• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ผิดเพศ

รองศาสตราจารย์นายแพทย์อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

คนที่มีบทบาททางเพศเบี่ยงเบนไปนั้นเป็นอะไรกันแน่

เวลานี้สังคมเรามีความค่อนข้างจะกังวลและตระหนกตกใจกลัวเกี่ยวกับเรื่องที่ลูกหลานหรือคนในสังคมนี้เป็นเกย์ ตุ๊ด ทอม ดี้กันมาก และยิ่งเรื่องเอดส์เข้ามาผสมผสานอีกด้วยก็ยิ่งกลัวกันใหญ่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลาย มีความรู้สึกกลัวว่าลูกหลานของตัวเองจะกลายเป็นเกย์ ตุ๊ด ทอม ดี้ เพราะความจริงจำนวนไม่น้อยก็เป็นเหมือนกัน คนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิดอย่างมาก และบางทียังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกย์ ตุ๊ด ทอม ดี้เป็นอย่างไร

ในสังคมไทยของเรานั้น ตั้งแต่ไหนแต่ไรมารวมเรียกคนที่มีบทบาททางเพศผิดปกติ หรือเบี่ยงเบนไปจากปกติว่าเป็นกะเยไปหมด โดยหารู้ไม่ว่าบุคคลที่มีบทบาททางเพศเบี่ยงเบนไปนั้น มีมากมายหลายประเภท แต่เรามักเรียกว่าเป็นกะเทยกันหมด

คนที่มีบทบาททางเพศเบี่ยงเบนมีกี่ประเภทกันแน่
มี 6 ประเภทดังนี้
1. กะเทย (HERMAPRODITE)
2. ลักเพศ (TRANSVESTITE)
3. เปลี่ยนเพศ (TRANSSEXUAL)
4. รักต่างเพศ (HERTEROSEXUAL)
5. รวมเพศ (BISEXUAL)
6. รักร่วมเพศ (HOMOSEXUAL)

1. กะเทย
ทางการแพทย์เรียกเฉพาะคนที่มีความผิดปกติทางร่างกายจริงๆ ตั้งแต่กำเนิด มีลักษณะทางเพศคือ อวัยวะเพศหญิงและชายก้ำกึ่งกำกวมอยู่ในตัวคนเดียวกัน บอกไม่ได้ว่าเป็นหญิงหรือชายกันแน่ทางกายภาพ

ชาวบ้านมักเรียกผลไม้ที่มีเม็ดลีบว่ากะเทย เช่น ลำไยกะเทย คือลำไยที่มีเม็ดลีบมากๆเอาไปปลูกไม่ได้แล้ว

กะเทยจริงๆคือ คนที่มีความผิดปกติทางเพศในตัวอย่างชัดเจนก้ำกึ่งกัน เป็นหญิงก็ไม่ใช่ เป็นชายก็ไม่เชิง เป็นความผิดปกติทางกาย มีเต้านม มีอวัยวะเพศคล้ายๆผู้หญิง แต่ถ้าดูกันให้ชัดเจนจะเห็นมีองคชาตแต่นิดเดียว ความจริงแล้วเป็นช่องคลอด ถุงอัณฑะ ซึ่งจริงๆก็ไม่ใช่ถุงอัณฑะ แต่เป็นแคมนอกแล้วก็มีแคมใน

เช่น เมื่อไม่นานมานี้ที่อีสานมีหนุ่มอยู่รายหนึ่ง ปวดท้องทุกเดือนๆ ปวดจนดิ้นเลย หมอรักษาเท่าไรก็ไม่หาย ตรวจเท่าไรก็ไม่พบ จนสุดท้ายหมอตัดสินใจผ่าท้องดู พอเปิดหน้าท้องก็พบว่ามีมดลูกอันใหญ่ เพราะฉะนั้นทุกเดือนมดลูกจะขับประจำเดือนออกมา แต่ไม่มีทางออกมาภายนอกเหมือนผู้หญิงทำให้ตกอยู่ในช่องท้อง เดือนหนึ่งก็ปวดครั้งหนึ่ง การรักษาโดยการผ่าตัดเอามดลูกออกก็ทำให้เป็นชาย 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะร่างกายภายนอกเป็นชายทุกอย่าง

