• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

กะเทย ลักเพศ และรักร่วมเพศ

กะเทย ลักเพศ และรักร่วมเพศ

คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจสับสนเกี่ยวกับคำว่า กะเทย ลักเพศ หรือรักร่วมเพศ เรามักจะเรียกคนที่แต่งผิดเพศ หรือคนที่มีความสนใจเพศกับเพศเดียวกันว่า กะเทย ซึ่งความจริงแล้ว 2 ลักษณะนี้ไม่ต่างกันแม้ว่าบางคนจะมีทั้ง 2 ลักษณะรวมกัน และมิใช่กะเทย การแต่งตัวผิดเพศ เราเรียกว่า ลักเพศ การมีพฤติกรรมทางเพศกับเพศเดียวกันเรียกว่า รักร่วมเพศ แต่การเป็น กะเทย นั้น คือ อาการที่ไม่ปรากฏว่าเป็นเพศใดเพศหนึ่งอย่างชัดเจน

กะเทย คือ ภาวะที่บุคคลมีอวัยวะภายใน หรืออวัยวะภายนอกผิดปกติไป แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1. กะเทยแท้ คือ สภาวะที่บุคคลมีอวัยวะภายในของทั้งสองเพศ คือ มีทั้งรังไข่ และลูกอัณฑะ ส่วนอวัยวะเพศภายนอก อาจเป็นลักษณะของเพศใดเพศหนึ่ง แต่ไม่สมบูรณ์หรือก้ำกึ่ง

2. กะเทยเทียม หมายถึง คนที่มีอวัยวะเพศภายในเป็นเพศหนึ่งแต่ อวัยวะภายนอกเป็นของอีกเพศหนึ่ง หรือก้ำกึ่ง กะเทยเทียม ยังแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

2.1 กะเทยเทียมหญิง หมายถึง กะเทยที่อวัยวะเพศภายในเป็นหญิง คือ มีรังไข่ แต่อวัยวะเพศภายนอก มีลักษณะเป็นองคชาต หรือก้ำกึ่ง แยกไม่ออกว่าเป็นองคชาตหรือเป็นอวัยวะเพศหญิง

2.2 กะเทยเทียมชาย หมายถึง กะเทยที่มีอวัยวะเพศภายในเป็นชาย คือ มีลูกอัณฑะ แต่อวัยวะเพศภายนอกเป็นหญิง หรือก้ำกึ่งแยกไม่ออกว่าเป็นเพศหญิง หรือองคชาต

ปัญหาสำคัญของกะเทย คือ การที่จะต้องกำหนดเพศของเขาให้แน่นอน ตั้งแต่แรกเกิดหรือเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ โดยทั่วไปเราจะเลือกให้เขาเป็นเพศใดเพศหนึ่ง ซึ่งเขาจะสามารถมีชีวิตทางเพศได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด และที่ง่ายก็คือ การให้เขาเป็นเพศหญิง เพราะแพทย์สามารถช่วยให้เขามีรูปร่าง และอวัยวะเพศ ซึ่งใช้ในการร่วมเพศได้ง่ายกว่า แต่อย่างใดก็ตาม บางรายถ้าให้เป็นชายก็อาจจะปลอดภัยกว่าในกรณีที่เด็กคนนั้นเป็นโรคปัญญาอ่อนด้วย เพราเด็กหญิงที่มีปัญญาอ่อนมักเป็นเหยื่อกามารมณ์ของชายที่ไร้คุณธรรมได้ง่าย

ลักเพศ คือ ความผิดปกติที่เกิดจากการได้รับความตื่นต้น หรือความสุขทางอารมณ์ หรือทางเพศโดยการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าของเพศตรงข้าม คนพวกนี้ส่วนใหญ่จะพอใจเฉพาะการแต่งตัวเป็นเพศตรงข้ามเท่านั้น ไม่ได้ประพฤติเป็นรักร่วมเพศ หรืออยากแปลงเพศ เขาสามารถมีกิจกรรมทางเพศได้ตามปกติ มีความสุขทางเพศ และความสุขในครอบครัว โดยเฉพาะถ้าคู่สมรสของเขาเข้าใจ และให้ความช่วยเหลือ

