• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ยาแก้ไอ

ยาแก้ไอ

อาการไอ เป็นอาการที่พวกเรารู้จักมักคุ้นกันดีทุกคน เป็นได้ทุกเพศทุกวัยไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่หรือคนชราและเป็นอาการที่น่าเบื่อ ทำความรำคาญแก่ตัวผู้ไอเองและผู้ที่อยู่ใกล้เคียง ด้วยเหตุนี้ยาแก้ไอจึงเป็นยาที่ขาดีเป็นเทน้ำเทท่า ไม่แพ้ยาแก้ปวดหัวตัวร้อนอีกตัวหนึ่ง

ก่อนที่จะพูดถึงสรรพคุณและการใช้ยาแก้ไอชนิดต่างๆ ที่มีขาในท้องตลาด ขอให้เรามาทำความรู้จักกับอาการไอกันเสียก่อ ดีไหมค่ะ

ทำไมคนเราจึงไอ

การที่คนเราเกิดมีอาการไอ ก็เนื่องจาก

1. มีสิ่งระคายเคือง เช่น เสมหะ ไอเสีย ควันไฟ ควันบุหรี่ ฝุ่นละออง ฯลฯ ทำความระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ ทำให้มีอาการไอแห้งๆ หรือ ไอมีเสมหะขาวใสเพียงเล็กน้อย พบในพวกที่สูบบุหรี่ คนที่เป็นหวัด แพ้อากาศ คันคอ เจ็บคอวัณโรคปอด หลอดลมอักเสบในระยะเริ่มแรก หรือ มะเร็งในปอดในระยะเริ่มแรก

2. ร่างกายต้องการขับเสลด หนอง หรือก้อนเลือด ในหลอดลมและถุงลมออกมา เป็นการช่วยลดอันตรายต่างๆ ที่จะเกิดกับร่างกาย อาการไอแบบนี้จึงนับว่าเป็นประโยชน์ต่อคนเราอย่างมาก มักพบว่าไอมีเสมหะหรือเสลดเหนียวข้น เป็นสีเขียวหรือสีเหลืองปนเขียว บางทีเป็นหนองหรือมีเลือดปนออกมา พบในพวกที่เป็นโรคปอดบวม (ชิ้น ปอดอักเสบ) หลอดลมอักเสบในระยะหลังหรือพวกที่เป็นโรคของปอดและหลอมลม เช่น หลอดอักเสบเรื้อรัง วัณโรคปอด ถุงพอง หลอดลมพอง มะเร็งใน ฯลฯ

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เราเป็นต้องเข้าใจและจดจำให้แม่นคือการไอไม่ใช่โรค แต่เป็นอาการมีสาเหตุจากโรคได้หลายชนิดดังกล่าวมาแล้ว จุดนี้เป็นจุดที่สำคัญมากทีเดียวในการบำบัดบรรเทาการไอ เพราะรักษาอาการไอโดยการกินยาแก้ไอเพียงอย่างเดียวแต่รักษาต้นเหตุที่ทำให้ไอด้วย จะสามารถทำให้หายจากอาการไอได้ เช่น มีอาการไอเพราะเป็นหวัด อาการไอจึงจะหายได้ แต่ถ้ากินแต่ยาแก้ไอ ไม่รักษาตัวปล่อยให้โรคหวัดลุกลามมีโรคแทรก อาการก็กลับจะหนักขึ้น จะหายก็ต่อเมื่อได้รักษาโรคแทรกให้หายแล้วเท่านั้น