2. ลักเพศ
หมายถึง คนที่เกิดมาทางกายภาพเป็นชาย 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นหญิง 100 เปอร์เซ็นต์
เป็นผู้ชายก็มีองคชาต มีลูกอัณฑะ มีฮอร์โมนเพศครบถ้วน
เป็นผู้หญิงก็มีอวัยวะต่างๆของหญิงครบถ้วน

คนกลุ่มนี้มีรสนิยมทางเพศแปลก คือ จะมีความสุขทางเพศเกิดขึ้นจากการที่ได้สวมใส่เสื้อผ้าเครื่องใช้ของเพศตรงข้ามกับเพศธรรมชาติของตนเอง เช่น เป็นชายก็จะเอาเสื้อผ้าเครื่องใช้ของหญิงมาใส่ การได้ทำอย่างนั้นจะเกิดความรู้สึกตื่นเต้นมีความสุขทางเพศขึ้นมา

ใครที่เคยไปดูโชว์ที่พัทยา คนไทยมักเรียกกันผิดๆว่าเป็นโชว์กะเทย ความจริงถ้าจะเรียกกันให้ถูกต้องคือ โชว์ลักเพศ อย่างพวกเด็กหนุ่มๆหน้าตาดีๆ เต้นกินรำกินอยู่ที่อัลคาซาร์ ทิฟฟานี หรือไซมอน ไม่ใช่เป็นเกย์ทุกคน มีจำนวนหนึ่งที่เป็นลักเพศ หลายๆคนมีเมียมีลูก ตอนกลางวันอยู่กับเมียกับลูก ทุกอย่างเหมือนผู้ชายธรรมดาทั่วไป แต่พอเย็นลงได้เวลาก็ไปแสดงบนเวที ระหว่างที่เขาแสดงเขามีความสุข มีความตื่นเต้นทางเพศเกิดขึ้น ไม่ได้เป็นรักร่วมเพศเสมอไป

เวลามีเด็กจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะนักเรียนชายตามโรงเรียนดีๆทั้งหลายในกรุงเทพฯจำนวนมากทีเดียว จะมีเด็กกลุ่มหนึ่งเวลาว่างหรือเย็นวันศุกร์จะรวมกลุ่มกันแต่งหน้าทาปากซะหรูหราเลย เดินกันเป็นกลุ่มไปเที่ยวตามบาร์ต่างๆที่พวกเด็กชอบเที่ยวกัน

พวกนี้อาจจะยังไม่ได้เป็นรักร่วมเพศ แต่เป็นแค่ลักเพศเท่านั้น แต่ถ้าพ่อแม่หรือผู้ปกครองไม่เข้าใจ จับใส่ตะกร้าเกย์หมด การช่วยเหลือจะผิดไปมากเลย

3. เปลี่ยนเพศ
คนพวกนี้เกิดมาเป็นชาย 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นหญิง 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีความผิดปกติทางร่างกายเลยแม้แต่นิดเดียว ฮอร์โมนปกติทุกอย่าง เพียงแต่เขามักจะบอกว่าเป็นอุบัติเหตุของพระเจ้าจริงๆที่ส่งเขาซึ่งมีวิญญาณมีชีวิตจิตใจเป็นหญิงมาเกิดบนร่างชาย หรือส่งเขาซึ่งมีวิญญาณที่เป็นชายมาเกิดบนร่างของผู้หญิง พูดง่ายๆคือจิตใจวิญญาณบางครั้งตรงกันข้ามกับเพศธรรมชาติของเขา พวกนี้จะทำทุกอย่างเพื่อเปลี่ยนเพศให้ได้

สมมติ ถ้าเกิดมาเป็นชายแต่จิตใจเป็นหญิง เขาอาจจะอายองคชาตของเขาที่สุด มีหลายๆรายตั้งแต่เล็กจะเอาองคชาติหนีบไว้ในง่ามก้นและเอาสก็อตเทปติดไว้จนแน่น อัณฑะก็หนีบเอาไว้ และพวกนี้จะทำทุกอย่างเพื่อผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศธรรมชาติธรรมชาติของตัวเองออกไป แล้วอยากจะให้ตกแต่งดูคล้ายกับเพศที่จิตใจของเขาเป็นมากขึ้น

พวกนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นรักร่วมเพศเสมอไป
ไม่จำเป็นต้องเป็นลักเพศเสมอไป

แต่เพียงเพราะวิญญาณของเขาเป็นหญิงพอผ่าตัดเสร็จพวกนี้แต่งตัวตามจิตใจของเขา เล่นบทบาททางเพศตามจิตใจของเขา โดยเนื้อแท้ไม่มีความสุขทางเพศโดยได้แต่งตัวเป็นหญิง หรือไม่มีความสุขทางเพศจากการได้สมสู่กับคนเพศเดียวกัน เพราะการสมสู่กับคนเพศเดียวกันนั้นเป็นเพียงผลิตผลที่ตามมาไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ

การผ่าตัดเปลี่ยนเพศศัลยแพทย์ต้องส่งมาให้จิตแพทย์ และจิตแพทย์ต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์แต่ละคนไม่ใช่ง่ายนะครับ บางรายต้องเชิญพ่อแม่มา หรือขอดูอัลบั้มรูปตอนเด็กๆจะได้ดูการพัฒนาการทางเพศของเขาตั้งแต่เล็กเป็นมาอย่างไร ใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปี กว่าจะรู้ว่าเขาเป็นพวกเปลี่ยนเพศ ไม่ใช่เป็นลักเพศหรือรักร่วมเพศ

ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะผ่าตัดเปลี่ยนเพศให้ทุกราย มีพวกเปลี่ยนเพศกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเองที่การผ่าตัดเปลี่ยนเพศจะช่วยทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น จิตแพทย์จะต้องพิจารณาต่อไปว่าลองดูบทบาททางเพศของเขาก่อน บางทีถึงจะเป็นหญิง 70-80% แต่ไม่กล้าสวมบทบาทเป็นหญิง 100 เปอร์เซ็นต์ ทุกอย่าง

ต้องมีการให้ใช้ชีวิตเหมือนผู้หญิง 100 เปอร์เซ็นต์ ทุกอย่าง แล้วกลับมาดูซิว่าการใช้ชีวิตแบบนั้นจะมีปัญหาอะไร จนสุดท้ายเห็นว่าเขาเป็นหญิงได้ จะมีความสุขได้จากการผ่าตัดเปลี่ยนเพศ จิตแพทย์ถึงจะเซ็นชื่ออนุญาตให้ผ่าตัดได้

จิตแพทย์เท่านั้นที่จะเซ็นชื่ออนุญาตให้ผ่าตัดได้ ถ้าพลาดไปแล้วชีวิตคนทั้งชีวิต ของเก่าดีๆไปทำให้เสียมันทารุณนะครับ

ผ่าตัดเปลี่ยนเพศแล้วไม่ใช่ทุกรายที่มีความสุข เสียเวลาทั้งหมอและคนไข้

4. รักต่างเพศ
คนปกติหรือสัตว์ปกติเป็นรักต่างเพศ ถ้าเป็นชายก็รักหญิง โดยสัญชาตญาณแล้ว คือรักคนที่เป็นเพศตรงข้ามกับเรา

5. รวมเพศ
เป็นรัก 2 เพศ คือรักได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เรียกได้ว่าได้ทั้งกระแสตรงและกระแสสลับ มีมากกว่าพวกรักร่วมเพศเสียอีก ในสังคมไทยมีมากแต่งงานมีลูกแล้วมีชีวิตรักส่วนตัวชอบไม้ป่าเดียวกัน ชายที่เป็นรัก 2 เพศก็เยอะ หญิงที่เป็นรัก 2 เพศก็มาก พวกนี้ฟังดูเหมือนได้เปรียบคนอื่นเขา แต่จะมีพฤติกรรมทางเพศเด่นไปทางใดทางหนึ่งจะเป็นชนิด 50:50 ไม่ค่อยมี

6. รักร่วมเพศ
หมายถึง คนที่มีความสุขทางเพศกับคนที่เป็นเพศเดียวกับตนเอง ถ้าเกิดมาเป็นชายก็ชาย 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะร่างกาย จิตใจ อวัยวะเพศ เป็นหญิงก็ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าจะเกิดความสุขความพอใจทางเพศกับคนที่เป็นเพศเดียวกัน