โดยปกติ ลักษณะดังกล่าวนี้ จะเริ่มปรากฏตั้งแต่วัยเด็ก และเกิดบ่อยในผู้ชาย สาเหตุมักจะเกิดจากการเลี้ยงดูผิดเพศ โดยพ่อแม่ที่ไม่ต้องการเพศที่แท้จริงของเด็ก ในหญิงที่รูปร่างหน้าตาไม่สวย อาจจะประชดตัวเองโดยการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับแบบหญิงของผู้ชายที่เป็นลักเพศ เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งถึงความนิ่มนวล อ่อนช้อยและเซ็กซี่ที่เขามีอยู่ แต่การกระทำแบบนี้ สังคมไม่ยอมรับว่าเขาเป็นผู้ชาย

กะกันว่า ในประชากร 100 คน จะมีพวกลักเพศ 1 คน ลักษณะของพวกลักเพศชายมีแตกต่างกันตั้งแต่ที่ใช้ประดับหรือแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบหญิงเป็นครั้งคราว ที่ใช้เครื่องกายบางอย่างของหญิง เช่น ชุดชั้นในไว้ภายใน และสวมเสื้อผู้ชายไว้ภายนอก จนกระทั่งที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้า และเครื่องประดับของหญิงอยู่ตลอดเวลา เขาจะมีความพอใจและสบายใจที่ได้ทำเช่นนั้น และจะพอใจมากขึ้นเมื่อได้มองภาพตัวเองในกระจกเงา

แม้ว่าพวกลักเพศ อาจจะมีชีวิตครอบครัว และชีวิตทางเพศปกติ แต่มักจะมีบุคลิกภาพที่ไม่สมบูรณ์ เช่น เป็นคนไม่เปิดเผย ซึมเศร้า หรือระแวงสิ่งแวดล้อม มักจะมีความบกพร่องทางเพศกับเพศตรงข้าม จึงใช้ความสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ในขณะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าตรงข้าม เพื่อให้ได้รับความสุขสุดยอดทางกามารมณ์

ปัจจุบัน ผู้หญิงและผู้ชายบางคนโดยเฉพาะพวกวัยรุ่น ดูจะแต่งตัวคล้ายกันมาก จนบางครั้งแยกไม่ออกว่าเป็น หญิงหรือชาย หญิงก็ซอยผมสั้นมาก นุ่งกางเกง สวมรองเท้า คล้ายผู้ชาย ผูกนาฬิกาเรือนโตๆ และบางคนแถมผูกไทด้วย ผู้ชายก็ไว้ผมประบ่า หรือดัดเป็นลอนสวย นุ่งกางเกงขาบาน สวมกำไลมือ และสวมรองเท้าส้นสูง เป็นต้น ลักษณะที่ว่านี้ เกิดขึ้นจากสมัยนิยม เราไม่ถือว่าเป็นลักเพศ แต่อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตของผู้เขียนมักนิยมประเภทนี้ บางคนก็ “น้องๆ” ลักเพศเชียวนะ

รักร่วมเพศ เป็นพฤติกรรมทางเพศระหว่างเพศเดียวกัน พบมากที่สุดในจำนวนพฤติกรรมทางเพศ ที่เบี่ยงเบนไปจากลักษณะคนทั่วไปเขาประพฤติกัน เกิดได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง แต่ผู้ชายมากกว่าหญิง ประมาณสามเท่า และสำหรับหญิง มีชื่อเรียกเฉพาะว่า เลสเบี้ยน

รักร่วมเพศ มีกำเนิดมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ทัศคติต่อความประพฤตินี้นี้ต่างกันตามยุคสมัย สมัยโรมัน ความประพฤติแบบนี้ทำกับแบบเปิดเผย และในสมัยกรีก ไม่เพียงแต่ถือว่าเป็นของธรรมชาติเท่านั้น ยังถือว่าเป็นการแสดงความรักที่สูงส่งกว่าธรรมดา แต่ในยุคต่อมาทัศคติกลับเปลี่ยนแปลงไป รักร่วมเพศถือว่าผิดปกติ เป็นความชั่ว และบาป ในสมัยปัจจุบันความคิดเห็นของสังคมมีต่างๆ กัน แต่จิตแพทย์มีความโน้มเอียง จะคิดว่าความประพฤติเช่นนี้ เป็นวิถีชีวิตของแต่ละคน มิใช่ความผิกปกติทางจิตใจ

