้มันอะไรกัน ไม่ต้องสงสัยหรอก ผู้เขียนจะพยายามเขียนสั้น ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ พระพุทธองค์ตรัสว่า

“ภิกษุทั้งหลาย เมื่อพวกเธออาพาตไม่สบาย จงทำยาดองด้วยลูกมะขามป้อมและลูกสมอ ซึ่งพวกเธอนำลูกมะขามป้อมและลูกสมอมาทุบให้แตกแล้วใส่ลงในภาชนะและถ่ายปัสสาวะลงไปในภาชนะนั้น แช่ไว้ประมาณ 7 วัน แล้วก็เอามาฉัน อาพาธของเธอก็จะหาย”

นี่แหละ ยาดองสมุนไพรที่พระพุทธองค์ ทรงตรัสแนะนำภิกษุสงฆ์สาวกของพระองค์
ก่อนที่จะเขียนต่อไปถึงเรื่องวิธีทำ ผู้เขียนใคร่จะเขียนถึงสรรพคุณของลูกมะขามป้อมและลูกสมอสักเล็กน้อย เพื่อผู้อ่านจะได้เข้าใจถึงสรรพคุณยาดองสมุนไพรขนานนี้ ว่าใช้แก้โรคอะไรได้บ้าง
ลูกมะขามป้อม รสฝาดเปรี้ยว แก้เสมหะ ทำให้ชุ่มคอดี แก้ไข้
ลูกสมอไทยอ่อน รสเปรี้ยว แก้โลหิตในท้อง แก้น้ำดี แก้เสมหะ ระบายอุจจาระ
ลูกสมอไทยแก่ รสเปรี้ยวฝาด ขม แก้ไข้เพื่อลม แก้เสมหะ แก้ไข้เพื่อเสมหะ
ท่านผู้อ่านก็พอจะเข้าใจแล้วใช่ไหมว่า ยาดองด้วยน้ำมูตรเน่าใช้แก้โรคอะไร และยาขนานนี้ถ้าสรรพคุณไม่ดีจริง ๆ พระพุทธองค์ก็คงจะไม่ตรัสสอนแนะนำให้ภิกษุทำใช้ทำฉัน

วิธีทำ ก็ไม่ยากเพียงแต่ท่านนำลูกมะขามป้อมแก่ ๆ มาสัก 9 ลูก หรือมากกว่านี้ก็ได้ แล้วทุบให้แตก ใส่ลงไปในขวดหรือในโหล แล้วก็นำลูกสมอไทยแก่มาเท่ากัน ทุบให้แตกอีกเช่นกัน ใส่ลงไปในขวดหรือในโหลอันเดียวกัน แล้วท่านก่ายปัสสาวะลงไปในขวดหรือโหลนั้น ประมาณสัก 2 หรือ 3 ครั้ง เอาจนท่วมลูกมะขามและลูกสมอ แล้วทิ้งไว้สัก 7 หรือ 9 วันก็ได้ ยิ่งเขย่าขวดได้ทุกวันยิ่งดี

เรื่องกลิ่น ธรรมดาว่า ปัสสาวะของคนเราจะเหม็นสาบ แต่ท่านไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องกลิ่นว่าจะเหม็นสาบอยู่เช่นเดิม ตรงกันข้าม คือไม่มีกลิ่นปัสสาวะเลย แถมจะมีกลิ่นหอมของมะขามป้อมและสมอเสียด้วย

เรื่องสี ธรรมดาว่า ปัสสาวะของคนเราจะมีสีต่าง ๆ กัน บางคนก็มีปัสสาวะสีใส บางคนก็สีชา อันนี้ท่านก็ไม่ต้องวิตกกังวลอีก ลูกมะขามป้อมและลูกสมอมันจะกันสีเหล่านั้นให้หายไปหมด จะกลายเป็นสีใสแจ๋วไปเลย สีใสยิ่งเสียกว่าน้ำฝนอีก ถ้าไม่เชื่อก็ขอให้ลองทำดู ว่าจะเป็นอย่างที่ผู้เขียนเขียนมาหรือไม่ ประหยัดไม่ต้องลงทุนให้เสียเงินเลย
ผู้เขียนเองก็เคยทำฉันมาแล้วหลายครั้ง และก็ไม่ได้ฉันผู้เดียวด้วย พระ-เณร หลายองค์ก็พลอยได้ฉันน้ำปัสสาวะของผู้เขียนสบายไปหลายองค์ เรื่องสรรพคุณเห็นทีจะไม่ต้องบอกก็ได้ใช่ไหม ว่าแก้โรคอะไร สงสัยอ่านทวนอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะอ่านเรื่องสรรพคุณของลูกมะขามป้อมและลูกสมอไทย ท่านก็จะเข้าใจเอง

ขนาดที่กิน กินก่อนอาหารครั้งละประมาณถ้วยชาจีน (ประมาณ 8 ถึง 10 ช้อนชา) ฆราวาสก็ทำกินรักษาโรคได้ ไม่เฉพาะแต่ภิกษุ-สามเณร ที่ผู้เขียนเขียนมานี้ ขอท่านทั้งหลายอย่าเพิ่งหลงเชื่อง่าย ๆ ขอให้ทดลองทำดูเสียก่อน ถ้าเป็นจริงอย่างที่เขียนแล้ว ถึงค่อยเชื่อ เพราะพระพุทธองค์ทรงตรัสสอนไว้ไม่ให้เชื่อใครหรืออะไรง่าย ๆ ขอให้พิจารณาให้เห็นจริงแล้วถึงค่อยเชื่อ