ถ้าเป็นชายรักกับชาย เรียกว่ารักร่วมเพศชาย
ถ้าเป็นหญิงรักกับหญิง เรียกว่ารักร่วมเพศหญิง

รักร่วมเพศชายส่วนมากเรียกว่า เกย์ (GAY) ระยะหลัง 4-5 ปีที่ผ่านมามีคำว่า ตุ๊ด เข้ามาเกี่ยวข้อง (เมื่อก่อนเรียกเกย์) บางคนบอกว่าตุ๊ดต้นศัพท์คงจะมาจาก ตูด แต่ความจริงมาจากศัพท์ว่า ทุซซี่ ชื่อหนังเรื่องหนึ่งที่เข้ามาฉายในเมืองไทย หลังจากนั้นมาชาวเกย์ทั้งหลายก็เรียกคนที่ออกไปทางผู้หญิงหน่อย หรือเกย์ควีนว่า ตุ๊ด

เกย์แบ่งออกเป็น 2 จำพวกคือ เกย์คิงและเกย์ควีน
เกย์คิง หมายถึง คนที่เป็นเกย์ชาย แต่ว่าลักษณะข้างนอกก็บอกไม่ได้ หลายๆคนเห็นลักษณะภายนอกแล้วตัดสินว่าใครเป็นเกย์คิง เกย์ควีนไม่ได้ หลายๆคนเห็นลักษณะภายนอกแล้วตัดสินว่าใครเป็นเกย์คิง เกย์ควีน บอกได้บ้างแต่ไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ การตัดสินว่าใครเป็นเกย์คิง เกย์ควีน อยู่ที่พฤติกรรมทางเพศ ใช้บทบาททางเพศในการแบ่ง

มีการพูดกันเสมอว่าเกย์คิงคงจะจีบเกย์ควีน ตรงกันข้ามเลย ทั้งเกย์คิงและเกย์ควีนจะเกลียดซึ่งกันและกัน จะมีมีโอกาสเห็นเกย์คิงและเกย์ควีนไปด้วยกัน แต่ทั้งเกย์คิงและเกย์ควีนจะแข่งกันจีบผู้ชายดีๆ ผู้ชายที่เป็นผู้ชาย 100 เปอร์เซ็นต์ บุคลิกดี สง่า หล่อเหลา เป็นที่ต้องตาต้องใจของทั้งเกย์คิงและเกย์ควีนมากขึ้น

เราจะใช้ลักษณะภายนอกตัดสินว่าใครเป็นเกย์ไม่ได้ คนในสังคมไทยหลายๆคนที่เป็นผู้ชายทั้งแท่งเลย สง่า มีงานที่มั่นคง แต่ชีวิตส่วนตัวอาจจะเป็นเกย์คิง หรือเกย์ควีนก็ได้

ตรงกันข้าม บางคนดูเผินๆว่าเป็นเกย์ เดินกระตุ้งกระติ้งจริงๆแล้วไม่ได้เป็นเกย์หรอก เพราะฉะนั้นอย่าด่วนตัดสินลงไปด้วยลักษณะภายนอกเป็นอันขาด คนที่ท่านไม่เคยคิดว่าเป็นเกย์อาจจะเป็นเกย์ก็ได้

สัญลักษณ์ของเกย์มีหลายชนิด สื่อกันได้ต่างๆ ตั้งแต่สัญลักษณ์มือ เสื้อผ้า ผ้าเช็ดหน้า เกย์ทั้งหลายเขาจะสื่อกันได้ มีสัญญาณที่จะบอกว่าเขาชอบลักษณะไหน เพื่อที่จะจับคู่กันได้ทันทีไม่ต้องเสียเวลาคุยกันนาน

รักร่วมเพศหญิงหรือเลสเบี้ยนมาจากคำว่า เลสโบ เป็นชื่อเกาะๆหนึ่งในประเทศกรีก เจ้าผู้ครองเกาะมีลูกสาวสวยชื่อแซฟโฟร เป็นกวีเอกของกรีกและเป็นรักร่วมเพศหญิง