รักร่วมเพศมี 2 แบบ คือ

รักร่วมเพศแท้ หมายถึง พวกที่มีการปฏิบัติทางเพศเฉพาะกับเพศเดียวกัน

รักสองเพศ หมายถึง พวกที่ปฏิบัติทางเพศทั้งเพศเดียวกัน และเพศตรงข้าม

การปฏิบัติทางเพศของเขา ก็เหมือนการร่วมเพศระหว่างชายกับหญิง ต่างกันตรงที่ไม่ได้ร่วมเพศด้วยองคชาตกับช่องคลอดเท่านั้น ในชายจะเริ่มด้วยการกอดจูบ ลูบคลำ ใช้ปากและลิ้น หรือมือ กับอวัยวะเพศของอีกฝ่ายหนึ่ง และร่วมเพศทางทวารหนัก หรือทางหว่างขา บางรายอาจมีความวิปริตทางเพศอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น การพอใจที่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บ หรือตัวเองเจ็บ ชอบสะสมเครื่องใช้บางอย่างของเพศตรงข้าม เช่น ชุดชั้นใน หรือถุงน่อง ชอบแอบดูคนอื่นร่วมเพศกัน หรือชอบร่วมเพศกับเด็ก (เพศเดียวกัน) บางรายความวิปริตเหล่านี้รุนแรงมากจนถึงเป็นคดีอาชญากรรมก็มี

รักร่วมเพศชาย จะมีบทบาททางเพศ 3 อย่าง คือ เป็นฝ่ายกระทำ เป็นฝ่ายถูกกระทำ หรือแบบผสม แต่การร่วมเพศทางทวารหนัก ค่อนข้างจะมีลักษณะแน่นอนว่า ฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายกระทำ หรือฝ่ายถูกกระทำ อย่างไรก็ตาม รักร่วมเพศชายส่วนใหญ่ ชอบมีบทบาททางเพศแบบผสม คือ จะเป็นแบบใดก็ได้ตามที่คู่ของตนแต่ละคนพอใจ และมีส่วนน้อยเท่านั้นที่มีบทบาทเป็นหญิง หรือชายแน่นอน พวกที่ชอบมีบทบาทเป็นหญิง เราเรียกว่า ควีน ลักษณะที่สังเกตได้ คือ ท่าทางกระตุ้งกระติ้ง กระชดกระช้อย ซึ่งมักจะมีมากกว่าของหญิงทั่วๆ ไปด้วยซ้ำ ส่วนอีกพวกหนึ่งที่มีบทบาทเป็นชายเราเรียกว่า เกย์ ลักษณะที่บอกได้ คือ การมีรูปร่างใหญ่ อกหนา และเป็นนักเพาะกาย รูปร่างของพวกเกย์นี้จะช่วยกระตุ้นอารมณ์เพศของคู่ที่ต้องการลักษณะของความเป็นชาย หรือความเป็นพ่อ ซึ่งเขาไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดในวัยเด็ก

รักร่วมเพศหญิง หรือเลสเบี้ยน จะมีการปฏิบัติทางเพศกับเพศหญิงด้วยกัน แต่บทบาทบางเพศของเขามักจะแน่นอน คือ เป็นชายหรือหญิง มักจะมีคู่ที่ถาวรกว่าพวกรักร่วมเพศชาย และไม่ค่อยสำส่อนทางเพศ แต่ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแยกไปหาคู่ใหม่ หรือแต่งงาน อีกฝ่ายอาจเกิดความอิจฉาริษยาอย่างรุนแรงได้ การปฏิบัติทางเพศมีหลายอย่าง ได้แก่ การใช้มือหรือปาก กระตุ้นที่จุดกระสัน เช่นที่เต้านม หรืออวัยวะเพศ มีการพยายามทำให้เหมือนการร่วมเพศระหว่างชายกับหญิง โดยการใช้นิ้วมือ อาคชาตเทียม หรือนอนทับกัน พร้อมกับขยับสะโพกเพื่อกระตุ้นอวัยวเพศของกันและกัน

พฤติกรรมรักร่วมเพศ อาจเกิดขึ้นชั่วคราวในระหว่างการพัฒนาทางบุคลิกภาพตามปกติของเรา คือ ระยะแตกหนุ่มแตกสาว และจะค่อยๆ หายไปเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น หรืออาจเกิดได้ในบางสภาวะ เช่น ในระยะที่อยู่โรงเรียนประจำ ในค่ายทหาร หรือในคุก ซึ่งขาดแคลนเพศตรงข้าม เมื่อผ่านระยะหรือสภาวะเหล่านี้ไปแล้ว เขาก็มักจะมีพฤติกรรมทางเพศเป็นปกติ