จุดประสงค์ของการใช้ยาแก้ไอ

ในกรณีที่ไอแบบมีเสมหะ หรือ เสลดเหนียว การใช้ยาแก้ไอก็เพื่อละลายเสมหะที่ข้นเหนียวจับกันเป็นก้อนุดขวางทางเดินหายใจให้ใสขึ้น เพื่อที่ร่างกายจะได้ขจัดออกได้ง่ายขึ้นทำให้คนไข้สบายคอและหายใจได้สะดวกขึ้น แต่ถ้ามีอาการไอแบบแห้งๆ หรือไม่มีเสลด การใช้ยาแก้ไอ ก็มีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างออกไป คือ ต้องการให้ยาไประงับอาการไอนั้นเสีย เพื่อที่คนไข้จะได้ไม่ต้องทรมานกับการไอ และพักผ่อนได้เต็มที่ ตลอดจนลดอาการเหนื่อยอ่อนที่ที่เกิดจากการออกแรงในการไอมากไปคนไข้ก็จะสามารถฟื้นไข้ได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ ยาแก้ไอ ยังมีผลทำให้คนไข้รู้สึกชุ่มคอ ยาแก้ไอบางชนิดก็ช่วยลดน้ำมูกและอาการแพ้ต่างๆ ได้ด้วย เพราะผู้ผลิตมักนิยมใส่ตัวยาแก้แพ้ลดน้ำมูกร่วมด้วย

ยาแก้ไอที่เราพบได้ในท้องตลาดจะมีทั้งชนิดน้ำ ชนิดเม็ด มีทั้งที่เป็นยาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณที่ปรุงขึ้นจากตัวยาสมุนไพรมีทั้งที่เป็นยาสามัญประจำบ้าน และยาอันตราย นอกจากนี้ยังมีพวกลูกอมแก้ไอ ช่วยให้ชุ่มคอโล่งคอ

หลักการใช้ยาแก้ไอ

1. ต้องใช้ให้ถูกกับลักษณะการไอ เช่น ไอมีเสมหะเหนียวข้นก็ควรใช้ยาที่ช่วยละลายเสมหะ ขับเสมหะ เช่น มิสต์สกิลแอมม่อน ยาแก้ไอชวงป๋วยปี่เป่โหล่ว ฯลฯ ไม่ใช่ใช้ยาระงับการไอหรือยาแก้ไอที่เข้ายาแก้แพ้ซึ่งจะทำให้เสมหะเหนียวยิ่งขึ้น ติดพันอยู่ในลำคอ ขากออกยาก อาการไอก็จะยิ่งกำเริบหนักขึ้น

2. การใช้ยาชนิดน้ำ ต้องใช้ช้อนตวง ห้ามกรอกใส่ปากโดยกะปริมาณเอาเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายจากการกินยาเกินขนาดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นยาแก้ไอที่มีตัวยาอื่นๆ ผสมอยู่หลายตัว ช้อนตวงในที่นี้ควรใช้ช้อนที่ติดมากับขวดยา จะได้ขนาดที่แน่นอนกว่าช้อนชาหรือช้อนโต๊ะที่ใช้ตามบ้าน

ศัพท์อีกคำหนึ่งที่เรามักจะพบสำหรับการกินยาแก้ไอ คือ คำว่าใช้จิบเมื่อมีอาการไอ ควรใช้ยาแก้ไอที่ไม่เข้ายาอันตราย เช่น ยาแก้ไอน้ำดำ ยาแก้ไอน้ำเชื่อม ใช้จิบกินได้เมื่อรู้สึกคันคออยากไอ และควรใช้กับผู้ใหญ่เท่านั้น ไม่ควรใช้กับเด็กเล็ก

3. ต้องทราบว่า เราจะกินยาแก้ไอช่วยรักษาตัวเองไปพลางๆ ก่อนนานเท่าใด ถ้าพบว่ามีอาการต่างๆ ดังต่อไปนี้ ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรปรึกษาหมอ จะปลอดภัยกว่า

3.1 มีอาการไอเรื้อรังนานกว่า 1-2 สัปดาห์ และลองกินยาแก้ไอแล้ว แต่ไม่ได้ผลหรือกลับรุนแรงยิ่งขึ้น ยกเว้นในรายที่ไอหลังจากเป็นไข้หวัด ไอแห้งๆ หรือมีเสมหะขาวๆ เล็กน้อย และอาการทั่วไปเป็นปกติดีคือ กินข้าวได้ ทำงานได้ ไม่ผอมลง ไม่เหนื่อยอ่อน ก็ให้หยุดกินยาแก้ไอทุกชนิด ให้กินน้ำอุ่นๆ มากๆ ห้ามกินน้ำแข็งหรือน้ำเย็น อาการไอก็จะค่อยๆ หายไปเอง