บทกวีนิพนธ์ของแซฟโฟรบรรยายความรักระหว่างหญิงต่อหญิงด้วยกัน ชาวกรีกอ่านกวีนิพนธ์ของแซฟโฟรบ่อยๆ ก็เลยนึกว่าคนบนเกาะเลสโบคงจะทำอย่างนี้กันหมดก็เลยเรียกคนที่มีบทบาททางเพศแบบรักร่วมเพศหญิงว่า เลสเบี้ยน ทำเหมือนกับพวกชาวเกาะเลสโบ

เมืองไทยเมื่อก่อนนี้ก็เรียกว่าเลสเบี้ยนมาตลอด แต่ต่อมาระยะไม่ถึง 10 ปี ได้เปลี่ยนมาเรียกกันว่าทอม และปัจจุบันนี้ทอมกับดี้มีค่อนข้างมากในสังคมไทย

พ่อแม่จะเลี้ยงลูกกันอย่างไรนั้นสำคัญน้อยกว่าพ่อแม่ปฏิบัติต่อกันอย่างไร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.เสรี วงษ์มณฑา
คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สาเหตุอะไรที่ทำให้ลูกมีพฤติกรรมทางเพศเบี่ยงเบน
จากประสบการณ์ของตัวเองและเพื่อนๆที่เป็นเกย์ ในแง่การเลี้ยงดูของพ่อแม่ที่มีส่วนทำให้ลูกมีพฤติกรรมทางเพศเบี่ยงเบนมีดังนี้

1. ค่านิยมเลี้ยงลูกผู้หญิงและเลี้ยงลูกผู้ชาย
พ่อแม่ที่แสดงความรักลูกเพศใดเพศหนึ่งอย่างชัดเจน จนกระทั่งกลายมาเป็นความลำเอียง อาจจะทำให้ลูกนั้นเกิดพัฒนาการกลายเป็นเพศที่พ่อแม่ปรารถนาและต้องการ

อีกกรณีหนึ่งคือ ทางบ้านจะตีลูกผู้ชาย แต่ไม่ตีลูกผู้หญิง เพราะมักจะรู้สึกว่าลูกผู้หญิงน่ารักสารพัด ทำให้เด็กผู้ชายบางคนเริ่มต้นมองเห็นวิถีทางเดียวเท่านั้นที่จะไม่ถูกตีเหมือนพี่ๆผู้ชานคนอื่น ก็เริ่มทำตนเป็นเด็กผู้หญิง กรณีนี้หมายความว่า เด็กกำลังประพฤติปฏิบัติทางเพศของเขาสอดคล้องไปกับค่านิยมของพ่อแม่

พ่อแม่ไม่ควรแสดงความลำเอียงอย่างชัดแจ้งในเพศใดเพศหญิง จะลูกผู้หญิงหรือลูกผู้ชายก็ขอให้คิดว่าหญิงก็ได้ ชายก็ได้ ลูกของเราทั้งนั้น อย่าทำให้ลูกมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนเพื่อตอบสนองความรักของพ่อแม่ที่มีความลำเอียง

2. ความคาดหวังของพ่อแม่
มีพ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่พอตั้งท้องขึ้นมามักจะถามกันว่า จะเอาผู้หญิงผู้ชาย ต่างๆนานา แต่พระเจ้าไม่ได้ตอบสนองความต้องการของพ่อแม่ที่ต้องการเสมอไป บางทีอยากได้ลูกชายแต่ออกมาเป็นผู้หญิง บางทีอยากได้ผู้หญิงแต่ออกมาเป็นผู้ชาย

กรณีเช่นนี้จะทำให้พ่อแม่ลืมสำรวจเพศของลูกอย่างชัดแจ้งว่าเกิดเป็นเพศอะไร มักสำรวจแต่ในสมองของตัวเองว่าต้องการอะไร เมื่อลูกออกมาไม่ได้ดูแล รู้แต่ว่าในสมองของตัวเองกำลังคิดถึงเพศอะไรก็เลี้ยงไปตามเพศนั้น ได้ลูกผู้หญิงก็เลี้ยงเป็นผู้ชาย ได้ผู้ชายก็เลี้ยงเป็นผู้หญิง

