• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ฝ้าและรอยด่างดำบนใบหน้า

 
ในปัจจุบัน ฝ้าและรอยด่างดำบนใบหน้า ดูเหมือนจะได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่งจากบุคคลทั่วๆ ไป โดยเฉพาะผู้หญิงและผู้ที่เข้าสู่วัยกลางคน การที่ผู้หญิงต้องออกทำงานนอกบ้านรับผิดชอบครอบครัวมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เธอต้องตกแต่งใบหน้าอยู่ทุกวัน และเมื่อเกิดรอยด่างดำบนใบหน้า ก็เกิดความกังวลไม่สบายใจ ว่าใบหน้าลดความงามลงหรือแก่ลงหรือสวยไม่ทัดเทียมคนอื่น


เราได้พบสถานเสริมความงามรับบริการกำจัดฝ้าหรือรอยด่างดำบนใบหน้าเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เท่าที่ทราบมา บางแห่งคิดค่าบริการสูงมาก ทั้งๆ ที่ผลสำเร็จก็ไม่แน่นอน แต่สถานบริการเหล่านั้นก็เปิดอยู่ได้ เพราะความใจสู้และอยากให้ใบหน้าสวยงามของคุณๆ สุภาพสตรีทั้งหลาย เราเคยอ่านพบทางหน้าหนังสือพิมพ์และได้ยินวิทยุโฆษณาถึงยากำจัดฝ้าว่าได้ผลยิ่งนัก รวมทั้งรับรองคุณภาพไว้ด้วยต่างๆ นานา ครีมรักษาฝ้าที่โฆษณาอยู่บางชนิดบอกราคาไว้เลย ซึ่งสูงมากเป็นพันๆ บาท และมีชุดทดลองคือชุดเล็กราคาต่ำลง แต่ก็ยังเป็นร้อยๆ บาท ครีมรักษาฝ้าบางชนิดก็ราคาถูกมากจนไม่น่าเชื่อว่า เหมาะสมที่จะใช้กับใบหน้า แต่ทั้งครีมถูกครีมแพง ยังขายได้ดีตลอดมา ซึ่งแสดงว่ามีผู้ซื้ออยู่เป็นประจำและหลายคนที่ใช้แล้ว หน้ากลับเกิดรอยด่างหรือดำคล้ำมากกว่าเดิม ตามร้าน “แบกะดิน”หรือตามตลาดเคยมีคนเอาเกล็ดสีน้ำตาลเบาๆ เหมือนเปลือกไข่ เรียกว่า “ไข่หิน”เดินขายให้กับแม่บ้านที่มาจ่ายตลาดซองละ 10 บาท โฆษณาคุณภาพว่า ใช้ขัดหน้าแล้วหน้าจะขาวเป็นนวลใย สารพวกนี้เป็นยาล้างสีอย่างแรง เมื่อเอามาขัดผิว มีบางคน “ฟลุ้ค” ได้ผล แต่ส่วนใหญ่เกิดใบหน้า “เห่อ” เป็นผื่นบวมแดง ต้องรีบไปปรึกษากับแพทย์ซึ่งเมื่อรักษาแล้ว ผิวหนังก็กลับมีลักษณะเหมือนเดิม แต่ก็มีหลายรายซึ่งความสูญเสียของผิวหนังมีมากเกินไป จนไม่อาจจะแก้ไขดีเหมือนเดิมได้ เกิดรอยขาวรอยด่าง ในกรณีนี้ก็ต้องแนะนำให้ใช้เครื่องสำอางเคลือบเอาไว้


โดยความเป็นจริง ฝ้าและรอยด่างดำบนใบหน้า มีสาเหตุที่เกิดขึ้นได้ต่างๆ กันหลายประเภท ตั้งแต่กรรมพันธุ์, โรคต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะโรคของระบบฮอร์โมน, ยาบางชนิด, ภาวะการขาดอาหาร, ลม, แสง, แดด, เครื่องสำอาง, น้ำหอม, การตั้งครรภ์ และอื่นๆ อีกหลายประเภท ต่างก็ทำให้เกิดฝ้าหรือรอยด่างดำบนใบหน้าได้และยังไม่เคยมียาหรือครีม “สารพัดนึก” ประเภทใด ที่รักษาฝ้า รอยด่างดำได้ทุกประเภท อีกประการหนึ่ง ฝ้าหรือรอยด่างดำบนใบหน้า เมื่อเกิดขึ้นแล้วมีโอกาสน้อยมากที่จะรักษาให้หายขาด โดยไม่ให้เกิดขึ้นมาใหม่อีก ส่วนใหญ่ฝ้าหรือรอยด่างดำบนใบหน้าจะเกิดขึ้นมาอีกไม่ช้าก็เร็ว ดังนั้น ไม่ว่าท่านจะใช้ครีมรักษาฝ้าราคาถูกหรือครีมรักษาฝ้าราคาแพง หากภาวะของตัวท่านหรือสุขภาพร่างกายของท่านยังพร้อมที่จะเป็นฝ้าอยู่อย่าว่าแต่ครีมวิเศษแพงที่สุดในโลกเลย แม้อาบน้ำมนต์เสกเป่าชุบตัวใหม่ ฝ้าก็จะเกิดขึ้นมาอีก