3.2 มีอาการไอร่วมกับเป็นไข้ตัวร้อนนานกว่า 1 สัปดาห์

3.3 มีอาการหอบเหนื่อยเจ็บหน้าอกรุนแรง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด

3.4 ไอมีเสมหะข้นเหนียวเป็นสีเขียวหรือเหลืองปนเขียว หรือมีเลือดปน

ยาแก้ไอที่แนะนำให้ใช้เองที่มีขายในท้องตลาด ได้แก่

1. ยาแก้ไอน้ำดำ (Brown mixture) ขององค์การเภสัชกรรมเป็นยาสามัญประจำบ้านตัวหนึ่ง ใช้แก้ไอ ทำให้ชุ่มคอ เหมาะสำหรับการไอแบบแห้งๆ หรือไอระคายคอ เช่น ไอหวัด แพ้อากาศเจ็บคอ คันคอ ไม่เหมาะที่จะใช้กับการไอแบบมีเสมหะข้นเหนียว ขนาดที่ใช้ผู้ใหญ่กินครั้งละ 1-2 ช้อนชา เด็กกินครั้งละ 1/4-1 ช้อนชา วันละ 3-4 ครั้งหรือจิบเมื่อมีอาการไอ ยานี้ตั้งทิ้งไว้จะตกตะกอน ควรเขย่าขวดก่อนจะใช้ทุกครั้ง ราคาขนาด 60 ซี.ซี. ขวดละ 2.50 บาท ขนาด 180 ซี.ซี. ขวดละ 6.50 บาท

2. ยาแก้ไอน้ำเชื่อม (Cough Syrup) ขององค์การเภสัชกรรมเป็นยาสามัญประจำบ้าน มีสรรพคุณและการใช้เช่นเดียวกับยาแก้ไอน้ำดำทุกอย่าง ยกเว้นมีกลิ่นหวานกว่าเหมาะสำหรับเด็ก ราคาขนาด 60 ซี.ซี. ขวดละ 2.50 บาท

3. ยาแก้ไอแก้หวัดน้ำเชื่อม มียี่ห้อต่างๆ เช่น ยาแก้ไอแก้หวัดไพรินตอน (Piriton expectorant) ยาแก้ไอแก้หวัดคลอรีเอต (Chloreate expectorant) ฯลฯ ใช้แก้ไอ ขับเสมหะ แก้หวัด เพราะมียาแก้แพ้ที่มีชื่อว่า คลอร์เฟนิรามีนผสมอยู่ด้วย เหมาะที่จะใช้แก้ไอเนื่องจากโรคหวัดหรือแพ้อากาศ ไม่ควรใช้กับอาการไอแบบมีเสมหะเหนียวหือไอจากโรคหอบหีด เพราะจะทำให้เสมหะเหนียวเข้มข้นยิ่งขึ้น ไอออกยาก ทำให้ไอและหอบมากขึ้น ขนาดที่ใช้ เด็กกินครั้งละ 1/2 -1 ช้อนชา ผู้ใหญ่กินครั้งละ 2 ช้อนชา วันละ 3-4 ครั้ง ยาที่เข้ายาแก้แพ้นี้กินแล้ว อาจทำให้ง่วงนอนได้ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรต่างๆ หรือขับขี่รถยนต์ เรือยนต์ ยาแก้ไอไพริตอน ขวดเล็ก (56 ซี.ซี) ราคาขวดละ 8.50 บาท ขวดใหญ่ (112 ซี.ซี) ขวดละ 14.50 บาท ยาแก้ไอคลอรีเอต ขวดขนาด 60 ซี.ซี. ราคาขวดละ 6 บาท 120 ซี.ซี. ขวดละ 8.75 บาท 480 ซี.ซี. ขวดละ 18.25 บาท