แสดงว่าพ่อแม่ไม่พยายามจะลืมความคาดหวังของตัวเอง หลังจากลูกโผล่ออกมาจากท้องแล้วคือ ตอนท้องนั่งไหว้พระอยู่อย่างไร ได้มาก็ไม่ดูว่าเป็นเพศอะไร แต่มักเลี้ยงตามที่คาดหวัง

3. ค่านิยมของคนไทยเกือบทั้งประเทศ
พ่อแม่ชอบเลี้ยงลูกผู้หญิงตอนเด็กๆ เล็กๆ แล้วชอบเลี้ยงลูกผู้ชายตอนโต คือตอนเล็กๆชอบด่าลูกผู้ชายว่าซนอย่างกับจับปูใส่กระด้ง ลูกผู้หญิงเรียบร้อยสบายกว่า

ตอนลูกเล็กๆอยากให้เป็นผู้หญิงกันหมด แต่พอตอนโตมีลูกผู้หญิงเหมือนมีส้วมอยู่ไว้บ้าน ผู้ชายจะไปไหนก็ไม่เน่าเสีย เพราะฉะนั้นบ้านไหนตอนเล็กๆอยากจะเลี้ยงแต่ลูกผู้หญิง พอโตมาก็อยากจะเลี้ยงแต่ลูกผู้ชาย เด็กโตมาจะบังคับให้กลับไม่กลับแล้ว เพราะอยากเลี้ยงแบบนั้นมาตั้งแต่เล็กๆ

กรณีนี้ส่วนใหญ่แล้วตัวพ่อแม่ไม่มากเท่าไรนัก ส่วนใหญ่คุณย่าคุณยายมากกว่าที่ชอบเลี้ยงหลานแบบนี้ เพราะหลานชายคนโตพ่อแม่มักจะไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยง แล้วย่ายายก็เห่อเอาไปเลี้ยง พ่อแม่จะเอากลับก็ไม่ให้เอากลับ แล้วก็ไปเปลี่ยนเพศลูกของเขาซะอีก ลูกของเขาเกิดมาเป็นชาย ก็เปลี่ยนให้เป็นหญิงนั่งพับเพียบเรียบร้อย ย่ายายมักพอในในความเรียบร้อยของหลาน

บางรายลูกทะเลาะกับพ่อแม่ทีก็หลบหลังย่ายาย ยายก็ร้ายด่าพ่อแม่ให้ลูกฟัง คือแทนที่ลูกจะนับถือพ่อแม่ ไม่มีเหลือแล้ว กลับไปนับถือย่ายาย เพราะย่ายายเป็นพวกตัวเอง

พ่อมีส่วนทำให้ลูกมีพฤติกรรมทางเพศเบี่ยงเบนนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร
1. ดุจนเกินเหตุ ดุมาก คำก็ด่า 2 คำก็ด่า 3 คำก็จะเตะ ในที่สุดลูกหลบหลังพ่อแม่ตลอดเวลาและความดุของพ่อนั้นในที่สุดแม่ก็จำเป็นจะต้องเอื้ออำนวยให้กับลูก โดยวิธีการปกป้องลูกทุกอย่าง ลูกก็จะเริ่มรังเกียจพฤติกรรมของพ่อ ในที่สุดการหลบหลังแม่นั้นก็เลยได้พฤติกรรมของแม่มาโดยครบถ้วน
2. เหยาะแหยะอ่อนแอ จนกระทั่งผู้บงการชีวิตลูกทุกคนคือแม่ประเภทโอ้มาดา ลูกฉันต้องเป็นอย่างนั้น ลูกฉันต้องเป็นอย่างนี้ พ่อก็นั่งแหยอ่านหนังสือพิมพ์ ตามใจคุณๆ แล้วแต่คุณๆ ผมไม่ว่าหรอก คุณตัดสินใจก็แล้วกัน เรื่องของคุณ ตกลงฉันเลี้ยงลูกตามที่ฉันต้องการนะ คือเหมือนฉัน ในที่สุดลูกก็เหมือนแม่
3. พ่อที่ไม่อยู่บ้าน ลูกไม่มีตัวอย่างที่จะเลียนแบบ ถ้าหากจะมีพฤติกรรมแบบผู้ชายแล้วจะใช้พฤติกรรมแบบใด ในเมื่อพ่อไม่มาให้เห็นหน้าเลย ทำให้ลูกไม่รู้จะเลียนแบบฉบับที่ไหน ไม่รู้จะทำอย่างไร ชีวิตที่เลียนแบบอยู่นั้นก็จะกลายเป็นชีวิตของแม่ที่จะต้องเลียนแบบอยู่ตลอดกาล