มีผู้เข้าใจว่า สมุนไพรใช้รักษาฝ้าได้ และก็มีสถานบริการความงามหลายแห่ง รับรักษาฝ้าด้วยสมุนไพร สถานที่บางแห่งใช้ฝานแตงกวาสดเป็นแว่นประคบหน้า บางแห่งใช้แผ่นหัวไชเท้าประคบหน้า หนังสือชื่อ “ประโยชน์ของสมุนไพร” (The Use of Herbal) แต่งโดยชาวอังกฤษ ก็กล่าวถึงสมุนไพรหลายอย่างว่า ใช้รักษาฝ้าได้ ในทางการแพทย์ ยังไม่เคยพบเลยว่า มีสมุนไพรชนิดใดที่จะได้ประโยชน์เช่นนั้นอย่างแท้จริง


ยารักษาฝ้าต่างๆ ที่นำออกจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นผงก็มี เป็นครีมก็มี เป็นยาน้ำก็มี หลายชนิดโฆษณาว่าใช้ได้ผลดีนักมีบางอย่างเช่น “ไข่หิน” ดังที่กล่าวมาแล้ว เดินขายตามตลาด ไม่ติดยี่ห้อ ไม่มีบริษัทผู้ผลิต คนขายกล้าหาญชาญชัยรับรองว่าใช้แล้วฝ้า รอยด่างดำจะหายใน 3 วัน 7 วัน ต้องขอบอกเลยว่า ให้เลือกใช้ด้วยความระมัดระวัง ฝ้าและรอยด่างดำบนใบหน้า นั้นเกิดจากเซลล์ชื่อ เมลาโนไซด์ สร้างเม็ดสีชื่อ เมลานิน ขึ้นมา แล้วส่งเข้าไปอยู่ในเซลล์ของผิวหน้าชื่อ เคราดิโนไซด์ เมื่อส่วนไหนมีมากไป ก็เกิดรอยดำขึ้นตามผิวส่วนนั้น ยาที่ใช้ทาจะต้องซึมผ่านเซลล์ เพื่อทำปฏิกิริยากับเม็ดสีเหล่านี้ ยาที่จะให้ผลเร็ว จะต้องมีความแรงฤทธิ์สูง และโอกาสที่จะเกิดอันตรายต่อผิวหนังก็มากเช่นกัน อย่างน้อยใบหน้าก็เกิดผื่นแดงขึ้นง่ายๆ ดังนั้น สุภาษิตที่ว่า “ช้าเป็นการนานเป็นคุณ” หรือ “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” จึงเป็นหลักที่เหมาะสมอย่างยิ่ง อย่าเอาใบหน้าของท่านไป
เสี่ยงกับผลิตภัณฑ์หรือคำโฆษณาที่ขาดหลักฐาน
ถ้าหน้าด่างขึ้นมาก็จะโทษใครไม่ได้โดยเฉพาะยาใดๆ ที่โฆษณาว่า ทาหน้าแล้ว3 วันฝ้าหาย จงหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด


คงมีหลายท่านอยากรู้ว่า อะไรคือสาเหตุของการเกิดฝ้า (เพื่อท่านจะได้หลีกเลี่ยงเสีย) และจะใช้ยาอะไรดีที่สุดหรือจะรักษาวิธีไหนดีที่สุด สาเหตุของการเป็นฝ้าหรือรอยด่างดำบนใบหน้ามีอยู่หลายประการ สาเหตุบางประการแพทย์สามารถบอกได้ทันที เช่น ถ้าตั้งครรภ์หรือกินยาคุมกำเนิดอยู่ แพทย์จะให้การวินิจฉัยขั้นมูลฐานไว้ว่า เป็นเพราะการตั้งครรภ์หรือกินยาคุมกำเนิดที่บอกว่าเป็นการวินิจฉัยขั้นมูลฐานเพราะบางครั้ง บางคนร่างกายปกติไม่ได้ตั้งครรภ์ ไม่ได้กินยาคุม ไม่ถูกแดดถูกลม ไม่ได้ ใช้อะไรที่ระคายเคืองผิหนังเลย แต่ฝ้าก็เกิดขึ้นได้และก็มีเหมือนกันที่คนที่ตั้งครรภ์หรือกินยาคุมอยู่เป็นเวลานาน ก็ไม่มีฝ้า-รอยด่างดำบนใบหน้า ซ้ำผิวหนังกลับสวยกว่าเก่าด้วย การวินิจฉัยถึงสาเหตุที่แน่นอนจึงขึ้นอยู่กับข้อมูลหลายประการและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล สำหรับท่านที่ต้องการทราบสาเหตุของการเป็นฝ้าทุกชนิดและอยากรู้ว่าสาเหตุนั้นทำให้เกิดฝ้าได้อย่างไร เรื่องนี้จะได้เรียนให้ทราบในโอกาสข้างหน้า เพราะกินเวลามากแต่ก็ขอเรียนให้ท่านที่กินยาคุมกำเนิดทั้งหลายทราบว่า เมื่ออ่านพบแล้วว่ายาคุมกำเนิดทำให้เป็นฝ้าได้ ก็ยังไม่ต้องหยุดกินยาหรอก เพราะเราพบว่าฝ้าจากยาคุมในลักษณะนี้จะเกิดกับชาวฝรั่งผิวขาวมากกว่าพวกผิวเหลืองหรือชาวเอเชีย อย่างไรก็ตาม หากฝ้าเกิดเพราะยาคุม แม้จะหยุดกินยาแล้วอีกนานทีเดียวกว่าฝ้าจะหายไป บางรายต้องรักษากันอยู่เป็นปีๆ


สำหรับปัญหาที่ว่า จะใช้ยารักษาฝ้าชนิดไหนดี ในขณะนี้ มียารักษาฝ้าผลิตออกมาจำหน่ายหลายประเภท ส่วนใหญ่ที่ใช้กัน คือ ตัวยาที่เป็นอนุพันธ์ของเมอร์คิวรี่ หรือ ไฮโดรควินโนน ยาบางชนิดอาจจะผสมสารกันแสงไว้ด้วย และยาบางชนิดก็ผสมกรดไวตามินไว้ เพื่อให้การรักษาดูได้ผลเร็ว ยาบางชนิดมีอนุพันธ์ของสเตียรอยด์ผสมอยู่ อัตราส่วนของการผสมนี้มีต่างๆ กัน สเตียรอยด์เป็นยาแก้อักเสบ บางชนิดทาแล้วทำให้หน้าดำแทนที่จะขาว ดังนั้นไม่ควรหาซื้อมาใช้เองสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะแทนที่หน้าจะขาวเหมือนไข่ปอก ก็อาจจะดำเหมือนก้นหม้อ วิธีที่ดีที่สุด คือ ถนอมผิวหนังของท่านด้วยวิธีธรรมชาติ อย่าใช้เครื่องสำอางมากนัก ทำจิตใจให้สบาย รักษาสุขภาพให้ดี และเลือกใช้ครีมทาฝ้าที่ผลิตจากบริษัทที่เชื่อถือได้ คือมีชื่อบริษัทและสถานที่ของผู้ผลิต แจ้งไว้ชัดเจน รวมทั้งยานั้นต้องบ่งชัดว่าสูตรยาและการผลิตได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข หรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี ครีมหรือยาที่ท่านใช้ก็อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยและได้ผลดี ข้อสำคัญอีกประการ ให้ใช้ตามฉลากคำอธิบายที่มีประกอบไว้ และอย่าใจร้อน การนวดหน้า ขัดหน้า ถูหน้า เพื่อจะให้ฝ้าหายเร็วขึ้น จะไม่ให้ผลดีแต่ประการใด


หากท่านไปรักษากับแพทย์ แพทย์อาจจะให้คำแนะนำและให้ยา หรือใช้วิธีการรักษาที่ผิดไปจากนี้ก็ได้ ข้อสำคัญให้ทำตามคำสั่งแพทย์ และติดตามผลการรักษา อย่าปิดบังความจริง เช่นกินยาคุม แล้วบอกไม่ได้กินเพราะยังเป็นนางสาวอยู่หรือแพทย์สั่งว่า ให้ทายาบางๆ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น คุณก็ทาเสียหน้าเปรอะ พอหน้าเห่อบวม ก็บอกว่าแพ้ยา แพทย์จะงงและหาวิธีแก้ให้ไม่ถูก


อย่าลืมว่าฝ้านั้นหายช้า สุภาษิตที่ว่า “ช้าเป็นการนานเป็นคุณ” ใช้ได้เสมอ สำหรับการจะทำให้รอยด่างดำบนใบหน้าของท่านหายไป
 

ข้อมูลสื่อ

29-012
นิตยสารหมอชาวบ้าน 29
กันยายน 2524
โรคผิวหนัง
นพ.วิชนารถ เพรชบุตร

บทความที่เกี่ยวข้อง