สาเหตุของรักร่วมเพศ มีหลายประการ บางคนเชื่อว่าความประพฤตินี้เป็นของติดตัวมาแต่เกิด เพราะคนพวกนี้เกิดในวัฒนธรรม ซึ่งส่งเสริมรักต่างเพศ และเขาไม่เคยถูกสอนเกี่ยวกับรักร่วมเพศเลย จนกระทั่งถึงวัยแตกหนุ่มแตกสาว จึงได้มีประสบการณ์ครั้งแรก แสดงว่าการกระทำนี้เกิดจากตัวของเขาเอง ไม่ใช่จากการเรียนรู้ บางคนเชื่อว่าสาเหตุสำคัญเกิดจากสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะครอบครัว เช่น การมีความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับบิดามารดา ที่เป็นเพศเดียวกันกับเด็ก ไม่ดีจากสาเหตุใดก็ตาม จะทำให้เด็กไม่สามารถถลอกเลียนลักษณะและบทบาททางเพศที่ถูกต้องได้ การที่บิดารมารดาทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำอาจทำให้เด็กเกลียดกลัวชีวิตรักต่างเพศ ที่เขาเห็นเป็นตัวอย่าง และหันไปหาความสุขทางเพศกับเพศเดียวกัน หรืออาจเลี้ยงดูผิดเพศ เนื่องจากบิดามารดาไม่ต้องการเพศที่แท้จริงของเด็ก ก็อาจทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน

สิ่งแวดล้อมอย่างอื่นที่อาจเป็นสาเหตุของรักร่วมเพศ ได้แก่ การเข้าใจผิดในความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดา เช่น การทที่เด็กมีโอกาสเห็นพ่อแม่ร่วมเพศกัน อาจทำให้เด็กเข้าใจผิดว่าพ่อกำลังทำร้ายแม่ เด็กหญิงอาจเกลียดกลัวพ่อ ตลอดจนผู้ชายอื่นทุกคน และหันไปหาความรักจากเพศเดียวกัน ซึ่งนุ่มนวลกว่า

การกระทบกระเทือนใจอย่างรุนแรง เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างเด็กวัยรุ่นชายกับหญิง ก็อาจเป็นสาเหตุรักร่วมเพศได้ เช่น เด็กชายที่ผิดหวังความรักครั้งแรกจากเด็กหญิงอาจเศร้าโศกเสียใจมาก และมองเห็นชีวิตรักต่างเพศเป็นความปวดร้าวใจ เลยหันข้าหาเพศเดียวกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดหวังครั้งที่สอง หรือเด็กหญิงที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าไม่ได้รับความสนใจ หรือถูกเยาะเย้ยจากชายที่เธอรัก เธอก็อาจหันไปหาเพศหญิงด้วยกันแทน

มีผู้นึกถึงสาเหตุจากฮอร์โมนเช่นเดียวกัน แต่ปัจจุบันยังไม่ได้หลักฐานแน่นอนว่า มีความสัมพันธ์กับรักร่วมเพศ แต่อย่างไรก็ตาม มีผู้เคยพบว่า ในพวกรักร่วมเพศชาย ระดับฮอร์โมนเพศต่ำกว่าของคนที่มีชีวิตทางเพศปกติ

กะเทย ลักเพศ และ รักร่วมเพศ มีความแตกต่าง ดังที่กล่าวมาแล้วข้าวต้น แต่สิ่งหนึ่งที่คล้ายกัน คือ ทัศคติของสังคมที่มีต่อคนพวกนี้ กะเทยลักเพศ และรักร่วมเพศ มักถูกมองว่า เป็นความพิการ ความบกพร่อง หรือความวิปริตวิตถาร และได้รับความสมเพช ดูถูก หรือรังเกียจ ทั้งๆ ที่เขามิได้มีความปรารถนาจะให้ตัวเองแปลกประหลาดไปจากคนอื่น หากแต่แรงผลักดันจากภายในหรือจากสิ่งแวดล้อมส่งเสริมให้เป็นไป ทัศคติของสังคมเช่นนี้ มิได้ช่วยอุบัติการของลักษณะดังกล่าว แต่เป็นการเพิ่มปัญหาแทรกช้อนทางจิตใจแก่บุคคลเหล่านี้มากกว่า ผู้เขียนจึงหวังว่า บทความอันนี้คงได้สร้างความเข้าใจดี และความเห็นอกเห็นใจจากสังคม ต่อบุคคลทั้ง 3 จำพวกนี้บ้าง อันเท่ากับเป็นการสร้างกุศลโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

ข้อมูลสื่อ

4-017
นิตยสารหมอชาวบ้าน 4
สิงหาคม 2522
เพศชาวบ้าน
พญ.สุวัทนา อารีพรรค

บทความที่เกี่ยวข้อง