แม่มีส่วนทำให้ลูกมีพฤติกรรมทางเพศเบี่ยงเบนนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร
1. แม่ที่ทำงานบ้าน ดูแลภายในบ้านทั้งหมดและมักจะรวบอำนาจภายในบ้าน รวมไปถึงวิธีการเลี้ยงลูกและจะไม่ชอบลูกซึ่งเป็นเหมือนพ่อ หลายๆอย่างที่เธอมาพบหลังจากแต่งงานกันแล้ว เธอก็จะเป็นผู้ที่นั่งด่าพ่อให้ลูกฟัง เช่น

“ดูพ่อเขาสิ เหล้าจะกินไปถึงไหน รู้นะว่ามันไม่ดี แต่ก็กินๆๆ”
“ดูซิจุดบุหรี่อีกแล้ว นี่เธอเลิกสูบบุหรี่เสียทีได้ไหม”
“ดูซิถ้าแกเป็นเหมือนพ่อแกฉันตีตายเลย ไม่ยอมแน่”

ผัวเมียทะเลาะกันก็ทะเลาะกันไป ทำไมต้องด่าพ่อให้ลูกฟังด้วย อันนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเกย์อย่างเดียว

พ่อควรจะเป็นคนที่ลูกยกย่อง แต่แม่มาด่าพ่อให้ฟัง แล้วจะให้ลูกไปยกย่องใคร

แม่ควรจะเป็นคนที่ลูกยกย่อง แต่พ่อมาด่าแม่ให้ฟัง แล้วลูกจะไปยกย่องใคร

เพราะฉะนั้นการที่แม่นั่งด่าพ่อให้ลูกฟัง ลูกผู้ชายจะมีความรู้สึกว่าถ้าเป็นอย่างพ่อนี่ซวยนะ ใครก็ไม่รัก ขนาดเมียนอนด้วยทุกวันยังไม่รักเลย จะไปเป็นอย่างพ่อได้อย่างไร ในที่สุดพ่อก็ไม่ใช่แบบฉบับที่ดีที่สุดที่ลูกจะเอาเป็นแบบอย่าง

2. แม่ที่ใช้ลูกเป็นตัวแทนพ่อในยามเหงา ตรงนี้ก็ต้องโทษพ่อด้วยส่วนหนึ่ง พอพ่อมีอำนาจหน้าที่การงานสูงขึ้น ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น บางทีไม่เกี่ยวกับการงาน แต่เกี่ยวกับความเบื่อๆนี่แหละ จากเคยไปไหนมาไหนด้วยกันก็หมดยุคแล้ว

ตรงนี้คนที่จะกลายเป็นเหยื่อของแม่แทนพ่อคือ ลูก ไม่คนโตก็คนเล็ก ลูกคนกลางๆมักไม่ค่อยเป็นเกย์ และประเภทที่เอาลูกไปเป็นเพื่อนตามร้านทำผม ตามร้านตัดเสื้อ กรุณาสงสารเด็กเถอะ เด็กยังไม่ได้พัฒนาเอกลักษณ์อย่างหนึ่งอย่างใดเด่นชัด ลูกที่โตแล้วไม่เป็นไรหรอก เพราะลูกเริ่มรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร แต่ประเภทอะไรเป็นอะไรยังไม่รู้เลยแล้วก็ตามไป สมองเบือนไปทางแม่หมด