4. มิสต์สกิลแอมม่อน (Mist Scill Ammon) ขององค์การเภสัชกรรม เป็นยาแก้ไอละลายเสมหะเหมาะที่จะใช้กับอาการไอแบบมีเสลดเหนียว เช่น หลอดลมอักเสบปอดบวม หอบหืด ฯลฯ ขนาดที่ใช้ ผู้ใหญ่กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ เด็กโตกินครั้งละ 1-2 ช้อนชา เด็กเล็กกินครั้งละ 1 ช้อนชา วันละ 3-4 ครั้งยานี้มีรสเฝื่อน อาจกินยากสักนิดยานี้ตั้งทิ้งไว้จะตกตะกอนควรเขย่าขวดก่อนกินทุกครั้ง ราคาขวดเล็ก (180 ซี.ซี.) ขวดละ 5 บาท ขวดใหญ่ ( 450 ซี.ซี.) ขวดละ 13.50 บาท

5. ยาแก้ไอชวงป๋วยปี่เป่โหล่ว ยาตัวนี้เป็นยาแผนโบราณ เป็นยาน้ำที่ทำจากสมุนไพรจีน มีรสหอมหวานอร่อย และช่วยให้ชุ่มคอ เหมาะที่จะใช้แก้ไอขับเสมหะ หรือใช้จิบให้ชุ่มคอใช้ได้ทั้งไอมีเสมหะและไอแห้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าดื่มน้ำอุ่นก่อนแล้วจิบยาแก้ไอนี้ตาม จะชุ่มคอมาก ขนาดที่ใช้ ผู้ใหญ่กินครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ เด็กกินครั้งละ 1-2 ช้อนชา วันละ 3-4 ครั้งหรือจิบเวลามีอาการไอ ราคาขวดเล็ก ขวดละ 9 บาท ขวดใหญ่ขวดละ 13 บาท

นอกจากนี้ยังมียาแก้ไออีกมากมายหลายชนิด ทั้งชนิดเม็ดและชนิดน้ำบางชนิดก็ราคาแพง บางชนิดระงับการไอได้ชะงัก แต่มีฤทธิ์ทำให้เสพติดได้ จึงไม่ขอนำมากล่าว ณ ที่นี้

ยาแก้ไอที่นับว่าวิเศษมากอีกตัวหนึ่ง เป็นยาแก้ไอที่ราคาถูกที่สุดในโลกและหาได้ง่ายในที่ทุกแห่ง ซึ่งพวกเราหลายคนอาจนึกไม่ถึง ก็คือ น้ำที่เราใช้ดื่มกันทุกวันนี้นี่เอง น้ำอุ่นๆ นี่แหละช่วยระงับการไอและช่วยละลายเสมหะที่ข้นเหนียวให้ใสขึ้น และถูกขับได้ง่ายขึ้น การดื่มน้ำอุ่นมากๆ บ่อยๆ เวลามีอาการไอ จะช่วยรักษาอาการไอได้มากทีเดียว นอกจากการดื่มน้ำอุ่นแล้ว เวลาไอ ควรงดอาหารรสเผ็ดจัด น้ำแข็ง น้ำเย็นจัด ของทอด เหล้า บุหรี่ เพราะจะระคายคอ ทำให้ยิ่งไอหนักเข้า

ใครที่เป็นหวัดแล้วมีอาการไอเรื้อรังอยู่หลายวัน โดยที่ไม่มีอาการผอดปกติอื่นๆ กินยา ฉีดยาอะไรก็ไม่หาย ให้หยุดยาทุกชนิดแล้วดื่มน้ำอุ่นมากๆ และปฏิบัติตัวดังได้กล่าวมาแล้วดู รับรองจะทำให้รู้สึกสบายขึ้น หากใครเคยลองแล้วได้ผลอย่างไรก็อย่าลืมเขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างก็แล้วกัน

ข้อมูลสื่อ

2-010
นิตยสารหมอชาวบ้าน 2
มิถุนายน 2522
อื่น ๆ
ภก.พนิดา จารุศิลาวงศ์

บทความที่เกี่ยวข้อง