ถุงน่องรักษาเส้นเลือดขอดได้จริงหรือ

  • ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ข้อมูลสื่อ

346-009
นิตยสารหมอชาวบ้าน 346
กุมภาพันธ์ 2008

ถุงน่องรักษาเส้นเลือดขอด... ได้จริงหรือ

ปัญหาเส้นเลือดขอดที่เกิดขึ้นที่ขาหรือน่อง เป็นสิ่งที่พบเห็นกันมากขึ้นเรื่อย ๆ และมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยส่วนมากสาเหตุเกิดมาจากการทำงานที่ต้องยืน เดิน นาน ๆ แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ได้ เช่น ความอ่อนแอของโครงสร้างผนังเส้นเลือดดำและลิ้นบาง ๆ ที่อยู่ภายในเส้นเลือดซึ่งมักจะสืบทอดทางกรรมพันธุ์ ความอ้วนหรืออาจเกิดได้กับหญิงมีครรภ์และผู้สูงอายุได้เช่นกัน อาการที่พบคือ อาการปวดที่เกิดจากเส้นเลือดขอด เรียวขาไม่เรียบ มีริ้วรอย ทำให้ขาดความมั่นใจในบุคลิกภาพ จึงทำให้ในปัจจุบันมีการขายผลิตภัณฑ์คล้ายถุงน่องที่อวดอ้างสรรพคุณ ว่าสามารถแก้ไขปัญหาเส้นเลือดขอด โดยราคาขายอยู่ที่ประมาณคู่ละ 10,000 บาทซึ่งเป็นราคาที่แพงกว่าถุงน่องธรรมดามาก นอกจากนี้ยังระบุว่าถุงน่องดังกล่าว ทำจากทองคำขาว นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งมีการแอบอ้างว่าได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ตรวจสอบพบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ยังไม่มีการนำเข้ามาแต่อย่างใด อีกทั้งการโฆษณาดังกล่าวก็ยังไม่ได้ขออนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเช่นกัน 

 ปกติปัญหาเส้นเลือดขอดนั้น มีวิธีป้องกันได้ง่าย ๆ โดยการไม่สวมเสื้อผ้าที่คับจนเกินไป โดยเฉพาะบริเวณเอวและ     ต้นขา เพราะทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก และหลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งนาน ๆ ควรพักเท้าโดยการนั่งหรือนอนยกเท้าสูงคราวละ 15 นาที หรือการพักเท้าบนม้านั่ง นอกจากนี้ยังควรทำการฝึกกล้ามเนื้อน่องโดยการยืนตัวตรง เขย่งเท้าขึ้น ลงช้า ๆ   3 ชุด ชุดละ 10 ครั้ง ซึ่งการกระทำเหล่านี้มีส่วนช่วยให้การไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดดำที่ขาไหลกลับสู่ร่างกายส่วนบนได้ดีขึ้น

 นอกจากนี้ถ้าเราอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้หรือมีปัจจัยที่จะเสริมให้เกิดโรคนี้ เช่น การทำงานที่ต้องยืน เดินนาน ๆ หรือเริ่มเห็นเส้นเลือดขอดขึ้นตามขาบ้างแล้ว การป้องกันสามารถทำได้โดยการใส่ถุงน่องแบบกระชับก็อาจจะช่วยให้ภาวะเส้นเลือดขอดนี้ไม่เป็นมากขึ้น หรือทำให้การดำเนินโรคช้าลง การรักษาในปัจจุบันมีทั้งการฉีดยาให้เส้นตีบ ไปจนกระทั่งการผ่าตัดดึงเส้นออก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของคนไข้และการตัดสินใจของแพทย์ในแต่ละรายไป