3. แม่ที่กลัวความเหงา ปฏิเสธผู้หญิงทุกคนที่มายุ่งกับลูกของตน ลูกจะจีบผู้หญิงคนไหนแม่จะด่าว่าประจำ ติโน่นตินี่จนไม่มีดีเลย จนกระทั่งในที่สุดลูกเรียนรู้วิธีการมองผู้หญิงแบบชนิดที่เรียกว่า หาผู้หญิงที่ยกย่องไม่ได้เลย เพราะแม่นั่งด่าให้ฟังทุกวัน แม่สร้างความชำนาญในการติผู้หญิงให้ลูกชาย ทำให้ลูกชายมองไปทั่วหัวเห็ดเจ็ดย่านน้ำหาไม่ได้สักคน คนที่บอกว่านี่คือคนที่ถูกต้องก็คือ แม่

ระยะยาวเด็กพวกนี้เกิดมีความรู้สึกรักผู้หญิงคนอื่นเหมือนตัวเองทรยศแม่ พวกนี้ถ้าใจกล้ามากๆแสดงออกกลายเป็นเกย์ไปเลย ถ้าใจไม่กล้าก็จะกลายเป็นพวกรักผู้หญิงไม่ได้ สมสู่กับผู้หญิงไม่ได้ แต่มีความสุขในการอยู่ใกล้กับผู้ชายเหมือนกัน แต่ไม่มีการแสดงออกทางพฤติกรรมรักร่วมเพศ

แม่บางคนพัฒนาตัวเองเป็นกลุ่มไซโครโซเมติก (Psychosomatic) ถ้าลูกออกจากบ้านแม่จะป่วย ลูกไปจีบผู้หญิงแม่จะป่วย ถ้าลูกอยู่บ้านไม่ไปเที่ยวหายป่วย ไม่ใช่แกล้งป่วย แต่สภาพจิตใจสะท้อนมาที่ร่างกาย ป่วยจริงๆ พอลูกบอกว่าไม่ออกไปไหน หายเดี๋ยวนั้น

แม่คนไทยมีนิสัยทำให้ลูกกลายเป็นรักร่วมเพศ แล้วรักผู้หญิงยากมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวันๆ เพราะปริมาณส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นนั้น เพราะว่าพ่อเริ่มทำให้แม่เหงามากขึ้น ยิ่งแม่เหงามากขึ้นเท่าไร ลูกคนสุดท้องหรือลูกคนเดียวที่มีอยู่เป็นเหยื่อชัดเจนมาก

ค่านิยมของคนไทยไม่ไว้ใจผู้ชาย มองผู้ชายนิสัยไม่ดี สำหรับผู้หญิงถือว่าเป็นคนมีจริยธรรมสูง มีสำนึกสูง เพราะฉะนั้นเรื่องแม่บุกเข้าไปในห้องลูกชายเป็นเรื่องธรรมดา

เพราะฉะนั้นพฤติกรรมระหว่างแม่กับลูกชายที่ทำให้ลูกชายเป็นเกย์จึงสูงกว่า พฤติกรรมของพ่อที่ทำให้ลูกสาวกลายเป็นทอม

เมื่อลูกเข้าสู่วัยที่ช่วยเหลือตัวเองได้ก็ควรจะแยกห้องให้ลูกได้เลย จะทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องกลายเป็นเกย์ แล้วยังทำให้ความเป็นตัวของตัวเองของลูกสูงขึ้นด้วย รับผิดชอบทำความสะอาดห้องนอน ทำให้ลูกรู้ว่าการมีชีวิตส่วนตัวนั้นคืออะไร

แต่พ่อแม่มักคิดว่าบ้านของฉัน ห้องลูกก็ของฉัน ฉันเลี้ยงลูกมา ดังนั้นจดหมายทุกฉบับฉันสามารถเซ็นเซอร์ได้ พ่อแม่แบบนี้จะต้องฝึกนิสัยเคารพสิทธิของมนุษย์ ทุกวันนี้เวลาลูกไม่อยู่บ้านชอบเข้าห้องลูกไปตรวจดูสิ่งต่างๆ เรื่องนี้น่าจะพัฒนากันใหม่

ไม่มีใครเกิดมาเป็นเกย์โดยกรรมพันธุ์ แต่ที่สำคัญคือสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดู

 

ข้อมูลสื่อ

103-005
นิตยสารหมอชาวบ้าน 103
มกราคม 2530
เพศชาวบ้าน

บทความที่เกี่ยวข้อง